Now Reading:

Green Season in Koh Kood.

Green Season in Koh Kood.

‘ตราด’ จังหวัดเล็กๆ ที่เวลาได้ยินใครพูดถึงหรือถามเราว่าที่นั่นเป็นยังไงบ้าง คำตอบเดียวที่มีให้เสมอไม่เปลี่ยนแปลงคือ ‘ตราดมันดีนะ! ชอบมาก ลองไปสิ’ เพราะตราดดีทุกอย่างแบบที่เราบอกไว้จริงๆ ทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เกาะต่างๆ ที่สวยอย่างไม่มีที่ติ ทั้งเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมากและเกาะกระดาดที่เราเคยไปเยือนมันดีงามและเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ!

แม้กระทั่งหน้าฝนที่บางคนอาจจะคิดว่า โอ้ย ไปทะเลตอนนี้จะไปมีอะไรค้าคุณพี่ ขอบอกว่าคุณพี่นั่นแหละค่ะที่คิดผิด! เพราะที่นี่หน้าฝนก็จริงแต่ไม่ได้ตกแบบตลอด 24 ชม. บางวันออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ฝนตกปลอยๆ พร้อมบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ น้ำตกที่ชุ่มฉ่ำและหยดน้ำที่ปลายใบไม้ มองกี่ทีๆ ก็เพลินตา แถมทำให้เราอยากมีเวลาขดตัวนอนอยู่บนเตียงในรีสอร์ทหรูๆที่ราคาถูกแสนถูกในช่วง Green Season แถมตราดยังเป็น 1 ใน 9 จังหวดพื้นที่สีขาว ที่ไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด

และสำคัญที่สุด! คือเรื่องอาหาร ซีฟู๊ดราคาถูก สดและอร่อยมาก แถมยังมีปลาชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถหาทานที่ไหนได้ง่ายๆ มาพร้อมชื่อชวนสยิวอย่าง ‘ปลาย่ำสวาท’ ปลาประจำจังหวัดตราด ที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น เดี๋ยวเรามาเมาท์ให้ฟังกัน

Day 1

ราออกจากกรุงเทพตั้งแต่เช้ามืด ตั้งใจว่านอนในรถตู้ยาวๆ แล้วถึงตราดช่วงเช้า ก่อนลงเรือไปให้ถึงเกาะกูดก่อนเที่ยง ช่วงนี้เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 สนามบินตราดยังปิดจนถึงประมาณปลายเดือนตุลาคม 2563 เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เราจะไปได้คือทางบกเท่านั้น ถ้าเดินทางวันธรรมดาแนะนำว่าให้ออกจากรุงเทพตั้งแต่เช้ามืดประมาณ 04.00-05.00 น. เพื่อให้ทันเรือบุญศิริข้ามไปเกาะกูดในรอบ 10.45 น. แนะนำให้จองที่นั่งก่อนผ่านทางเว็บไซต์ของบุญศิริเด้อ เพื่อความชัวร์

ที่เกาะกูดเราพักกันที่ Cham’s House รีสอร์ท 4 ดาวริมทะเลที่น้ำใสไหลเย็นมาก ที่นี่มีวิลล่าเป็นหลังแทรกท่ามกลางแมกไม้ได้ฟีลลิ่งความเขียวขจีในวันฝนตก และในวันที่แดดออกความเขียวขจีนี้ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศความ Exotic ให้จี๊ดจ๊าด รอเธอมาโพสต์รูปเก๋ๆ ได้ในราคาคืนละหลักพัน!

รีวิว Cham’s House Koh Kood Resort คลิกที่นี่

เราใช้เวลาวันแรกส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมหลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ตราดมีเมจิกโมเม้นท์ที่พิเศษอย่างนึงคือ เวลาเรามาถึงแล้วจะไม่อยากทำอะไร 555 อยากอยู่เฉยๆ! เพราะว่าทะเลสวยมาก หาดเงียบสงบ ฝนสลับแดด มันเป็นฟีลลิ่งแบบอยากนอนเปื่อยๆ ในวันแรกที่มาถึงจริงๆ นะ

ที่ Cham’s House ซึ่งอยู่บนหาดคลองหิน ที่น้ำใสไม่แพ้หาดอื่น แถมค่อนข้างเป็นส่วนตัว เงียบสงบ และมีซอกหินต่างๆ ที่ปกติหาดไม่ใช่ฤดูมรสุมสามารถดำน้ำดูปะการังและปลาตัวเล็กตัวน้อยหน้าหาดได้ด้วย หรืออยากจะมีฟีลลิ่งนั่งปิกนิกอ่านหนังสือที่นี่ก็มีพร็อบให้ครบแค่พาตัวเองออกจากห้องมานั่งชิวสวยๆ ได้เลย

