Now Reading:

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’
Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

ในอดีตมีดินแดนอันตรายและถูกจับตามองจากซีไอเออยู่สองแห่งที่เป็นแหล่งของการค้าฝิ่นรายใหญ่ของโลก คือ ‘พระจันทร์เสี้ยวทองคำ’ ในอัฟกานิสถาน และอีกแห่งหนึ่งอยู่ในจังหวัดเชียงรายบนพื้นที่พรมแดนระหว่างไทย พม่าและลาว จุดบรรจบกันระหว่างแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ทับซ้อนไปมาระหว่างสามประเทศ หรือที่เราเรียกว่า ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ แต่ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนอันตรายที่มีการค้าฝิ่นไปทั่วโลกอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สวยงาม เป็นเส้นทางแห่งการค้าขายระหว่างประเทศ เส้นทางแห่งการผจญภัยที่เธอสามารถล่องเรือไปเรื่อยๆ ได้จนถึงหลวงพระบาง หรือเหนือขึ้นไปถึงเมืองจีนพร้อมชิมอาหารแปลกแต่อร่อยได้ตลอดทาง

หรืออาจเป็นเส้นทางที่ธรรมชาติที่เหมาะแก่การพักผ่อนแบบหรูหราใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมช้างที่เชื่องและเป็นมิตร นอนกลางป่าในโดมใส Jungle Bubbles ที่จะได้ยินเสียงร้องของธรรมชาติ ทั้งเสียงกรนของช้าง เสียงเมาท์ของจิ้งหรีด และเสียงร้องเพลงลู่ลมของใบไม้แบบ 360 องศารอบตัวเธอ นี่คือเหตุผลของการขึ้นมาเที่ยวเหนือครั้งนี้ของเราแบบ 3วัน 2 คืนที่  Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort เพื่อพักผ่อนและใกล้ชิดกับดินแดนที่ธรรมชาติสมบูรณ์ สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศ มานอนฟังเสียงฝน เสียงธรรมชาติ และลืมตามองหมอกหนายามเช้าไปด้วยกันนะ 😊

จากตัวเมืองเชียงรายใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เพื่อเดินทางมายังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เมื่อถึงบริเวณทางเข้าและล็อบบี้ของโรงแรมต้องบอกว่าดูขลังและอลังการมากๆ ด้วยของตกแต่งและสีอิฐต่างๆ เหมือนเรากำลังเดินเข้ามาเที่ยวบ้านคุณลุงฝรั่งหนวดเยิ้มๆ ใจดีคนหนึ่งที่ชอบสะสมของโบราณเกี่ยวกับช้างและงานไม้แกะสลักเป็นชีวิตจิตใจ

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

ที่นี่เราพักในห้องแบบ Three Country View Suite ห้อง Suite ใหญ่โตที่มีพื้นที่แยกกันชัดเจนระหว่างโซนห้องนั่งเล่น มุมโต๊ะทำงาน และเตียงนอนที่นุ่มมากๆ ตามมาตรฐานของอนันตราทั่วโลก ห้อง Suite ที่นี่ยังมาพร้อม Bathtub ขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปแช่น้ำอุ่นฟินๆ พร้อมดูซีรีส์เรื่องโปรด เช็คหุ้นที่อยู่ในแดนบวก แถมสามารถขอรีเควส Milk Bath และกลีบกุหลาบเอามาสร้างบรรยากาศได้ด้วยโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนิดหน่อย

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

และเราอยู่บนพื้นที่ของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำซึ่งถือเป็นไฮไลท์มากๆ เพราะฉะนั้นทุกห้องของที่นี่มี Terrace ให้ดูวิวและหมอกเอื่อยๆ ยามเช้าได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องออกไปดูที่ไหนไกล และ Terrace นี้เป็นวิว Sunset ทุกห้อง!

