Now Reading:

Visit Dubai!

พอพูดถึงดินแดนตะวันออกกลาง พวกเธอนึกถึงอะไรกันบ้างนอกจาก อูฐ ทะเลทราย และอากาศที่ร้อนระอุตลอดทั้งปี นั่นอาจจะเป็นตะวันออกกลางที่เธอจำมาจากการ์ตูน หรือสารคดีซักเรื่องสมัยเด็กๆ เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว .. แต่ตะวันออกกลางสมัยนี้เป็นเหมือนเพชรเม็ดงามที่รอให้เธอมาสัมผัส แถมเพชรเม็ดนี้จะเปลี่ยนรูปร่างไปทุกครั้งที่เธอมาเห็น เพราะสิ่งที่เจียระไนให้สวยงามที่สุดนั้น เราเรียกว่า ‘ความทันสมัย’

เรากำลังพูดถึง ‘ดูไบ’ ไม่ว่าเธอจะเคยได้ยินหรือรู้จักดูไบแบบไหนมาก่อน อยากให้เธอตื่นเต้นระหว่างอ่านรีวิวนี้และเที่ยวดูไบไปพร้อมๆ กับเรา เพราะนี่คือการเที่ยวดูไบครั้งล่าสุดที่เจอทั้งพายุ แดด และฝน แต่ดูไบก็ยังเฉิดฉายและพร้อมบอกทุกคนว่าไม่ว่าฤดูไหนๆ ที่นี่ก็จะทำให้เธอทึ่งกับความทันสมัย ตื่นเต้นบนผืนทะเลทรายและบนหลังอูฐ พร้อมกับนั่งชิลพร้อมเตาบาการุดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็น พร้อมขึ้นไปดูวิวมุมจากจุดที่สูงที่สุดในโลกบนตึก Burj Khalifa นี่คือรีวิวทริปเที่ยวเน้นเฉพาะดูไบ 4 วันเต็มๆ ที่เธอสามารถตามรอยได้เหมือนเดิม แถมเรายังออกเดินทางพร้อมกับ บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ บัตรเดียวที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมายระหว่างออกเดินทาง แถมจ่ายง่ายไร้กังวลมากกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีคอนแทคเลสแค่แตะก็จ่ายได้ ตามมาเที่ยวดูไบพร้อมกันเลยแล้วจะรู้ว่าบัตรนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้ทั่วโลก พร้อมความคุ้มค่ามากมายระหว่างเดินทาง!

ทริปนี้เราออกเดินทางกับสายการบิน Emirates สายการบินที่มี Hub อยู่ที่เมืองดูไบแห่งนี้ Emirates คือสายการบินระดับ 5 ดาวที่บินตรงระหว่างกรุงเทพ และ ภูเก็ต สู่ Hub ที่ดูไบวันละหลายเที่ยวบิน เพื่อให้ทุกคนได้เชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 158 แห่งทั่วโลก ในกว่า 84 ประเทศในเครือข่ายของเอมิเรตส์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี  แถมยังมีบริการบินตรงจากกรุงเทพไปยังฮ่องกง และพนมเปญ ด้วย เธอสามารถมาเที่ยวดูไบได้ง่ายๆ เพราะบินตรงจากกรุงเทพเพียงแค่ 6 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น แถมถ้าเดินทางด้วยชั้น Bussiness Class เหมือนเรา ก็ยังมีบริการรับ-ส่งถึงบ้านและโรงแรมในดูไบ พร้อมบินด้วยเครื่องบินลำใหญ่อย่าง A380 นี่มี Onboard Lounge ให้เธอเอ็นจอยได้ตลอดการเดินทางเลยด้วย จะมาเที่ยวดูไบโดยเฉพาะ หรือมาที่นี่เพื่อเปลี่ยนเครื่องไปเที่ยวที่อื่นต่อ Emirates และดูไบก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่นอน ดูรีวิวการเดินทางด้วย Emirates ของเราได้ ที่นี่

 

Getting Around the City with Dubai Metro!

