Now Reading:

Wider Seoul.

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะ ว่านี่คือการมาเที่ยวโซลครั้งแรกของเราแบบที่เที่ยวจริงๆ ไม่ใช่โฉบไปโฉบมา แวะ 1 วันบ้าง 2 วันบ้าง แต่รอบนี้เราใช้ชีวิตและเดินทางในโซลกันถึง 5 วันเต็มๆ เพื่อค้นหามุมที่กว้างกว่าและโมเม้นท์สนุกๆ ในโซล โซลของใครหลายคนอาจจะดูมุ้งมิ้ง ช๊อปปิ้ง ทำหน้าใสตาหวาน แต่โซลรอบนี้ของเราขอเปลี่ยนมามองโซลในมุมผู้ชายๆ กันบ้าง พร้อมกับ Galaxy Note10 ที่จะทำให้ชีวิตของเธอเวิร์กไปอีกขึ้น และมุมกล้องเจ๋งๆ ที่เรียกได้ว่า Super Ultra Wide เอ้า! พร้อมแล้วก็อย่าลืมโหลด City Mapper ไว้ในมือถือรอก่อนเลย เพราะที่โซลนั้น Google Map ใช้แทบไม่ได้เลยแม่

 

Move Beyond with Cathay Pacific.

ทริปนี้เราออกเดินทางกับ Cathay Pacific นี่คือสายการบินยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาวจากการโหวตของผู้โดยสารทั่วโลก รอบนี้เราออกเดินทางจากกรุงเทพ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ก่อนจะต่อเครื่องไปยังกรุงโซล ต้องบอกก่อนว่าการบินแบบนี้เราไม่ได้บินอ้อม และเป็นการแวะพักระหว่างทาง ลงมายืดเส้นยืดสายก่อนเดินทางต่อ และการเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดเพราะมีทั้งร้านอาหารอร่อยๆ และช็อปแบรนด์ต่างๆ ที่อาจทำให้กระเป๋าเราแบนก่อนถึงกรุงโซลก็ได้ ที่สำคัญสำหรับผู้โดยสายชั้นธุรกิจ หรือ Marco Polo Club ตั้งแต่ระดับ Silver Member ขึ้นไป หรือสมาชิกบัตรสะสมไมล์ในเครือ OneWorld ตั้งแต่ระดับ Sapphire และ Emerald ก็สามารถใช้บริการห้องรับรองได้ฟรีในทุกๆ สนามบินด้วยนะ

Cathay Pacific เป็นสายการบิน Full Service ที่รวมน้ำหนักกระเป๋า อาหารและที่นั่งไว้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องจ่ายจุกจิกอะไรเพิ่มเติม จ่ายครั้งเดียวก็ฟินไปจนถึงปลายทางได้ง่ายๆ พร้อมกับบริการที่ได้มาตรฐานระดับ 5 ดาวเชียวนะ!

และสำหรับที่กรุงเทพ Cathay Pacific มีห้องรับรองเป็นของตัวเอง เธอสามารถเข้าไปนั่งจิบแชมเปญกับเพื่อน เม้าท์มอย แพลนทริป หรือจะลองชิมผัดไทและบะหมี่ฮ่องกงที่บอกกันมาแบบปากต่อปากบอกกันว่าอร่อยมากได้เลย สำหรับเรานั้นสิ่งที่ชอบที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเครื่องดื่ม Signature แบบไม่มีแอลกอฮอล์อย่าง Cathay Delighted อร่อยนุ่มลิ้นมากเลย

 

DAY 1 in Seoul

มาเที่ยวโซลกับ Galaxy Note10 เราจะพลาดที่นี่ได้ยังไง Leeum, Samsung Museum of Art ที่นี่แยกออกเป็น 3 Museum หลักๆ ทั้งแบบเกาหลีดั้งเดิม ร่วมสมัย และนิทรรศการหมุนเวียน ที่นี่มีหลายจุดที่ถ่ายรูปได้ตั้งแต่สนามหญ้าหน้าทางเข้าจนถึงด้านใน และบางส่วนที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แนะนำว่าให้สังเกตป้ายเพื่อไม่ให้ตัวเองทำผิดกฎนะคะ