Black Ivory Coffee

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

มีคนบอกว่าถ้ามาที่นี่ต้องดื่ม Black Ivory Coffee หรือกาแฟขี้ช้างที่แพงที่สุดในโลก เพราะต้องใช้กาแฟมากถึง 30 กิโลกรัมเพื่อให้ได้กาแฟขี้ช้าง 1 กิโลกรัม ซึ่งวิธีการผลิตคล้ายกับกาแฟขี้ชะมด ซึ่งช้างก็เป็นสัตว์อีกประเภทหนึ่งที่มีระบบย่อยอาหารและเอ็มไซม์ที่เอื้อต่อการผลิตกาแฟทั้งนี้ ช้างเป็นแต่สัตว์ใหญ่ จึงต้องพิถีพิถันกว่าไม่ให้กระทบกับการทานอาหารปกติของช้าง และควาญช้างต้องคอยสอดส่องหลังจากช้างถ่ายหนักออกมาเพื่อนำเมล็ดไปตากแห้งและทำให้สะอาดอีกครั้ง

วิธีทำก็อลังการแล้ว รสชาติก็หอมมาก อยากให้ทุกคนมาลองดื่มกัน กลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว Elephant Bar and Opium Terrace หอมกรุ่นจริงๆ ผสมกับบรรยากาศของบาร์ตรงนี้มีดูมีมนตร์สะกด ดูขลังและทรงพลัง 😊

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’


Picnic with Elephant

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

หลังจากทานกาแฟจนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและชุ่มคอแล้ว รอบนี้ที่เราเน้นเรื่องของการเที่ยวคนเดียวเพราะอยากให้รู้สึกว่าการมาเที่ยวเชียงแสนและนอนโรงแรมกลางป่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ แถมมีนางเอกสาวๆ ของเราอีกหลายเชือกตลอดทริปอย่างกิจกรรมแรกของเราคือ ปิกนิกกับช้าง!

เราเดินเลียบแม่น้ำรวกเข้าไปในป่าซึ่งอยู่ในพื้นที่ของโรงแรม ปลอดภัย ไม่น่ากลัวแต่ยังคงให้ฟีลลิ่งเป็นป่าจริงๆ น้องช้างจะเดินนำเราไปที่กระท่อมคาบาน่าเล็กๆ ให้เราได้นั่งพักและปิกนิกกลางป่าลึกริมแม่น้ำระหว่างทางเดินก็สามารถจับ ลูบ และเล่นกับช้างไปได้เรื่อยๆ แต่ต้องระวังโดนน้องเหยียบนิดนึง ระหว่างปิกนิกทางโรงแรมจะเตรียมอาหารมาให้เป็นพิเศษให้ทานได้ทั้งช้างทั้งคน เช่นเราทานแซนด์วิช น้องช้างจะทานกล้วย เราทานขนม น้องช้างทานแอปเปิ้ล คือทานด้วยกันได้จริงๆ เลยน่ารักมาก

Sala Mae Nam – all-day Thai cuisine.

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

ทุกๆ วันระหว่างที่เที่ยวที่นี่เราทานอาหารกันที่ห้องอาหารศาลาริมน้ำ เป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟทั้งอาหารไทย และอาหารอิตาเลี่ยนที่อร่อยมากๆ ทั้งอาหารพื้นเมือง ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง หรือสปาเก็ตตี้คือดีย์ทั้งหมด แถมอาหารเช้าก็ตักทานได้แบบบุฟเฟต์มีทั้งแบบ American Breakfast และอาหารไทยกับผลไม้สดๆ อร่อยแบบเริ่มต้นวันได้ดี

และวิวบริเวณห้องอาหารนี้เราจะเห็นผืนป่าของพม่าที่อุดมสมบูรณ์มาก ยิ่งถ้าวันไหนมีแดดก็สวยตายไปเลย จะเช้าก็สวย จะดินเนอร์ก็ดีไปอีกแบบ Cozy มากๆ  😊

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’
Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

Infinity Pool and Long Tail Boat Ride

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

หลังตื่นเช้าวันที่ 2 ด้วยการรีเฟรชตัวเองให้สดชื่นด้วยการเอาตัวเองไปว่ายน้ำดูสายหมอกท่ามกลาง Infinity Pool ถ้าไม่อยากไปทานที่ห้องอาหารจะสั่งพวก Comfort Food มาทานริมสระหรือจะเอาเป็น Floating Breakfast ก็ได้

ก่อนจะไปล่องเรือแม่น้ำโขงกันต่อ เราชอบกิจกรรมนี้มาก เพราะมันดูผจญภัยดี ให้หน้าลู่รับลมเย็นๆ ยามเช้าของแม่น้ำโขง เอามือแตะน้ำเย็นๆ เล่นพอสนุกและชมวิวบรรยากาศของสามเหลี่ยมทองคำทั้งของฝั่งไทยและเพื่อนบ้าน