แน่นอนหละว่ามาถึงดูไบทุกๆ คนจะต้องคิดว่าค่าเดินทางมันแพงหูฉี่แน่นอน แต่ไม่ใช่เลย เพราะที่นี่มี Metro รถไฟฟ้าที่วิ่งจากสนามบินไปถึงใจกลางเมืองดูไบ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็สามารถเดินทางไปได้ด้วย Metro บางที่อาจจะต้องนั่งแท๊กซี่ไปต่ออีกนิดหรือเดินอีกหน่อย แต่ก็ประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะ

แนะนำให้เพื่อนๆ ซื้อ Nol Card คำนวณการเดินทางแต่ละวันที่เราจะไปให้ดีๆ เพราะราคาต่อเที่ยวจะเริ่มต้นที่ 3 AED ถ้าเดินทางในโซนเดียวกัน และแพงขึ้นถึง 5-7.5 AED ถ้าเดินทางข้ามระหว่างโซน มันจะงงนิดนึง เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้ซื้อแบบ 1 Day Pass ไปเลยราคาประมาณ 22 AED หรือตกเป็นเงินไทยประมาณ 180 บาทเท่านั้นเอง และที่สำคัญถ้าไม่อยากพกเงินสดเยอะๆ ที่นี่ก็รับบัตร บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ เหมือนกันนะ และการใช้จ่ายทุก 25 บาทจะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน สามารถเก็บสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อแลกไมล์การเดินทางกับการบินไทย แอร์เอเชีย หรือบางกอกแอร์เวย์สได้ด้วย ตอนแรกก็คิดว่าจะใช้ยากกว่านี้แต่หลายๆ ที่ก็รับบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ กันทั้งนั้น

 

Dubai Frame

เอาหละ! จริงๆ แล้ว ดูไบนั้นถ้ามีเวลาซัก 4วัน 3คืนเต็มๆ เราคิดว่าก็เพียงพอและเที่ยวครบแล้วนะเพราะว่าเมืองไม่ใหญ่มาก และแต่ละจุดก็ไม่ไกลกันเกินไป เราเดินทางจากกรุงเทพมาถึงดูไบช่วงดึกพักผ่อนหนึ่งคืนก่อนเที่ยวจริงๆ แบบเต็มวัน ถ้าเธอเป็นคนไม่มีเวลาสามารถบินออกจากกรุงเทพช่วงดึกและมาถึงที่นี่เช้าก็เริ่มเที่ยวได้เลยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ทริปนี้เพื่อให้ง่ายเวลาทุกคนตามรอยเราขอนับวันที่เริ่มเที่ยวจริงๆ เป็นวันที่ 1 และนี่คือที่แรกของเรา.. Dubai Frame

ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของดูไบที่เค้าตั้งใจสร้างให้มันเป็นกรอบรูปสีทองที่ตั้งขึ้นระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ของดูไบพอดิบพอดี ถ้าเธอไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์ของที่นี่เท่าไหร่นัก แต่อยากมาถ่ายรูปเก๋ๆ เฉยๆ เราแนะนำว่าให้ถ่ายจากข้างนอกก็พอ เพราะด้านในก็เป็นตึกสูงสำหรับดูวิวเฉยๆ ซึ่งถ้ามีแพลนจะขึ้นไปดูวิวจากบน Burj Khalifa อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขึ้นที่นี่ก็ได้ Dubai Frame เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนรู้ที่มาที่ไปของเมืองผ่านนิทรรศการด้านใน และอนาคตของดูไบในอีก 50 ปีข้างหน้า ถ้าดูจากด้านนอก ด้านนึงจะเป็นเมืองเก่า ส่วนอีกด้านนึงคือเมืองใหม่ที่กำลังพัฒนาไปไม่หยุด
*มุมถ่ายรูปสวยๆแนะนำให้เดินออกมาถ่ายบนสะพานลอยด้านหน้าตรงถนนใหญ่นะเท่มากกกกก!