มุมยอดฮิตที่คนนิยมมาถ่ายกันมากที่สุดคือตรงประตูทางออกของ Museum 1 บันไดสีเหลืองที่มีกระจกสะท้อนติดอยู่ด้านบนถ่ายรูปได้เก๋เหมือนอยู่ในโลกอนาคต แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบและคนเยอะเพราะเป็นทางเดินออก เราใช้ Galaxy Note10 ที่มี Super Ultra Wide ทำให้มันได้มุมที่กว้างและเก็บภาพเจ้าบันได้นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกจุดนึงคือ Beyond Space อยู่ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยใน Museum2  เป็นกระจก Reflect ไปมาเหมือนอยู่ในโลกอนาคต ที่เห็นอยู่นี่เป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้างๆ เล็กนิดเดียวแต่ด้วย Super Ultra Wide ทำให้เก็บภาพกว้างได้มากขึ้นอีก

เสร็จจาก Museum ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับไปเช็คอินที่โรงแรมและพักผ่อนซักหน่อยก่อนออกมาหาอะไรกินตอนกลางคืน แต่มีเพื่อนแนะนำว่าแถวๆ ที่เราเดินกันอยู่นั้นมีร้านนึงชื่อ Sayoo คาเฟ่ 4 ชั้นที่มีดาดฟ้าให้นั่งเล่นและวิวสวยพีคในตอนกลางคืน แต่.. เรามาตอนกลางวัน ด้วยความง่วงมากก็เลย อะ.. กินกาแฟกันหน่อยละกัน 5555 เลยได้เข้าไปนั่งเล่นในร้านนี้พลางๆ เราเองไม่ใช่สายกาแฟเพราะเข้าใจว่าที่ไหนก็เหมือนกันหมด แต่เค้กนี่สิคุณ! อื้อหืออออ อร่อยจริง!

รอบนี้เราพักกันที่  ibis Styles Ambassador Seoul Myeongdong Hotel โรงแรมในเครือ Accor ที่ราคาไม่แพง รวมอาหารเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว และอยู่ใกล้สถานีรถไฟหลายสาย รวมไปถึง Airport Limousine Bus สาย 6001 และ 6015 ทำให้เราเดินทางกันสะดวกมากๆ และแม้ว่าจะอยู่ใกล้เมียงดงแต่คนก็ไม่พลุกพล่านเลย หลับสบาย ปลอดภัยและห้องกว้าง นอนสองคน กางกระเป๋าก็ยังมีพื้นที่อยู่บ้างเหมาะสำหรับคนที่มี Budget จำกัดและตั้งใจว่าจะออกไปตะลุยโซลทั้งวันทั้งคืนและกลับมาพักตอนกลางคืน

ช่วงเย็นๆ เราออกไปหา Street Food เกาหลีกินกัน ที่นี่เค้าเรียก Street Food ว่า Pojangmacha (포장마차) เข้าใจว่าเป็นคำเรียกรวมๆ เหมือนบ้านเราบอกว่าอาหารตามสั่ง ก็อาจจะหมายถึงกระเพราไก่ยันผัดพริกแกงในชื่อเดียว 5555 นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Jongno-3(sam)-ga Station ทางออกที่ 5 เธอจะเห็นร้านริมถนนตั้งเรียงรายมีไฟลอดผ้าใบสีขาวขุ่นออกมาเป็นช่วงๆ เราอ่านไม่ออกหรอกว่าชื่อร้านอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะขายคล้ายๆ กันหมดพวกของแกล้มเหล้าต่างๆ หรืออยากกินหมูบ่างเกาหลีก็เดินลึกเข้าไปในซอยก็มีหลายร้านที่ตั้งอยู่ข้างทางแต่คนแน่นตลอดเวลา! อย่าลืมสั่ง ‘ซันนักจิ’ หนวกปลาหมึกที่ตายยากตายเย็นให้มาดูดปากเราเล่นๆ ด้วยนะ 555

เราเดินลึกเข้ามาในซอยอีกนิดเจอกันร้านปิ้งย่างแบบเกาหลี๊เกาหลี เพราะทั้งร้านพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ก็จะมีแต่ลูกชายเจ้าของร้านนั่นแหละที่พูดได้นิดหน่อย ร้านนี้น่าทานมาก คนเยอะ ดูอร่อยที่สำคัญราคาไม่แพงเลย ถ้าเดินตามซอยเข้ามาจะอยู่ร้านแยกตรงสามแยกพอดี

 

Day 2 – Outside Seoul.