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

Royal Enfield Classic 500 sidecar

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

อีกกิจกรรมที่รู้สึกว่ายูนีคมากเพราะที่นี่น่าจะเป็นโรงแรมเดียวที่มีกิจกรรมนี้ นั่นก็คือ Royal Enfield Classic 500 sidecar โดยเรามีหน้าที่นั่งชมวิวและเก็บเกี่ยวบรรยากาศดีๆ ระหว่างนั่งใน Sidecar แล้วพี่ Driver จะขับเราพาชมรอบๆ โรงแรม สามารถให้พาขับออกไปข้างนอกได้ หรือจะขับเที่ยวในโรงแรมที่พื้นที่กว้างมากกว่า 400 ไร่ ถ้าโชคดีเราอาจจะมีโอกาสได้หยุดรอช้างเดินทางเพื่อให้เรานั่งซึมซับกับบรรยากาศดีๆ

แล้วช้างที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นเพศเมีย ไม่ดุร้าย ไม่กลัวคนและไม่ฟังใครด้วย 555 ซนนิดนึงแต่ถ้ามีอะไรให้กินเมื่อไหร่ จะมาหาพร้อมให้เราถ่ายรูปทันที!

และคืนนี้เป็นอีกคืนที่พิเศษมากๆ เพราะเราจะไปนอนกับช้างในป่าเลยต้องนั่งรถรถจิ๊ปเข้าไปก่อนรอบนึงก่อนที่จะถึง Jungle Bubble ใกล้ๆ กันยังมี Paddy field หรือภาษาเหนือจะเรียกว่าหลองข้าว อาคารไม้ที่มีใต้ถุนแบบเดียวดับยุ้งที่เราสามารถเดินขึ้นไปยืนริมระเบียงชั้น 2 ถ่ายรูปไกลๆ ได้ ยิ่งถ้าฝนตกแบบตอนที่เราไปนั้น… สวยและดูใกล้ชิดกับธรรมชาติ

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’
Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

Jungle Bubbles

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

และไฮไลท์ของทริปนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Jungle Bubbles หรูหรามาก กลางป่าของที่นี่ให้เราได้นอนเล่นกับน้องช้างและท่ามกลางธรรมชาติอย่างใกล้ชิดจริงๆ

Jungle Bubbles มีเพียง 2 หลังเท่านั้น และกำลังจะเพิ่มเป็น 3 หลังภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ การค้างคืนใน Bubbles จะเป็นในลักษณะจองห้องพักแบบใดก็ได้ใน Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort แล้วจึงสามารถจองกิจกรรม Jungle Bubbles โดยสามารถเข้ามาพักได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเช้าของอีกวันประมาณ 09.00 น. โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและรวมอาหารมื้อเย็นแบบปิ่นโตเรียบร้อยแล้ว

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

เราได้ลองพักที่นี่ 1 คืนความสะดวกสบายเหมือนพักในโรงแรมปกติทุกอย่าง มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำและอ่างล้างหน้าให้ครบเสร็จสรรพ พร้อม Minibar ตู้เย็น และเครื่องทำชากาแฟเล็กๆ รวมไปถึงเก้าอี้โซฟาเล็กๆ ให้นั่งเอ็นจอยดูน้องช้างตลอดทั้งคืน พร้อมกับเตียงนุ่มๆ สไตล์อนันตราและอาหารมื้อค่ำที่มีให้เลือกทั้งแบบ Thai Set หรือ Italian Set

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

บอกก่อนเลยแบบไม่โกหก! สำหรับคนที่หลับยาก ที่นี่อาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แม้ทางโรงแรมจะเตรียมผ้าปิดตาและ Ears Plug ให้แล้วก็ตามเพราะเป็น Bubbles ใสมาก ข้างนอกจะเห็นเรา และเราก็จะเห็นข้างนอกแม้จะไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้เลย แต่ก็จะได้ยินเสียงของธรรมชาติจิ้งหรีด ช้างร้อง ฝนตก ตลอดทั้งคืน มันก็ได้ฟีลแบบธรรมชาติดีอีกแบบนะ อยากให้ลองจริงๆ