 

The Yellow Boats

ตอนบ่ายเราข้ามฝากไปฝั่ง Dubai Marina Walkถ้าให้เทียบกับกรุงเทพก็คงเป็นย่านกลางเมืองริมน้ำที่มีตึกสูงหรูหรา และที่พักสำหรับชาวต่างชาติที่มาทำงาน รวมถึงร้านอาหารชิคๆ ที่มีให้เลือกเยอะมาก เรามาเดินเล่นและทานอาหารกลางวันที่นี่ พร้อมรอนั่งเรือ Yellow Boats ที่จะพาออกทะเลอาหรับไปดูวิวดูไบอีกมุมนึงที่น้อยคนนักที่จะได้เห็น Yellow Boats จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง- 1ชั่วโมงครึ่ง โดยค่าใช้จ่ายคนละ 175-299 AED แล้วแต่แพ็คเกจ โดยเราเลือกแพ็คเกจ 1 ชั่วโมง เรือจะวิ่งผ่านตึกสูงใน Dubai Marina แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผ่าน Ain Dubai ชิงช้าสวรรค์ที่กำลังจะมาทำลายสถิติโลก พร้อมวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อพาเราไปถ่ายรูปจากทะเลอาหรับ โดยมีวิวด้านหลังเป็น Atlantis / The Palm Jumeirah

 

Dubai Fountain

ถ้าสังเกตจากรูปในรีวิวของเรานั้นจะเห็นได้เลยว่า… อากาศไม่ดี 555 นี่คือเมืองทะเลทรายนะคะ แต่เรามาเจอฝนตกหลายวันมาก เพราะฉะนั้นบางวันเลยได้เที่ยวน้อยหน่อยเพราะต้องมัวแต่หลบฝน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเที่ยวดูไบครั้งนี้ เราพักผ่อนช่วงกลางวันที่ฝนตกของวันแรก ข้ามมาดูน้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนเย็น แถมดูฟรีด้วย! บริเวณด้านหน้าห้าง Dubai Mall จะมีน้ำพุเต้นระบำที่ขึ้นชื่ออยากแนะนำให้มาดูพร้อมกับแสงสีเสียงที่สาดขึ้นตึก Burj Khalifa สวยงามจริงๆ อลังการทั้งน้ำพุ ทั้งเพลง และแสงสีเสียง ดูกันฟรีๆ ที่ Dubai Mall ทุกๆ 30 นาที ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น.

 

Arabian Tea House

เช้าวันที่ 2 ของเราในดูไบ เรารีบตื่นกันแต่เช้าเพื่อมาลองอาหารอาหรับแบบ Traditional ที่สะอาดสะอ้านและร้านน่ารักมากๆ ที่นี่ชือว่า Arabian Tea House แขกไปใครมาหรือเพื่อนเราที่อยู่ดูไบต่างแนะนำให้มาทานอาหารเช้า หรือจิบชายามบ่ายร้านนี้เหมาะสมมากที่จะมาเอนตัวนั่งชิลๆจิบชากินอินทผาลัมก่อนออกไปตะลุยดูไบกันต่อ

เราลองสั่งเซ็ทอาหารเช้าของที่นี่รสชาติไม่เลวเลยนะ มีไข่ แป้งเหมือนแป้งโรตี พร้อมชีสและแยมสตรอเบอร์รี่ และที่เด็ดคือมุมถ่ายรูปสวยๆ ในร้านเยอะมาก ถ้ามาเช้าหน่อยจะไม่ต้องเจอคนต่อคิวแย่งเธอถ่ายรูปเลย และร้านนี้ยังรับบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นร้านท้องถิ่นหรือร้านดังๆ ในดูไบ บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ ที่หลายคนว่าใช้ยากกลับใช้ที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายและง่ายที่สุดเลย

 

Al Seef Heritage Souq

จาก Arabian Tea House แนะนำว่าให้เผื่อเวลาไว้ซัก 1 ชั่วโมงแล้วเดินเล่นรอบๆ บริเวณนั้นซึ่งเรียกกันว่า Al Seef Heritage Souq ถ้าให้เปรียบกับที่เมืองไทยที่นี่เป็นเหมือนย่านฮิปๆ เช่นนิมมานฯ ที่เชียงใหม่ แต่แปลกตาตรงที่เป็นบ้านสไตล์อาหรับ และของที่ขาย แต่ความเก๋ความชิคและสะอาดสะอ้านนั้นสวยและดีงามไม่แพ้กันเลย เดินเล่นรอบๆ ซื้อของฝากหรือเล่นกับเจ้าเหยี่ยวภายใน Souq ก็น่ารักดี ตรงนี้ยังเป็นย่านริมน้ำที่ฝั่งตรงข้ามคือ Gold and Spice Souq ซึ่งเราจะแวะกลับมาพร้อมซื้อของฝากกันในวันสุดท้าย เพราะแค่เดินใน Al Seef อย่างเดียวก็เกือบจะเที่ยงแล้วซึ่งแพลนตอนบ่ายในวันที่ 2 นี้คือไฮไลท์ของทริป 😊