โซลของเรานั้นสบายๆ ตื่นแปด กินข้าวเก้า ออกจากโรงแรมสิบโมงเช้า 55 โซลเป็นเมืองตื่นสายเธอสามารถนอนได้เต็มอิ่ม วันที่ 2 ของทริปเราเลือกออกไป Starfield Library ที่ห้าง Coex Mall ที่นี่เป็นมุมฮิตใหม่ล่าสุดในโซล ห้องสมุดที่นี่เปิดกว้างมากตั้งแต่ 10 โมงเช้า สามารถมานั่งอ่านหนังสือ กินกาแฟ แสงแดดส่องยามเช้าสวยๆ กินขนม เสร็จแล้วก็ถ่ายรูปมุมกว้างในห้าง เธอสามารถครีเอทท่าสวยๆ เท่ๆ ถ่ายรูปกับเจ้าหนังสือกองโตได้ง่ายๆ สบาย

Anyang Art Park

ช่วงบ่ายเราออกเดินทางไป Anyang Art Park ต้องบอกก่อนว่าแม่งไกลมาก ไกลกว่าที่คิดและไปเองก็อาจจะงงๆ นิดหน่อย วิธีการเดินทางที่ดีที่สุดคือนั่งรถไฟไปลงที่ Anyang Station. แล้วต่อแท็กซี่คือวิธีที่ดีที่สุด ที่นี่คือสวนสาธารณะริมเขาที่คนเกาหลีชอบมาเดิน Mini Trekking เบาๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ในสวนที่มีลักษณะทางยาว ก็จะมี Installation Art ซ่อนอยู่ระหว่างทางให้เราเดินเก็บไปเรื่อยๆ ใน Anyang Art Park ด้วยความที่มันกว้างมากกกกก เราขอแนะนำซัก 2-3 จุดที่เธอควรไปถ่ายรูปเก๋ๆ จะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยมากกกกกกกก

Linear Building On The Tree.

Anyang Crate House

เรากลับมานั่งกินไก่ทอดกับเบียร์เย็นๆ อร่อยๆ ที่ย่านเมียงดงกันต่อก่อนเข้านอนเพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวต่อพรุ่งนี้เช้า!

 

DAY 3 in Seoul

เช้าวันที่ 3 เราออกเช้าหน่อยไปร้านกาแฟยอดฮิตที่มีหลายสาขา โดยวันนี้เราเลือกไป Onion Café Anguk เราชอบมากเพราะมีความโมเดิร์นผสมกับรูปแบบของอาคารดั้งเดิมแบบเกาหลี เหมือนหลุดเข้าไปเดินในวังเหมือนในซีรีส์เลยแหละ แนะนำให้มาแต่เช้าจะได้ถ่ายรูปสวยๆ เพราะสายหน่อยคนจะเริ่มเยอะ และขนมปังก็จะหมดเร็วมาก มานั่งดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้าในช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มจะเย็นแล้วพร้อมจิบกาแฟเข้มๆ กันหน่อยดีกว่าเนอะ

เรานั่งรถไฟออกนอกเมืองมาอีกนิดนึงวันนี้เพื่อไปสวนสนุกร้าง! Yongma Land เป็นสวนสนุกที่เคยเปิดทำการมาก่อนแล้วปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของนี่ก็หัวใส มองเห็นทางหารายได้ ก็เลย Maintain อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ ไฟบางส่วน ให้สามารถเปิดใช้งานและให้คนเข้ามาเที่ยวสวนสนุกร้างนี่ได้จริงๆ ปรากฏว่าคนเกาหลีชอบกันมาก มาเที่ยวกันเยอะ ถ่ายแฟชั่น ถ่ายเอ็มวีอีกเพียบ เจ้าของก็รับเต็มๆ วิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุดคือ นั่งรถไฟมาลงสถานี  Mangu แล้วเรียกแท๊กซี่บอกว่าไป Yongma Land 龍馬公園 แท็กซี่จะพาไปได้ ส่วนถ้าไปช่วงเที่ยงพอดีแล้วหิวข้าวที่นั่นก็มีบริการสั่งพวกบะหมี่ รามยอน จาจังเมี่ยนให้ทานด้วยนะ ส่วนขากลับก็บอกคนดูแลได้เลยว่าเรียกแท็กซี่ไปส่งสถานีให้ที นางก็จะจัดการให้เสร็จ!

