Now Reading:

WAKU FUKUSHIMA!

ฟุคุชิมะ คือจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุ (TOHOKU) ที่เราพึ่งไปเที่ยวมาล่าสุดแบบสั้นมากคือ 2 วัน 1 คืน เพราะตั้งใจเพราะเป็นการแพลนการเดินทางไว้อย่างดีกับการท่องเที่ยวฟุคุชิมะ ทำให้เราสามารถเที่ยวได้หลายที่ในเวลาที่จำกัด 555555 เพราะเราเข้าใจว่าคนไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็อยากไปเกือบทุกที่เพราะมันน่ารักไปซะหมด แต่ในการไปเก็บทุกที่นั้นต้องไม่เหนื่อยเกินไป และมีเวลาให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตแบบชิวๆ กันด้วย นี่เลยเกิดเป็นทริปสั้นๆ ที่ให้เพื่อนๆ ตามรอยได้ที่
ฟุคุชิมะ และเมืองเล็กๆ อย่าง Iizaka Onsen Town ที่น่ามาพักผ่อนที่สุด!

การเดินทาง

ฟุคุชิมะเป็นจังหวัดที่เราสามารถเดินทางไปได้ง่ายมาก เพราะนั่ง Shinkansen ก็ถึงเลยทันที เราแนะนำให้ซื้อ JR EAST PASS (TOHOKU AREA) สามารถใช้ได้ 5 วันจาก 14 วันเดินทางได้ทั่วทั้ง TOHOKU, AKITA, YAMAGATA, JOETSU, HOKURIKU และ JR ใน Tokyo รวมทั้ง Monorail ทั้งหมดอีกต่างหาก แถมยังนั่ง NE’X ไปกลับจากสนามบินได้ด้วย

Pass ค่อนข้างสูงเพราะฉะนั้นเราควรแพลนการเดินทางให้ดีว่าถ้าซื้อมาจะใช้ไปไหนบ้าง เพราะถ้าเดินทางเยอะไปได้หลายที่ก็คุ้มมาก มันสามารถใช้ขึ้นไปได้ถึง Aomori เลย และจาก Tokyo Station มาที่ Fukushima Station ก็ใช้เวลาแค่ประมาณ 1.45 ชั่วโมงเท่านั้น เห็นมะ! ทุกอย่างรวดเร็วก็เที่ยวได้เยอะขึ้น นั่งฟังเพลงเพลินๆ เหงาๆ หรือดูหนังแปปๆ ก็ถึง

Shiki no sato Strawberry Farm

ถ้าต่างชาติมาไทย Signature คือการไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกและเดินเที่ยววัดพระแก้ว เราว่าคนไทยมาญี่ปุ่นก็ต้องมาดูฟูจิ และเก็บผลไม้ 5555 ปลูกกันเก่ง! ปลูกมันทุกเมือง พาไปเก็บกันทุกเมือง 55555


อย่างมาฟุคุชิมะเราก็ไปเก็บกันที่สวน Shiki no Sato ที่นี่เป็นการกินแบบบุฟเฟต์ภายในเวลา 30 นาที โดยแบ่งช่วงเวลาของผลไม้หลากหลายมาก ถ้ามาช่วงกรกฏาคม-กันยายน คุณจะได้กินพีช! ถ้ามากันยายน-ตุลาคม คุณจะได้กินองุ่น! ถ้ามากันยายน-พฤศจิกายน คุณจะได้กิน ลูกแพรญี่ปุ่น และถ้ามาช่วงตุลาคม-ธันวาคม คุณจะได้กินแอปเปิ้ล และถ้าอยากกินเชอร์รี่จะต้องมาช่วงมิถุนายน-กรกฏาคม ส่วนถ้าชอบสตรอเบอร์รี่มากๆ ก็มาได้ตั้งแต่มกราคมจนถึงพฤษภาคมกัน


ก็อย่างที่เห็นๆ และเคยชิมกันมานั่นแหละ สตรอเบอร์รี่ที่นี่ลูกใหญ่มาก บางพันธุ์เปรี้ยว บางพันธุ์ก็หวานสะใจ เลือกกันได้ตามสะดวก เดินกินให้ปากแดงลิ้นแดงจนนึกว่าตัวเองเป็นหนอนกินผลไม้กันได้เลย ดูรายละเอียดต่อที่นี่ 

ช่วงอากาศสบายๆ แบบนี้เราก็จะได้เห็นดอกไม้ข้างทางเริ่มเบ่งบาน ถ้ามีที่จอดรถข้างทางได้อย่าลืมลงไปถ่ายรูปเก๋ๆ กันด้วยนะ มันทำให้ชีวิตเบิกบานเหมือนวิ่งในสวนดอกไม้ 5555 หรือถ้ามาเที่ยวกับผู้ชายก็แกล้งแอ๊บแอ้เป็นฮิปสเตอร์ถ่ายรูปให้ผู้ชายแล้วเอามาโพสต์มโนๆ ว่า “ขอบคุณที่พามานะ!” (จริงๆ คือจ่ายเงินมาเองไปอี้กกกก 555)

