Now Reading:

Restart your 2020, Four Seasons Resort Chiang Mai.

Restart your 2020, Four Seasons Resort Chiang Mai.

สัญญาณของฤดูหนาวที่ใกล้มาถึง ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ที่เราจะรู้ได้ทันทีเลยว่า ได้เวลาเตรียมหยิบเสื้อกันหนาวตัวเก่งออกมาใส่กันแล้ว’ คือท้องฟ้าที่สีเริ่มเปลี่ยน กลายเป็นสีฟ้าครามอ่อนๆ พระอาทิตย์ตกดินที่เริ่มอบอุ่นขึ้น และลมที่พัดโชยมาแม้ตอนกลางวัน รวมไปถึงดอกซ้องปีปที่ทิ้งต้นหลังฝนสุดท้ายก่อนสิ้นฤดู นั่นแหละสัญญาณ.. สัญญาณของฤดูหนาวแห่งความสุขของทุกคนกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

อย่างที่เคยบอกไว้หลายๆ ครั้งว่า สำหรับเรา ‘เชียงใหม่’ คือบ้านเพราะนี่คือที่เราเกิดและเติบโตมา ก่อนเริ่มต้นฤดูของความสุขปลายปี 2020 นี้ ขออนุญาตทำตัวสวยแบบลักชูรี่ Restart 3 เดือนสุดท้ายของปี เริ่มต้นที่บ้าน ด้วยอะไรดีๆ ที่อิ่มอกอิ่มใจ นี่คือ 72 ชั่วโมงของเราและเพื่อนๆ ใน Four Seasons Resort Chiang Mai ที่ร่วมรายการกับบัตร American Express® มอบสิทธิพิเศษ EXTRA Reward ให้คะแนนสะสมสูงสุดถึง 10 เท่า ณ โรงแรมและร้านค้าที่ร่วมรายการไปจนถึงสิ้นปีนี้ ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มได้ที่ https://amex.co/3nIipkP

ก่อนอื่นเราขอทิ้งภาระและความวุ่นวายทุกอย่างไว้ด้านหน้ารีสอร์ท ก่อนที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดในรีสอร์ทอันดับ 1 ของเชียงใหม่ รีสอร์ทที่ติดอันดับระดับโลกที่ใครๆ ก็บอกไว้ว่าควรมาพักซักครั้งในชีวิต ที่นี่เธอจะเข้าใกล้ธรรมชาติมากกว่าที่คิด และประทับใจกับความลักชูรี่แบบเป็นกันเอง รอยยิ้มจริงใจของคนเชียงใหม่ที่อาจทำให้เธอใจละลาย 😊

UPPER RICE TERRACE PAVILION

ทริปนี้เราพักผ่อนกันในห้องพักแบบ UPPER RICE TERRACE PAVILION ที่มาพร้อมกับ private outdoor living space มุมนั่งเล่นแบบที่คนสวยๆ เค้าชอบมานั่งจิบชาแล้วหัวเราะกันคิกคัก พร้อมกับวิวเทือกเขาสุเทพ และทุ่งนาที่เขียวขจีแบบ Panoramic ให้เธอเอ็นจอยกับทุ่งนาสีเขียวและบรรยากาศของหน้าหนาวได้ทุกเช้า สิ่งนึงที่อยากบอกให้รู้ไว้คือไม่ว่าจะมาฤดูไหน เดือนอะไร วันที่เท่าไหร่ ทุ่งนาของ Four Seasons Resort Chiang Mai จะเขียวให้เธอเสมอ มั่นใจได้ว่า 365 วันตลอดทั้งปีเธอจะมีทุ่งนาเขียวๆ ให้ถ่ายรูปกันแน่นอน