ด้วยเลนส์ Wide ใน Galaxy Note10 ทำให้ได้ภาพที่กว้างมากๆ แต่ยังคมชัด แถมช่วยให้เราครีเอทภาพถ่ายในมุมสนุกๆ ได้เพียบเลยหละ

ช่วงเย็นเรากลับมาดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่ DDP : Dondaemun Design Plaza บอกตรงๆ ค่ะว่าที่นี่สวยแต่ข้างนอกและรอบๆ เท่านั้นแหละ 555 เพราะข้างในก็เป็นร้านขายของธรรมดา และมีส่วนที่เป็นคาเฟ่และหอประชุมบางส่วน แนะนำว่าให้ไปดูพระอาทิตย์ตกดินตรงนี้ หรือไปเดินเล่นชิวๆ ช่วงเย็นเพื่อรอดูเค้าเปิดไฟตึกก็สวยดีเหมือนกันนะ

ใกล้ๆ กับ DDP ฝั่งตรงข้ามมีร้านหมูย่างเกาหลีอยู่ร้านนึงหาไม่ยาก ชื่อร้าน PALSAIK Korean BBQ ที่ต้นปีที่ผ่านมาพึ่งจะมาเปิดสาขาในไทย ร้านนี้อร่อยมาก มีหมูย่าง 8 สี คือหมักมาในรสชาติต่างๆ ให้เราลอง 1 เซตเราจะได้ทานทั้ง 8 รสแล้วค่อยสั่งแยกก็ได้ว่าอยากจะทานรสไหนเพิ่มเป็นพิเศษ ร้านนี้ราคาดี พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ มีเมนูภาษาอังกฤษและเข้าใจง่ายมาก แนะนำให้ไปลอง อร่อย ประทับใจ

 

Day 4 – Before you Move Beyond to home.

เที่ยวโซลวันสุดท้ายก่อนกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นเราแวะกลับไปแถวย่าน Hannam Street เพราะมีเพื่อนแนะว่าแถวนี้มีร้านน่ารักๆ เยอะและคาเฟ่หลายร้านกาแฟก็อร่อยจริงจัง เราแนะนำว่าเธอควรมาแถวนี้ประมาณ 11 โมงเช้าเป็นต้นไปเพราะคนเกาหลีตื่นสาย ถ้ามาเช้าเธอจะไม่เห็นอะไรเลย เพรามันร้างไปหมด แต่ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ก็ควรมาเดินเล่นแถวนี้ตั้งแต่ 10 โมง พอร้านรวงเปิดก็ค่อยแวะไปนั่งชิคๆ ต่อ ประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะ  Hannam เป็นย่านชิคๆ ที่แท้ ร้านไหนก็น่ารักไปหมด แต่ที่เราถูกใจทั้งขนมและเครื่องดื่มคือ Low Coffee นั่นเองจ้า

Low Coffee เป็นร้านที่หน้าร้านบอกว่าเปิด 11.00 โมง แต่พอเราไปพนักานบอกว่าขอเลทหน่อยเพราะยังไม่เสร็จ ก็เลยรอต่อไป พอได้เข้าไปนั่งในร้าน แล้วเค้าเปิดเพลงก็รู้เลยว่าคุ้มค่าที่รอค่ะ กาแฟดี ดีไซน์ขวดเก๋ และขนมก็อร่อย ราคาก็พอรับได้