ช่วงเย็นเราไปกินอาหารเย็นที่บ้านอ่าวใหญ่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ชาวบ้านเดินยิ้มและน่ารักกับนักท่องเที่ยวเสมอ แต่ถ้าใครอยากมาทานปลาย่ำสวาทที่นี่อาจจะหายากซักหน่อยเพราะตามร้านอาหารปกติไม่มี แต่มีสิ่งนึงที่หลายๆ คนน่าจะชอบนั่นก็คือไข่หอยเม่น! สดๆ ตัวละ 100 บาทเท่านั้น พร้อมกับอาหารทะเลราคาแบบกันเอง ถ้าวันไหนโชคดีที่นี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดบนเกาะกูดเลยนะ 😊

แนะนำทริคที่ดีที่สุดสำหรับวันแรกคือ ออกจากกรุงเทพเช้ามืด ถึงเกาะกูดตอนเที่ยง กินข้าว นอนพักผ่อนและเดินเล่นริมหาดยามเย็น แล้วก็กินอีกรอบ 555 แค่นีก็ฟินแล้วสำหรับวันแรก

ถ้าใครแพลนจะแวะมาทานไข่หอยเม่นสดๆ หรือซีฟู๊ดที่บ้านอ่าวใหญ่ขอให้มาตั้งแต่ช่วงเย็นเพราะพระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยมากๆ แบบหยาดเยิ้มเลยหละ

Day 2

วันที่ 2 ของเกาะกูดเรารีบตื่นกันตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้จะไป Exotic ตามล่าหาสีเขียวเพิ่มเติมบนเกาะกูดกันค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราแวะไปหาไฮไลท์ของทริปนี้กันก่อนเพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันมาว่าบนเกาะกูดมีปลาชนิดนึงที่หาทานที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ ชื่อว่าปลาย่ำสวาท ซึ่งปกติจะเป็นปลาที่ส่งออกหรือถูกต่างชาติซื้อทานกันจนหมดเร็วมากๆ ปลาย่ำสวาทเป็นปลาประจำจังหวัดตราด เนื่องจากเป็นปลาน้ำลึกและมีการเพาะเลี้ยงเฉพาะพื้นที่ โดยเนื้อของปลาย่ำสวาทจะหวาน นุ่ม และไม่มีกลิ่นคาว ซึ่งแนะนำให้กินเป็นซาซิมิ อร่อยเลิศที่สุด!

เราแวะมาดูวิธีการเลี้ยงปลาย่ำสวาทจากคนในพื้นที่ซึ่งทำกระชังปลาบริเวณอ่าวสลัด ปลาจะถูกเลี้ยงไว้ในทะเลโดยขลึงตาข่ายไว้ให้มันแหวกว่ายได้ตามธรรมชาติ เมื่อเรามาซื้อพี่เค้าจะดำลงไปหาปลาสดๆ ในเราในทะเลกันเลย ราคาของปลาย่ำสวาทประมาณกิโลละ 1,000 บาทโดยประมาณ เพื่อนๆ สามารถมาซื้อปลาสดๆ ได้ที่กระชังปลาย่ำสวาทบริเวณอ่าวสลัดเพื่อนำไปให้โรงแรมทำอาหารได้ด้วยนะ แนะนำว่ามาตราดทั้งทีควรลองให้รู้ซึ่งเราลองมาแล้วอร่อยจริงๆ เดี๋ยวจะเมาท์ต่อเลยว่าหาทานที่ไหนได้บ้างบนเกาะกูด

มาเที่ยวตราดหน้าฝนก็อยากให้เผื่อเวลากันนิดนึงเพราะฝนตกได้ตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่จะเป็น Shower Rain ตกๆ หยุดๆ ไม่ได้โครมครามจนเที่ยวไม่ได้ หลบฝนซักพักแล้วกดชัตเตอร์รัวๆ ก็ได้ฟีลเหงาไปอีกแบบนึงเนอะ

ซื้อปลาย่ำสวาทไว้ทานตอนเย็นเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปเที่ยวน้ำตกกันต่อ อย่างที่บอกว่าข้อดีของหน้าฝนคือความเขียวที่มีเยอะขึ้นมากบนเกาะ เราแวะไปเที่ยวน้ำตกคลองยายกี๋ ซึ่งเป็นน้ำตกผาหินที่ขับรถเข้าไปได้และเดินเท้าต่ออีกนิดหน่อยแบบไม่เหนื่อยก็จะเจอกับน้ำตกที่เย็นชุ่มฉ่ำอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สำหรับใครที่จะลงเล่นน้ำอยากให้ดูป้ายเตือนต่างๆให้ดีด้วยนะคะ ว่าช่วงไหนเล่นได้หรือเล่นไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองน้า