สำหรับในห้องพักก็หรูหราได้มาตรฐาน Four Seasons ห้องพักที่สะอาดสะอ้าน หมอนที่นุ่มสบายทำให้การพักผ่อนครั้งนี้ของพวกเรามัน Perfect มากขึ้นกว่าเดิม และใครที่อยากพาครอบครัวมาเที่ยว แต่ต้องคอยตอบคำถามว่าปลอดภัยจากโควิดหรือเปล่า อยากให้มั่นใจได้ว่า Four Seasons ทุกประเทศทั่วโลกมีโครงการ Lead With Care ที่ใส่ใจในความสะอาดและความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้เข้าพักให้เป็น 1st priority เสมอ เพราะฉะนั้นไว้ใจได้เลย

บรรยากาศของรีสอร์ทด้านนอกก็ร่มรื่นมากๆ เพราะต้นไม้ทุกๆ ต้นถูกดูแลอย่างดี ให้เราสบายใจที่ได้มองและได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติพวกนี้

Afternoon Tea at KHAO.

‘คุ้มค่า’ คือคำๆ เดียวที่เราให้กับ Afternoon Tea เซ็ตนี้! ลองจินตนาการว่าเลิกเรียนกลับมาเหนื่อยๆ เปิดตู้กับข้าวแม่ที่กำลังออกไปจ่ายตลาดก็เจอกับขนมเต็มตู้ที่แม่เตรียมไว้ให้ นี่เลยค่ะคือคอนเซ็ปต์ตู้กับข้าวกับ Afternoon Tea เซ็ตนี้ ขนมที่นี่อร่อยมากๆ หวานกำลังดี ไม่บาดคอ แถมมีผลไม้สดอย่างลูกฟิกหรือมะเดื่อฝรั่งช่วยทำให้ขนมนั้นกลมกล่อมและชุ่มคอมากขึ้น เราแนะนำว่าให้มาทานช่วงบ่ายแก่ๆ เป็นต้นไป เพราะเธอจะได้วิวพระอาทิตย์กำลังคล้อยลง สะท้อนกับทุ่งนาสีเขียวที่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลมโชยมามันเหมือนต้นข้าวกำลังเต้นระบำให้เราดู

อย่างที่บอกไว้ว่าทริปนี้เราออกเดินทางกับบัตร AMEX ที่เราใช้อยู่แล้วเป็นประจำคือ American Express® Gold Card  ที่ตอนนี้ให้คะแนนสะสมเพิ่มเป็น 7 เท่า (ทุกๆ 25 บาท รับรวม 7 คะแนน) เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร ณ โรงแรมและร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ EXTRA Rewards หรือถ้าสำหรับสมาชิกบัตรแพลทินัม อเมริกัน เอ็กซ์เพรสก็รับคะแนนไปเลย 10 เท่าจากอัตราปกติ ความพิเศษของบัตรทองนี้ก็จะเหมือนกับบัตรแพลทินัมคือสามารถนำคะแนนไปแลกเป็นไมล์สะสมได้มากถึง 8 สายการบิน (เมื่อลงทะเบียนร่วมรายการ Membership Rewards PLUS) ซึ่งบางสายการบินสามารถแลกได้ผ่านบัตรนี้เท่านั้นในประเทศไทย เช่นสายการบิน Emirates หรือหากเป็นคนที่ชอบแลกห้องพักไว้พักผ่อน ก็สามารถเอามาแลกห้องพักในเครือ Four Seasons, Marriot Bonvoy และ Hilton Honors  ที่มีเครือข่ายทั่วโลก หรือใครจะสะสมคะแนนไว้แลกของในแคตตาล็อก ทาง AMEX ก็มีของให้เลือกมากมายตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว ยันของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เพราะฉะนั้นทุกๆ การใช้จ่ายระหว่างการเข้าพักของเราครั้งนี้ที่ Four Seasons Resort Chiang Mai จะได้รับคะแนนสะสม 7 เท่าทุกครั้ง เฝ้ารอคอยวันที่จะมีคะแนนสะสมมากพอจะได้แลกมาพักที่นี่อีกครั้ง

เข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และดูรายชื่อโรงแรมและร้านค้าทั้งหมดที่ร่วมรายการ EXTRA Rewards ได้ที่ https://amex.co/3nIipkP