 

Dubai Desert Safari

มาถึงตะวันออกกลางทั้งที! ถ้าไม่ได้เล่น Desert Safari ถือว่ามาไม่ถึงนะจ้ะ! อย่างที่เราบอกว่าช่วงที่เรามามีบางวันที่ฝนตกทำให้ทรายในทะเลทรายมันซับน้ำเอาไว้และค่อนข้างหนัก ช่วงที่เราเล่น Sand Dune  กันทรายก็เลยไม่ค่อยฟุ้งเท่าที่ควร การเล่น Sand Dune คือการขับรถเข้าไปในทะเลทรายและคนขับจะขับขึ้นลงเนินแบบเร็วๆ และหวาดเสียวทำให้ทรายฟุ้งไปทั่วทั้งคัน เธอจะเสียวท้องน้อยเป็นระยะๆ และใครที่ชอบเมารถอย่าลืมเตรียมยาดมพกติดมือไว้เสมอ เพราะรถจะขึ้นลงเนินแบบเร็วๆ และสั่นไปทั้งคันเหมือนนั่งรถไฟเหาะเลย! ตรงที่เราไปยังมี ATV ให้ขับด้วย โดยเพิ่มเงินคนละ 200 AED สำหรับการเล่น ATV กลางทะเลทรายประมาณครึ่งชั่วโมง สนุกมาก แดดแรงๆ แต่มีลมโชยเป็นพักๆ เรียกเหงื่อได้ที แถมถ่ายรูปสวยด้วย

เราซื้อแพ็คเกจมาประมาณคนละ 1,400 บาทสำหรับการทัวร์ทะเลทรายวันนี้ ซึ่งรวมค่าขี่อูฐตอนกลางคืน และอาหารค่ำเอาไว้ มีการให้แต่งตัวชิคๆ เป็นท่านซีค พร้อมบารากุให้ดูดแบบจุใจ และอาหารที่รสชาติก็พอไปวัดไปวาได้ไม่ถึงกับอร่อย แต่แลกกับประสบการณ์การทัวร์ทะเลทรายก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลย เป็นการจบวันที่ 2 ในดูไบที่ดีมากๆ ของเราตั้งแต่เช้ายันเย็น *ปกติทัวร์ทะเลทรายจะเริ่มประมาณ 14.00 น. ซึ่งแต่ละทัวร์จะรับ-ส่งจากโรงแรมที่พักตามที่เราแจ้งไว้ตอนจองทัวร์*

 

Burj Khalifa

เช้าวันที่ 3 ของการมาเที่ยวดูไบเป็นวันที่เราตื่นเช้าเหมือนจะไปเดินป่าเดินเขา แต่เปล่าเลยจ้ะ! การตื่นเช้าตรู่ที่ดูไบของเราคือการขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Burj Khalifa ที่นี่เป็นตึกที่ครองแชมป์ตึกที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้ สูงกว่าหอไอเฟลถึง 3 เท่าแหนะ และถ้าช่วง Prime Time เธออาจจะต้องต่อคิวนานถึง 3 ชั่วโมงเพื่อให้ได้ขึ้นไปดูวิวที่ชั้น 124 หรือชั้น 125 (จริงๆ มีสูงกว่านั้นถึง 154 แต่ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก) คงต้องหงุดหงิดก่อนได้ดูวิวสวยๆ แน่นอน เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำว่าให้ซื้อแบบ Sunrise+Breakfast ราคาแค่ 154 AED และสามารถขึ้นได้ตั้งแต่ตีห้าจนถึงแปดโมงเช้า ช่วงเวลานี้คนจะน้อยที่สุด วิวตอนที่พระอาทิตย์พึ่งโผล่พ้นขอบฟ้าไกลๆ ด้านนึงเป็นทะเลอาหรับ อีกด้านนึงเป็นเมืองที่เจริญขึ้นทุกวัน ดีใจมากเลยที่ได้มาเห็นวิวแบบนี้ แถมเธอยังได้กาแฟร้อนๆ พร้อมครัวซองค์ด้วยนะราคานี้ ไม่ต้องเบียดกับใคร แค่เปลี่ยนจากดูพระอาทิตย์ตกเป็นดูพระอาทิตย์ขึ้น สวยไม่แพ้กันเลยแถมไม่ต้องยืนเมื่อยต่อคิวนานๆ ด้วย

อีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่สำคัญมากๆ ของคนที่เดินทางพร้อม บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ที่ทำให้บัตรนี้เหนือกว่าคือ ความอุ่นใจและความคุ้มครองระหว่างการเดินทางที่จะทำให้เธอไม่ต้องกังวล เคยเป็นใช่มั้ยที่เวลาเดินทางไปต่างประเทศ บางครั้งเราทิ้งความห่วงให้กับคนที่รอเราอยู่ที่บ้านเช่นครอบครัว เพราะต่อให้เราจะโตแค่ไหนในสายตาพวกท่านเรายังคงเป็นเด็กน้อยให้ท่านเป็นห่วงอยู่เสมอ

บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพเลยมาพร้อมกับ ประกันการเดินทางและอุบัติเหตุการเดินทาง ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด USD 500,000 ประกันกระเป๋าเดินทางล่าช้า (Luggage Delay) ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด USD 200 และประกันการสูญหาย หรือความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง (Loss of Baggage) ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด USD 200 สิทธิประโยชน์นี้คุ้มครองทันทีเมื่อซื้อบัตรโดยสารหรือโปรแกรมเที่ยวต่างๆ ผ่านบัตรใบนี้ และคุ้มครองกันยาวๆ รวมไปถึง สามี ภรรยา บุตร ที่จดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด อุ่นใจมากขึ้นทุกครั้งแน่นอน เพราะสิทธิประโยชน์ระหว่างเดินทางก็ครบ และสิทธิประโยชน์ที่ทำให้เราหายกังวลก็คอยเป็นฟูกนุ่มๆ ให้เราตลอดการเดินทาง

 

Dubai Aquarium and Underwater Zoo

ที่นี่อยู่ในห้าง Dubai Mall เลยแหละ จริงๆ ห้างนี้มันมีทุกอย่างเลยนะ ลานสกีก็ยังมีเลย 555 สำหรับเราที่นี่ข้ามได้ก็ข้ามซะ ตอนแรกเข้าใจว่ามันต้องอลังการมากแน่นอนสำหรับอุโมงค์ Aquarium ด้านในแต่ผิดคาดเพราะเล็กมาก สำหรับเราไม่ค่อยคุ้มค่าเข้าเท่าไหร่ และถ้าอยากได้ภาพปังๆ อาจจะต้องรอตอนคนน้อยๆ เพราะชาวจีนและอินเดียเต็มอุโมงค์ไปหม๊ด! ไปหมดเลย เราเดินเล่นที่นี่ซักพักก็ขอตัวกลับไปนอนพักผ่อนที่โรงแรมเพราะตื่นมารอขึ้น Burj Khalifa ตั้งแต่ตีสี่แหนะ

Souq Madinat Jumeirah

ช่วงบ่ายเรามาเดินเล่นที่ Souq Madinat Jumeirah คำว่า Souq ในภาษาอาหรับแปลว่า ตลาด แต่ตลาดบ้านเค้าก็คือเหมือนช๊อปปิ้งมอลล์ดีๆ นี่แหละ สำหรับเราชอบ Souq ที่นี่มากทุกในดูไบ ไม่สิจะเรียกว่าในตะวันออกกลางที่เคยเที่ยวมาเลยก็ได้ เพราะมันสะอาดสะอ้าน มีโซน Indoor ให้เดินซื้อของแบบเหงื่อไม่ไหล มีโซน Outdoor พร้อมกับทำคลองเทียมขึ้นมาและปลูกต้นไม้น้อยใหญ่รอบๆ ให้ความร่มรื่น มันดูอยู่ได้ทั้งวันเลยอะ แถมหลายๆ ร้านก็ไม่ได้ขายของแพงเกินจริง เหนื่อยๆ ก็มานั่งพักแล้วกลับไปเดินช๊อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นกันต่อ ที่สำคัญทุกร้านที่เราสังเกตดูรับบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ หมดทุกที่เลย แสดงว่าบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ จะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน

 

Public Beach

ช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวดูไบมากที่สุดคือช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนจนถึงประมาณกลางเดือนมีนาคมเพราะเป็นฤดูหนาว อากาศไม่ร้อนมากจนเกินไป ทำให้ที่นี่มี Public Beach ด้วย! ดูไบเป็นเมืองที่ค่อนข้างเปิดกว้างและเข้าใจพร้อมยอมรับวัฒนธรรมตะวันตกเยอะกว่าเมืองและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง เช่นมีแอลกอฮอล์ขาย (จำกัดพื้นที่) และสามารถใส่บิกินี่ว่ายน้ำได้ด้วย! Public Beach ที่นี่เลยเป็นสวรรค์ของชาวต่างชาติที่หลงรักสายลมแสงแดดที่มักจะมาอาบแดดกันในวันหยุด เพราะเห็นวิว Burj Al Arab อยู่ไกลๆ ถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตกดินก็สวยเหลือเกิน!

เราแนะนำจาก Public Beach ควรจะนั่งรถต่อไปอีก 5 นาทีไปที่ร้าน Shimmer ซึ่งอยู่อีกด้านนึงของ Burj Al Arab และชิวไม่แพ้กัน ตรงนั้นคือบาร์สวยๆ ให้เธอนั่งชิลริมทะเลพร้อมเตาบารากุที่ดีงามมาก มองพระอาทิตย์ตกดิน ดูดบารากุจากต้นตำรับของตะวันออกกลางและนั่งจิบน้ำแก้กระหาย เคล้ากับอากาศเย็นๆ เป็นอีกวันที่ดีมากในดูไบ

เราชอบดูไบอย่างนึงคือมันเป็นเมืองที่ปลอดภัยไม่ว่ากับเพศไหนๆ เพราะกฎหมายที่นี่แรงมาก ทำให้ไม่ค่อยมีเรื่องของอาชญกรรมเกิดขึ้นเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็สบายใจได้เวลามาเอ็นจอยที่ดูไบ

 

Gold and Spice Souq

วันสุดท้ายของทริปเราแวะไปฝั่งดูไบเมืองเก่ากันบ้าง ที่อื่นอาจจะมีตลาดขายผักขายปลา แต่ที่นี่เค้าขายเครื่องเทศ และทองคำ แม่เจ้า! ที่นี่จะมีความ Traditional จ๋านิดนึง ร้านค้าส่วนใหญ่บางส่วนจะเป็นของพวกแขกปากีฯ อินเดีย และบังกลาเทศ และบางส่วนจะเป็นร้านของคนดูไบแท้ๆ ในตลาดเดินถึงกันหมดไม่ว่าจะเป็นโซนขายเครื่องเทศ ทองคำหรือของฝากเล็กๆ น้อย แนะนำให้มาซื้อที่นี่ทีเดียว รวมถึงอินทผาลัมด้วยถ้าอยากกินสดๆ ในตลาดนี้เท่านั้นแหละ

ร้านค้าทั้งหลายรองรับนักท่องเที่ยวได้ดีมาก ทั้งภาษาอังกฤษที่พูดกันฉะฉาน รวมไปถึง Cashless Society ที่นี่ก็เข้าร่วมกับเค้านะจ้ะ ใครที่พกบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ยังไงก็ได้ช๊อปปิ้งเพลินแน่นอน อาจจะซื้อทองไปฝากพ่อ ซื้ออินทผาลัมไปฝากแม่ และซื้อเครื่องเทศดีๆ ของตะวันออกกลางไปฝากยาย ที่นี่ก็รับบัตรเครดิตทั้งหมดเลย

เราแนะนำว่าให้เผื่อเวลาไว้ซัก 2 ชั่วโมงสำหรับเดินช๊อปปิ้งที่นี่เพราะมันกว้างและมีหลายซอกซอย เธอจะได้มีโอกาสแวะหลายๆ จุดเพื่อเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ

 