เราแวะไปกินมื้อเที่ยงที่ร้าน Seiyu (西友) ที่นี่คือร้านโซบะที่อร่อยที่สุดในโลกที่เราเคยกินมา โซบะจากร้านนี้ทำจากแป้งโซบะ 100% ทำให้มันหอม เหนียวนุ่มกว่าร้านอื่นๆ แถมเคียงด้วยเทมปุระร้อนๆ โอ้โห! สวรรค์ฟุคุมิชะมากกกกกกกกกก


ร้านนี้ที่นั่งนับหัวได้เลยไม่เกิน 15 ที่ เพราะฉะนั้นควรเผื่อเวลาด้วยจะได้มีโต๊ะนั่ง อาจจะต้องต่อคิวกันซักหน่อย แต่คุ้มมาก ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 11 โมงจนถึง 3 โมงเย็น ราคาก็เบาๆ ประมาณ 1,000-2,000 เยน

ใกล้ๆ กันระยะเดินไม่ถึงแต่ขับรถไปไม่นานมีร้านไอศกรีมที่ตกแต่งร้านอารมณ์แบบ ลำปางหนาวมาก 555 คือดูหน้าร้านเป็นขนมหลอกเด็ก แต่เอ้า! ญี่ปุ่นอะเนอะ อะไรๆ ก็อร่อย แนะนำให้แวะไปกิน Signature ของร้านคือไอศกรีมน้ำผึ้ง Honey Bee อร่อยแบบละมุนมาก ถ้ามากับชายก็แอบถ่ายชายเหมือนเดิม ฮู้ยยย มีความสุขจังจ้า ดูรายละเอียดต่อที่นี่

JRA Horse Racing Course

นี่เป็นอีกกิจกรรมที่แปลกที่สุดตั้งแต่เที่ยวญี่ปุ่นมา คือการพากันไปแทงม้าจ้า 5555 เราให้คนญี่ปุ่นพาเข้าไปเพราะอยากสัมผัสบรรยากาศแบบคนท้องถิ่นกันบ้าง ขอไม่อธิบายวิธีการเล่นเพราะมันก็งงๆ หน่อย มีต้องไปซื้อหนังสือพิมพ์ดูเซียนม้าเก็งกันว่าตัวไหนจะชนะ มีแบบแทงสามตัวถ้าเข้าทั้งสามตัวก็จะได้เงินเยอะกว่าเดิม บลาๆ เอาเป็นว่าสนุกมาก ขนาดเล่นไม่เป็นนี่ยังโดนไปเป็นพันเลย 5555 ที่นี่นั่งจากสถานี Fukushima Station แค่ประมาณ 20 นาทีเท่านั้นเอง และเด็กๆ ก็สามารถเข้าไปดูได้นะ มันไม่ได้น่ากลัว ดูรายละเอียดต่อที่นี่ 

Iizaka Onsen town

จากสนามม้าประมาณครึ่งชั่วโมงเราไปที่ lizaka Onsen Town ถ้าเพื่อนๆ มาจากสถานี Fukushima Station นั่งรถไฟมาลงที่สถานี lizaka Onsen Town ได้เลยประมาณ 25-30 นาทีเท่านั้น เมืองนี้เป็นอีกเมืองออนเซ็นขึ้นชื่อของฟุคุชิมะ เพราะมีออนเซ็นมากกว่า 40 แห่งและมีบ่ออาบน้ำสาธารณะถึง 9 แห่งด้วยกัน คนท้องถิ่นเองก็ชอบมาพักผ่อนแบบ ShortTrip กันที่นี่เพราะมันเงียบสงบ อากาศดี และไม่วุ่นวายจอแจ นี่คือเหตุผลนึงว่าทำไมเราถึงเลือกมากันที่นี่เพราะมันคืออีกมุมนึงที่เราสามารถเดินเข้าไปร้านอาหารเล็กๆ ตอนกลางคืนแล้วคุยภาษามือกับคุณป้าคุณลุงเจ้าของร้านได้นานแสนนาน ไม่ต้องรีบร้อนเลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

เราพักกันที่ Iizaka Onsen Matsushimaya เป็นเรียวกังที่นี่อ่างอาบน้ำในตัวพร้อมวิวจากนห้าต่างเล็กๆ ข้างนอก มาแช่กันได้แบบเพลินๆ สบายใจไม่ต้องเขินอายกันเลย คนญี่ปุ่นบอกว่าน้ำร้อนออนเซ็นที่นี่ร้อนที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปมาเลยหละ! พอเราลองเอามือจุ่มไปปุ้ปก็รู้เรื่องเลย 555 โอ้โห ร้อนจริงจ้า ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

ที่นอนที่นี่ก็จะเป็นแบบเรียวกังมีชุดยูกาตะและรองเท้าเกี๊ยะให้ใส่เดินเจ็บเท้าเล่นๆ ออกไปไหน มาไหนได้สบายๆ 555555 และถ้าบ่อในห้องยังใหญ่สะใจไม่พอ เชิญที่ออนเซ็นรวมเลยจ้ะ ที่นี่ก็มีบ่อแยกชาย หญิงให้ไปแช่กันสบายใจเฉิบเหมือนกัน