Walking with Giants

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

หลังจากตื่นนอนจาก Jungle Bubbles เรารีบเปลี่ยนชุดเป็นชุดม่อฮ่อมตามที่โรงแรมได้เตรียมไว้ให้เพื่อไปเดินกับช้างใน Walking with Giants ขอเล่าสาระซักนิดว่าช้างเหล่านี้เป็นช้างที่ได้รับการช่วยเหลือมาจากมูลนิธิ ช้างเอเชียสามเหลี่ยมทองคำ (GTAEF) ซึ่งเป็นมูลนิธิของทางโรงแรมในการดูแลช้างที่เร่ร่อนมาก่อน หรือบางเชือกก็มาทั้งช้างทั้งควาญเลยด้วย เราสามารถใช้เวลาร่วมกับช้างเหล่านี้ได้ประมาณ 1.30 ชั่วโมงในการเรียนรู้วิถีชีวิตและคอยสังเกตวิธีการเดิน เล่น และกิน รวมไปถึงการอาบน้ำให้ช้างด้วย แต่ย้ำ! ว่าช้างชอบน้ำมาก ถ้ายังถ่ายรูปกันไม่เสร็จอย่าให้ลงน้ำเลยนะ ไม่งั้นมันจะไม่ยอมขึ้นจนกว่าจะพอใจ 55555  

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

เราว่าเป็นกิจกรรมที่น่ารักมากๆ เพราะเค้าไม่ใช้อุปกรณ์หรืออะไรที่เป็นการทารุณช้างเลยแถมยังห้ามนั่งหรือขี่ช้างด้วย เป็นการเดินเล่นและค่อยๆ ใช้เวลาทำความคุ้นเคยและสนิทสนมกันไปเรื่อยๆ ขอแนะนำให้ใส่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบที่เปื้อนได้ ถ้าฝนตกบริเวณนั้นยังมีทาก และมดหรือแมลงตัวเล็กๆ อยู่ อาจทำให้เรารำคาญกันได้

Anantara Spa

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

ก่อนกลับเราไปยืดเส้นยืดสายก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ที่ Anantara Spa  เป็นสปาในสามเหลี่ยมทองคำที่สวยไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย บรรยากาศ Cozy เพดานสูงพร้อมมุ้งเล็กๆ บริเวณจุดต้อนรับให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเหมือนเตียงนอนมากๆ

ส่วนบรรยากาศในห้องสปาก็เตรียมไว้เป็นอย่างดีสำหรับการแช่น้ำอุ่นๆ และ Milk Bath ให้รู้สึกผ่อนคลาย โรยกลีบกุหลาบเบาๆ อย่าลืมหยิบกล้องส่องทางไกลในลิ้นชักห้องนอนออกไปส่องนกระหว่างแช่น้ำกันด้วยนะ เป็นโมเม้นท์ผ่อนคลายก่อนโบกมือบ๊ายบายสามเหลี่ยมทองคำ

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

น้อยครั้งมากๆ สำหรับการมาเที่ยวเชียงรายแล้วจะเลยขึ้นไปถึงสามเหลี่ยมทองคำและใช้ชีวิตเดินทางพักผ่อนอยู่ในนั้นนานถึง 3 วัน 2 คืน สามเหลี่ยมทองคำไม่ใช่แค่ทางผ่านหรือแวะไปดูจุดตัดของพรมแดนเท่านั้น แต่ที่นี่มีช้าง มีชีวิตและความสะดวกสบาย เป็นประสบการณ์ที่อยากให้มาลองซักครั้งในชีวิตยิ่งโดยเฉพาะช่วงนี้ที่ค่าใช้จ่ายหลายๆ อย่างถูกลงพอสมควรเพราะอยากให้คนไทยได้มาใช้บริการสัมผัสการบริการและ Experience ระดับโลกที่หลายๆ คนอยากมาลองด้วยตัวเอง แต่วันนี้ทุกคนสามารถมาได้ง่ายๆ เลยนะ แล้วจะหลงรักเชียงแสน รักสามเหลี่ยมทองคำ น้องช้าง และธรรมชาติสบายๆ เหมือนเรากับที่นี่ Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort

Unfold yourself in ‘Chiang Saen’

Booking.com
Input your search keywords and press Enter.