ระหว่างไปน้ำตกคลองยายกี๋เราชอบมากเพราะต้นไม้ที่ขึ้นสูงแต่ไม่ทึบจนเกินไปพอให้แสงลอดส่องลงมาได้มันสวยมากเหมือนธรรมชาติและป่ากำลังโอบกอดพวกเราอยู่จนต้องขอหยุดลงไปถ่ายรูปกันซักหน่อย

ออกจากน้ำตกเราแวะไปคาเฟ่เล็กๆ ริมน้ำที่น่ารักมากอย่าง ‘นมข้น สเตชั่น’ ร้านขายเครื่องดื่มและขนมที่มีพื้นที่มากพอพร้อมเปลญวณให้เรานอนเอกเขนกหลังจากไปปีนป่ายน้ำตกกันมา ขอบอกว่าบรรยากาศดีมาก ลมเอื่อยๆ นอนฟังเสียงคลื่นที่ซัดอยู่ห่างออกไป เกาะกูดรอบนี้เราไม่กลัวฝนเลยซักนิดเพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะตกหรือไม่ตกเราก็ยังประทับใจที่นี่เสมอแนะนำให้สั่งกาแฟเย็นๆ ซักแก้วมากินคู่กับแพนเค้ก โอ้โห เพอร์เฟคมากสำหรับบ่ายวันนั้น 😊

พอตกบ่ายเรากลับไปแถวๆ หาดคลองเจ้าที่เคยมาแล้วครั้งนึงเมื่อปีก่อน ที่นี่เป็นที่สามารถพายคายัดตามคลองแล้วออกสู่ทะเลได้เลยโดยมีป่าโกงกางอยู่ด้านขวาและชายหาดคั่นตรงกลางอยู่ด้านซ้าย แต่ช่วงที่เป็นหน้าฝนน้ำในคลองจากที่เคยใสจะขุ่นแดงนิดนึงเนื่องจากตะกอนที่อยู่ใต้น้ำตีขึ้นมาแต่ปลอดภัยและไม่มีอันตรายแน่นอน เราแวะไปที่ Peterpan Resort อยู่ใกล้ๆ กับที่พักเรา ที่นี่มีบริการคายัคให้กับแขกที่มาพักฟรี แต่ถ้าไม่ได้พักที่นี่สามารถเช่าได้โดยวางบัตรประชาชนไว้ และมีค่าเช่าคายัคอยู่ที่ 100 บาทเท่านั้นเอง เธอก็จะได้คายัคมาหนึ่งลำพายเล่น ถ่ายรูปกันเก๋ๆ แนะนำว่าให้มาช่วงประมาณ 16.00 น. ถ้าอากาศดีวิวแบบนี้ก็คุ้มมากเลยนะ

และบริเวณหาดคลองเจ้าช่วงเย็นก็เป็นอีกหาดหนึ่งที่ดูวิวพระอาทิตย์ตกดินได้สวยมากแนะนำว่าไหนๆ ก็ทานอาหารเย็นแล้ว พายคายัคแล้วก็ทำกิจกรรมแบบ Beach Activites ที่นี่ด้วยเลยก็ได้ ตกกลางคืนที่นี่ก็มีโชว์กระบองไฟให้เราดูกันทุกวันด้วยนะ เรียกได้ว่ามาเอกเขนกที่นี่ตลอดครึ่งบ่ายได้เลย

รอบนี้แตกต่างออกไปเพราะที่นี่มีเมนูปลาย่ำสวาทให้เราลองชิมกันด้วย โดยเราเลือกเป็นเมนูซาซิมิ เพราะนุ่มลิ้นมาก แต่เหนียวกว่าปลาแซลมอนเลยทำให้เมนูซาซิมิสำหรับปลาย่ำสวาทนั้นเพอร์เฟคที่สุด ละลายในปาก แถมไม่มีกลิ่นคาวเลยซักนิด เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวต่างชาติที่มาเที่ยวตราดถึงถามหาแต่เมนูนี้กันตลอดๆ  นี่คือปลาที่ต้องพิถีพิถันในการเลี้ยงมากๆ เพราะต้องคอยดูคุณภาพของน้ำ และเลี้ยงในกระชังที่มีขนาดพอดีเพื่อให้ได้ปลาที่มีคุณภาพ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมปลาย่ำสวาทถึงหาทานได้เฉพาะในจังหวัดตราดเท่านั้น และมีจำนวนค่อนข้างจำกัด บอกเลยว่ากิโลละ 1,000 บาทกับความนุ่ม สด และอร่อยของปลาถือว่าคุ้มที่สุด