Day 2 : Good Morning with Sunrise Yoga

เช้าวันที่ 2 เราถูกปลุกด้วยกิจกรรมที่ทั้งรักทั้งเกลียด รักในโลเคชั่นริมน้ำกับ Sunrise Yoga และเกลียดที่มันเช้ามากเกินไป 555 แต่ลองคิดดูอีกทีก็ไม่บ่อยที่จะมีโอกาสเล่นโยคะใต้ถุนบ้านทรงไทย ที่มีวิวทุ่งนากว้างขวางและสระบัวกับหมอกยามเช้าที่ลอยเอื่อยๆ ดูเราเล่นโยคะ

คุณเจมม่า Director of Spa ชาวฟิลิปปินส์ที่เป็นครูสอนโยคะของเราวันนี้พร้อมคิดท่าสวยๆ ให้ถ่ายรูป น่ารักที่สุด :)

หลังจากเล่น Yoga เสร็จแล้วก็ใช้เวลาสัมผัสอากาศหนาวยามเช้าเดินไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร  KHAO ที่นี่มีทั้งเมนูแบบปกติอย่าง American Breakfast / Asian Breakfast และที่เราอยากนำเสนอไม่ให้การตื่นมา Yoga นั้นศูนย์เปล่านั่นก็คือ Healthy Breakfast ซึ่งที่นี่โดนเด่นมากและมีให้เลือกหลายเมนู ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ดัดแปลงจนน่ากิน Fulfill ชีวิตหลังออกกำลังกายของเพื่อนสาวได้ดีเหลือเกิน ความสวยในตัวพวกนางพุ่งไปเกินร้อย / ตัดภาพกลับมาที่เราสั่งพี่พนักงานว่าขอเบคอนกรอบๆ และปาท่องโก๋เพิ่ม 5 ตัวค่ะ แหม.. ก็อาหารมันหลากหลายนี่นา 55555 แต่ไม่ว่าจะอาหารแบบไหนก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Journey of Well Being ที่ดีใน Four Seasons ทั้งนั้นจริงๆ

ช่วงสายๆ อิ่มกับอาหารเช้าและพักสายตาแบบผู้สูงวัยมาพักผ่อน เราก็เปลี่ยนเป็นชุดม่อฮ่อมที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้เพื่อไปทำกิจกรรมธรรมดาๆ ที่ทำเมื่อไหร่ก็ไม่คล่องซักทีอย่างลองทำนา และอาบน้ำควาย

ที่นี่เห็นเป็นทุ่งนากว้างๆ เค้าไม่ได้ปลูกเล่นๆ หรือเอาลุคเฉยๆ นะคะ แต่ข้าวที่ปลูกที่นี่มีหลายสายพันธุ์และเอามาใช้ในรีสอร์ทกันจริงๆ ไม่แน่นะว่าทริปหน้าที่พวกเธอตามรอยเรา อาจจะได้ทานข้าวที่เราปลูกทิ้งไว้ให้ก็ได้ ทานให้อร่อยและช่วยนึกถึงหน้าชาวนาสวยๆ อย่างเราด้วยนะคะ

หลังจากนั้นเราก็เดินลัดคันนาและหลองข้าว หรือบ้านไม้หลังเล็กๆ ริมน้ำมาอาบน้ำควายกันต่อ อาบน้ำควายไม่ยาก ก็เหมือนกับอาบน้ำตัวเอง 5555 ต่างกันตรงที่ตอนเราอาบน้ำกินข้าวไม่ได้เหมือนควาย ควายที่นี่มีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ชื่อเท่ และ โทน ส่วนอีก 2 ตัวเป็นควายเด็กที่ยังไม่มีชื่อ เราขอเสนอว่าให้ชื่อ ไปไง – มาไง นะคะ ฝรั่งกลับมาเที่ยว งงกันทั้งบาง น่ารักดีออกเนอะ!