Dubai Creek

เดินช๊อปปิ้งสวยๆ กันเสร็จแล้วก็ชวนกันไปนั่งเรือข้ามฟากที่เป็นการเดินทางที่ถูกที่สุดในดูไบ Dubai Creek คือเรือที่ดัดแปลงมาจากเรือประมงของชาวอาหรับสมัยก่อน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้เรือพวกนี้กลายมาเป็นเรือข้ามฝากไปโดยปริยาย โดยเธอสามารถจ่ายค่าเรือกับคนขับได้เลยในราคา เที่ยวละ 1 AED หรือประมาณ 8 บาทเท่านั้น พร้อมวิวระหว่างแม่น้ำสวยๆ และนกที่บินว่อนไปว่อนมาเหมือนรู้งานให้เราถ่ายรูป

และอีกบริการที่คนเดินทางพร้อมบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ควรรู้ไว้เพื่อให้ตัวเองอุ่นใจมากขึ้นคือ บริการผู้ช่วยส่วนบุคคลในต่างประเทศ ที่เมื่อไหร่ที่เธอเกิดปัญหาสุดวิสัยไม่ว่าจะเป็นด้านการเดินทาง เช่นการตีความภาษา ช่วยเหลือประสานงานกรณีทำพาสปอร์ตหายหรือกระเป๋าเดินทางหาย และความช่วยเหลือฉุกเฉินทางด้านการแพทย์ ก็สามารถโทรเข้า Call Center ที่เบอร์โทร. (66) 0 2205 7880 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ถือบัตรใบนี้

จากนั้นเราก็กลับโรงแรมเก็บข้าวเก็บของเตรียมบินตรงกลับกรุงเทพกับ Emirates ที่มีเที่ยวบินถี่เหมือนบินจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ทำให้เรารู้สึกสะดวกมากๆ ที่สามารถเลือกเดินทางกลับบ้านได้หลายเวลา ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย ค่ำ Emirates ก็มีบินตรงจากดูไบถึงกรุงเทพทั้งวัน แบบนี้ทำให้ผู้โดยสารที่ต่อเครื่องมาจากที่อื่น อาจจะอยากแวะเที่ยวดูไบซัก 2-3 วันก่อนบินกลับกรุงเทพก็ไม่ต้องรอต่อเครื่องนานๆ ย้ำอีกครั้งนะจ้ะว่า… บินตรงมีทั้งวัน 😊

นี่คือดูไบของเราตลอด 4 วันเต็มๆ กับ 15  Locations ที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่มาดูไบครั้งแรก และที่สำคัญ บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ก็ทำให้เราใช้จ่ายได้มากขึ้นและสะดวกกว่าเดิม บางคนอาจจะเคยมองว่าบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์นั้นใช้ยากกว่าบัตรอื่นๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราว่าจริง 55 แต่เดี๋ยวนี้ใช้ง่ายและสิทธิประโยชน์ดีกว่าเดิมเยอะมาก นี่ยังไม่รวมสิทธิประโยชน์อื่นๆ สำหรับคนที่ใช้ในประเทศไทย อาทิเช่น ส่วนลด BTS / เติมน้ำมันถูกลง และดูหนังแค่ 88 บาท

ต้นปีอากาศดีๆ แบบนี้ เบื่อเที่ยวไทยและอาเซียน อยากพักญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเอง เลือกเดินทางในตะวันออกกลางตามรอยพวกเรากับ  บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ และ Emirates ก็เป็นอีกทริปในฝันที่ควร List ไว้ใน Bucket List เลยนะ

 ป.ล. ข่าวดีสำหรับใครที่สนใจเที่ยวดูไบตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 กับโปรแกรม “My Emirates Pass” ที่จะเปลี่ยนบอร์ดดิ้งพาสของพวกเธอให้กลายเป็นบัตรสมาชิกสุดพิเศษ เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงถึง 50% ณ ร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยวกว่า 500 แห่งที่ร่วมรายการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทีเดียวน๊ะ อย่าลืมไปใช้กันน้า

#wheredowegoTH #BangkokBankCreditcard
#บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์แพลทินัมธนาคารกรุงเทพ
#EmiratesAirline #FlyEmiratesFlyBetter

Input your search keywords and press Enter.