เราสั่งมา 2 เมนูคือซาซิมิปลาย่ำสวาท และพล่าปลาย่ำสวาทเอามาตัดเลี่ยนเผ็ดๆ แซ่บๆ กำลังดีมาก อยากแนะนำเลยว่ามาเกาะกูดทั้งทีขอหนึ่งมื้อที่ Peterpan Resort และทานปลาย่ำสวาทเน้นๆ รับรองว่าประทับใจแน่นอน และบริเวณหาดคลองเจ้าช่วงเย็นก็เป็นอีกหาดหนึ่งที่ดูวิวพระอาทิตย์ตกดินได้สวยมากแนะนำว่าไหนๆ ก็ทานอาหารเย็นแล้ว พายคายัคแล้วก็ทำกิจกรรมแบบ Beach Activites ที่นี่ด้วยเลยก็ได้ ตกกลางคืนที่นี่ก็มีโชว์กระบองไฟให้เราดูกันทุกวันด้วยนะ เรียกได้ว่ามาเอกเขนกที่นี่ตลอดครึ่งบ่ายได้เลย

Day 3

คืนก่อนหน้าถ้าฝนตก สายๆ อีกวันน้ำตกจะใสมาก’ ชาวบ้านบนเกาะบอกเราแบบนี้ พร้อมกำชับว่า ‘วันนี้น้ำตกคลองเจ้าสวยมากนะ ลองไปดูสิ!’ จากที่แพลนจะนอนเล่นสวยๆ อ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่ห้อง เลยต้องผันตัวเป็นคนชักชวนเพื่อนให้ออกมา Adventure ด้วยกันต่อที่ น้ำตกคลองเจ้า หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกธารสนุก ที่นี่มีน้ำไหลตลอดทั้งนี้แถมยังเย็นฉ่ำและสามารถเล่นได้อย่างสนุกสนาน แต่ถ้ามาหน้าฝนต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกหน่อยเพราะเดี๋ยวหัวจะคะมำเอานะ

เราชอบที่นี่มากนะเพราะน้ำใส มีที่ให้กระโดดน้ำเล่นและมุมถ่ายรูปเยอะเหลือเกิน แถมเจ้าน้องหมาประจำถิ่นก็คอยเดินนำหน้าเป็นเหมือนไกด์นำทางให้เรา แถมฟ้าหลังฝนในช่วงที่เราไปทำให้น้ำตกที่นี่ยิ่งสวยขึ้นไปอีกตอนที่แดดตกกระทบแล้วพาดแสงลงมา อู้ยยยย! ปังมากเลย 😊

หลังจากเล่นน้ำตกกันอย่างจุใจแล้วเราก็มูฟกลับโรงแรมไปนอนพักผ่อนอิริยาบถกันซักพักทาน Brunch ที่โรงแรมใน Pool Villa ก่อนเก็บกระเป๋าออกจากเกาะกูดไปทริปกินแบบ Fine Dining กันต่อที่เกาะช้าง!

เที่ยวเกาะกูดเสร็จรอบนี้เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่า ตราดมันดีนะ! ชอบมาก ลองไปสิ’ เพราะอะไรที่เราประทับใจและมันดีมากๆ อยู่แล้วก็ยังรู้สึกรักและรู้สึกดีกับที่นี่เหมือนเดิม ทำให้รู้สึกเบาใจว่าที่แนะนำให้ใครไปเที่ยวตราดหรือเกาะต่างๆ เค้าก็คงได้รับความรู้สึกดีๆ เหมือนกับที่เราได้กลับมาทุกครั้งเช่นกัน 😊

*หน้า Green Season จะไม่มีเรือข้ามจากเกาะกูดไปเกาะช้างนะ ทุกคนต้องเผื่อเวลาไปเปลี่ยนเรือที่ฝั่งจังหวัดตราดด้วยนะคะ เอาหละ! รีวิวเกาะช้างของเราพร้อมแล้ว ทริปเกาะช้าง 3 วัน 2 คืนเล่นน้ำทะเลพอหอมปากหอมคอ แต่เน้นกินหรูอยู่สบายแบบ Fine Dining ที่ Main Course ทำจากปลาย่ำสวาทกัน

Input your search keywords and press Enter.