บริเวณหลองข้าวตรงนั้นยังเอาไว้จัด Romantic Dinner ด้วยนะ แต่น่าเสียดายรอบนี้เรามากันแบบเพื่อนเลยไม่มีโอกาสได้ Experience ตรงนี้ทำได้แค่ให้อาหารปลาแบบเหงาๆ

แล้วไม่อยากจะบอกว่าควายที่นี่นอกจากจะดูเป็นควายที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วเพราะอยู่ดีกินดีมากๆ ปลาในบ่อน้ำที่นี่ก็กินขนมปังฝรั่งเศสที่เหลือจากอาหารเช้านะคะว่าไม่ได้ แถมช่วงที่เรามายุงที่นี่ก็โชคดีมากเพราะได้ดูดเลือดคนสวยๆ แบบพวกเราเช่นกัน!

เหนื่อยกับการดำนา เล่นกับควายแล้วเราก็เปลี่ยนชุดกลับมารับประทานอาหารเที่ยง ซึ่ง Lunch Set ของวันที่เราไปนั้นเลือกทานเป็นอาหารเหนือที่รสชาติจัดจ้านดีงามมากๆ ด้วยความที่เราเป็นคนเหนือแท้ๆ ที่พูดคำเมืองได้อย่างแหล๋วแล๊ด บอกเลยว่า ลาบเนื้อวากิว ลำแต๊ะลำว่าต้องลองจริงๆ! ให้ 10/10 ส่วนไส้อั่วนั้นบอกตรงๆ ว่ารสชาติประหลาดไปหน่อยแต่อร่อยเหมือนกินไส้กรอก ซดน้ำให้คล่องคอด้วยต้มส้มปลาแซลมอน ฮือออ.. กิ๋นลำเหมือนเจ้าเมืองเหนือเลยเจ้า

ช่วงบ่ายเราพักกันซักครู่ให้แดดเริ่มร่ม ก่อนออกไปใช้ชีวิตดีๆ กันต่อ

Tour De Mae Rim

เราใช้เวลาช่วงแดดคล้อยด้วยการปั่นจักรยาน ที่เลือกกิจกรรมนี้บอกเลยว่าเพราะ Natural Environment เพราะที่นี่คือป่ามาก่อนทำใหัมันอุดมสมบูรณ์มากๆ แถม Four Season ยังปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงามน่าค้นหา เหมาะแก่การปั่นจักรยานทั้งในโซนของโรงแรมและด้านนอกชุมชนบริเวณรอบ เราจะเจอทั้งวัด ทั้งนา และความเป็นกันเองของชาวบ้านตลอดเส้นทาง แถมมีหมูปิ้งอร่อยๆ ให้แวะทานกันด้วย อร่อยลื้ม!

บริเวณด้านหน้าล๊อบบี้ที่เริ่มปั่นจักรยานนั้นสวยมากๆ อยากให้ทุกคนมาลองมันเป็นฟีลลิ่งที่ดีจริงๆ

Ratree Bar and Lounge

ช่วงบ่ายเรากลับมา enjoy sunset กันที่โรงแรม ที่นี่ตั้งชื่อตามดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมในเวลากลางคืนและกระจายไปได้ไกลกว่า กลิ่นหอมฟุ้งแต่ไม่ฉุนก็เหมือนความครื้นเครงของที่นี่ในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่ไม่ใช่แขกของโรงแรมก็สามารถมานั่งชิวดูวิวพระอาทิตย์ตกดินและจิบ Cocktails Signature ของที่นี่

หรือจะว่ายน้ำพร้อมวิวทุ่งนาและนกกระเรียนที่ชื่อลิลลี่บินผ่าน อย่าลืมตะโกนทักนะคะ ‘ลิลลี่ ลิลลี่!’