ที่เมืองนี้มีออนเซ็นเก่าแก่อยู่ที่นึงชื่อ Iizaka Onsen Nakamuraya Ryokan เป็นออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เสียดายตอนที่เราไปกันมันเต็มหมดเลยไม่ได้แช่ ขอแนะนำให้ไปจริงๆ เพราะข้างในมันขลังและสวยมากๆ อยากมีบ้านแบบนี้ซักหลังในญี่ปุ่นเลย

อ้อออ! แล้วมาถึงเมืองนี้อย่าพลาดกินเกี๊ยวซ่าเด็ดขาด! เพราะเด็ดที่สุดในเมืองแล้วจ้า อร่อยมากกก กรอบนอกนุ่มใน

เราไปลองเล่นกีตาร์ญี่ปุ่นกันมาด้วยหรือที่เรียกว่า Shamisen เป็นกีตาร์ 3 สายของญี่ปุ่นเค้าถ้าอยากมีประสบการณ์แบบนี้ลองติดต่อที่ Office centre ของเมืองนี้ได้เลยเค้าจะหาครูมาสอนให้ ดีดไม่เป็นไม่เป็นไร แค่นั่งฟังครูดีดตอนกลางคืนก็เหงาจับใจแบบบอกไม่ถูกแล้ว เป็นการจบคืนแรกที่สวยงามในฟุคุชิมะ

เช้าวันที่ 2 เริ่มต้นกันที่ร้านกาแฟเก๋ๆ ใน lizaka Onsen Town นั่นแหละ ชื่อร้าน Café Hiranaga เป็นคาเฟ่คนเท่คูลๆ ในเมืองนี้ ตอนแรกเราก็นึกว่ารสชาติคงจะงั้นๆ อารมณ์แบบขายนักท่องเที่ยวแต่ผิดคาดเพราะมันอร่อยมาก อร่อยที่สุด แซนวิชแฮมชีสเอย Waffle เอย รสชาติอย่างเด็ด! เฟซบุ๊คร้าน 

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเราก็ไปเดินเล่นกันที่สวนดอกพีช Hana momo no sato แม้ว่าช่วงที่เราไปซากุระจะโรยไปกันเกือบหมดแล้วแต่สิ่งที่ยังอยู่ มีอายุยืนยาวกว่าและสวยไม่แพ้กันคือดอกพีชจาก จาก lizaka Onsen Town นั่งรถมาไม่ถึง 10 นาที สวนดอกพีชเหล่านี้ก็จะเบ่งบานมากกว่า 300 ชนิด สวยงามบานเต็มต้นเลย และค่าเข้าแค่ 500 เยนเท่านั้นไม่จำกัดเวลาด้วยนะ เดินเพลินๆ นั่งฟังเพลงหรืออ่านหนังสือในสวนก็ได้เหมือนกัน

ที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้เราขึ้นเขาไปที่ Bandai-Azuma Skyline ที่นี่สูง 1622 เมตรจากระดับน้ำทะเล เส้นทางขับขึ้นไปด้านบนคนญี่ปุ่นเรียกกันสวยๆ ว่า “the road that runs across the sky.” เราจะเห็นวิวทั้งเมืองฟุคุชิมะระหว่างทางขับขึ้นไป ช่วงที่เราไปเป็นช่วงกำลังจะเปิดวันแรกพอดีบอกเลยว่าสวยมาก! สวยมากๆ! เพราะมันเป็นสีน้ำตาลจากดิน สลับกับสีขาวของหิมะโอบล้อมไปทั่วทั้งเขา เหมือนวัวหลายๆ ตัวกำลังนอนหลับทับกัน ระยะทาง 20 กว่ากิโลที่ขับขึ้นไปสวยทุกมุมและไม่ควรพลาดเลยจริงๆ จ้า

ฟุคุชิมะ เป็นอีกเมืองนึงที่เราได้ยินผ่านหูค่อนข้างบ่อยทั้งจากอดีตที่เคยเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จนได้ยินข่าวสารมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเพื่อนที่กำลังป่วยแล้วอาการดีขึ้นจนหายดีแล้ว กลับมาสดใสเหมือนเดิม ทำให้วันนี้เราได้มาเจอเพื่อนใหม่อย่างฟุคุชิมะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนกำลังลังเลว่ามันสามารถเที่ยวได้แล้วจริงๆ หรอ? ก็ให้รีวิวนี้เป็นคำตอบละกันว่ามันสวยและดีงามแค่ไหน นี่คือทริปสั้นๆ จากโตเกียวแค่ 2 วัน 1 คืนก็เที่ยวได้สบายๆ มาลองเที่ยวฟุคุชิมะด้วยตัวเองซักครั้งแล้วจะหลงรัก

Input your search keywords and press Enter.