เราไปต่อกันที่ Piknic อาคารที่รวมความฮิป คาเฟ่ และงานอาร์ตหมุนเวียนไว้ด้วยกัน มีความเก๋อยู่เยอะ แต่เวลาเราค่อนข้างน้อยเลยไม่ได้ไปเดินเล่นข้างในที่เค้าจัดแสดงงานกันอยู่ แวะไปดูง่ายๆ ได้ที่ สถานี Hoehyeon ทางออก 4 แล้วเดินต่ออีกนิดหน่อยเนอะ

ใกล้ๆ กันระยะเดินถึงยังมี Namsan Park ที่เธอสามารถไปนั่งเล่นชิวๆ ในสวน หรือดูวิว Seoul Tower ก็ได้ด้วยนะ วิวสวยดี แต่อากาศก็ร้อนไปนิดนึงถ้ามาช่วงกลางวันเพราะต้นไม้ส่วนใหญ่จะต้นเล็กๆ เป็นไม้ดอกซะเยอะ

ถ้าวันสุดท้ายเวลาเหลือ เธออาจจะไปช๊อปปิ้งในย่านต่างๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ หรือจะมานั่งชิวริมแม่น้ำ Han แบบเราก็ชิลดี อย่างที่บอกรอบนี้มากันแบบบอยๆ เพราะฉะนั้นเลยไม่ได้ช๊อปปิ้งเท่าไหร่ เน้นเที่ยว เน้นกินซะมากกว่า 😊

ขากลับเราเลือกเดินทางช่วงกลางวันกับ Cathay Pacific กลับกรุงเทพ เหตุผลที่เลือกไฟลท์นี้เพราะจะได้นั่งเครื่องใหญ่อย่าง A350-900 ที่สะดวกสบายมาก เราอยากแนะนำสำหรับคนที่บินใกล้ๆ และต้องแวะเปลี่ยนเครื่องในภูมิภาคเดียวกันเราแนะนำว่าให้เดินทางไฟลท์กลางวันดีกว่า อย่าเดินทางแบบดึกถึงเช้าเลย เพราะแบบนี้เพลียมากและจะไม่ค่อยได้เที่ยว เพราะง่วงนอนตลอดทั้งหมด แต่ถ้าเดินทางกลางวัน นั่งกินอาหาร ดูหนังฟังเพลงแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง แปปเดียวก็ถึงแล้ว

และสำหรับใครที่เดินทางในชั้นธุรกิจหรือถือบัตรสมาชิก Marco Polo Club ประเภท Silver และบัตรอื่นๆ ในเครือ Oneworld ที่มีสถานะเทียบเท่า ก็สามารถเข้าเลานจ์ได้เช่นกันนะ แนะนำว่าให้ไปเข้าที่เลาจน์ The Pier หรือ The Wing เลาจน์ตรงนั้นจะใหญ่มาก และมี Noodle Bar ทำบะหมี่ฮ่องกงสดๆ ให้เราทานกันด้วยนะ และคนที่อยากทานอะไรรองท้องเบาๆ ก็มี TeaHouse จิบน้ำชายามบ่ายสวยๆ รวมไปถึงห้องอาบน้ำและพักผ่อนต่างๆ ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Aesop กันเลย เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการมาเปลี่ยนเครื่องมากๆ ส่วนใหญ่ที่กำลังกังวลว่า เฮ้ย! เปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงปลอดภัยจริงๆ รึป่าว ต้องบอกเลยว่าปลอดภัย เพราะสนามบินฮ่องกงมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีและได้มาตรฐานมาก มั่นใจได้แน่นอนว่าสายการบินเองก็มีระบบการจัดการและรับรองที่ดี เธอจะมี safe transit experience กลับมาอย่างแน่นอน

โซลรอบนี้สำหรับเราถือว่าครบถ้วนมาก เพราะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ ได้ไปในที่ๆ อยากไป จากคนที่ไม่เคยอยากจะมาเที่ยวโซลมาก่อน แต่ก็บอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าตอนนี้หลงรักและคิดถึงหมูย่างเกาหลีซะแล้ว 😊 และยิ่งออกเดินทางกับเจ้า Galaxy Note10 มากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งหลงรักในความฉลาดของมันมากขึ้นเท่านั้น นี่คือมือถือที่ดีที่สุดในการถ่าย Super Ultra Wide แล้วจริงๆ

Input your search keywords and press Enter.