มุมนี้ถือว่าเป็น Signature ของที่นี่เลย แดดยามเย็นของหน้าหนาวที่ไม่แรงจนเกินไป แสงอ่อนๆ ฟุ้งๆ กระทบลงกับต้นข้าวและผิวน้ำเป็นบรรยากาศที่สวยเกินบรรยาย

เอ้อ! ทุกๆ วันช่วงห้าโมงเย็น ถ้าได้ยินเสียงตีฆ้องร้องป่าว ให้ทุกคนหันหน้าไปบริเวณทุ่งนา เพราะเหล่าชาวนาและคนสวนของที่นี่ ที่คอยดูแลต้นไม้และทุกอย่างให้เขียวสวยแบบที่เราเห็นจะออกมาเดิน Farmer’s Parade เป็นเวลาสิ้นสุดงานของวัน เป็นภาพที่สวยงามมาก เพราะพี่ๆ เค้าจะเดินบริเวณคันนาเป็นแถวเรียงหนึ่งจนค่อยๆ ลับตาเราไป

แล้วถ้าใครยังติดลมอยากดูวิวมุมสูงขึ้นอีกนิดที่ KHAO’s Bar นั่งจิบ Cocktails ดูวิวพระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าจากสีครามกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ส่วนพื้นดินคือทุ่งนาและไฟคบเพลิงที่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นใช้ไฟจาก Solar Cell เพื่อประหยัดพลังงานและลดปัญหาหมอกควันในเชียงใหม่

ส่วน Dinner เราก็ฝากท้องไว้ที่ห้องอาหาร KHAO เหมือนเดิม แต่รอบนี้เปลี่ยนเป็นเมนูอาหารไทย Signature ของที่นี่ ขอไม่อวยเกินจริงบอกตามตรงว่าอร่อยเกือบทุกอย่างโดยเฉพาะเมนูเนื้อที่นุ่มลิ้นจนแทบละลายในปาก แสงไฟสลัวๆ ข้าวสวยร้อนๆ และกับข้าวอร่อยลิ้นก็จบวันที่นี่ได้เบาสบายพร้อมนอน

Day 3 : Nature Trails

อย่างที่เราเคยเกริ่นไว้ว่าที่นี่เป็นป่ามาก่อน คนเชียงใหม่จะเรียกว่า ป่าเหียง เป็นป่าที่ชาวบ้านสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าได้ บ้างมาหาหน่อ บ้างมาเก็บเห็ด หรือมาตัดใบตองตึงไปใช้งาน Four Seasons ยังคงดูแลทะนุถนอมป่าเหียงเหล่านี้ไว้ ต้นไม้ใหญ่ต่างๆ ยังคงสภาพเดิมทั้งหมด 25 ปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิมและสะอาดมากขึ้น

กิจกรรม Nature Trails เริ่มต้นจากบริเวณล๊อบบี้ มีน้องควาย 2 ตัวออกมาเดินรอต้อนรับเราเป็นภาพที่เป็นกันเองมาก เริ่มจากกิจกรรมคิวท์ๆ ลอยดอกไม้ที่มาจากสวนมาลอยน้ำประดับบริเวณรอบๆ เพิ่มความสดชื่นให้กับทุกๆ คน

ความพีคอีกอย่างนึงคือบริเวณล๊อบบี้มีศาลพระพิฆเนศอยู่ตรงกลางที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก! ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น กลิ่นธูปจางๆ ที่ลอยมาตามลม อดไม่ได้จริงๆ ที่จะขอพรไปข้อนึงคือ .. “ขอให้ได้กลับมาในฐานะเจ้าของวิลล่ามูลค่า 150 ล้านของที่นี่ค่ะ สาธุ” 555555 ท่านให้เราแน่ แค่เชื่อก็ได้มาครึ่งหลังคาแล้ว :)

Nature Trails คือการเดินดูสวนรอบๆ ชื่นชมต้นไม้ ดูดอกซ้องปีปที่ร่วงลงมาพร้อมฝนสุดท้ายเพราะหน้าหนาวมาถึงแล้ว ดูเจ้าฝูงผึ้งที่กำลังผสมเกสรดอกไม้และมีดอกไม้แซมระหว่างทางที่เราเดินชม พูดกันตรงๆ ว่าถ้าเป็นที่อื่นเราคงไม่อินกับกิจกรรมแบบนี้แต่สำหรับที่นี่ ที่เห็นต้นไม้ใบหญ้าและการดูแลรักษาที่ดีงามก็อยากเห็นและรู้รายละเอียดมากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะมันดีจริงๆ

และนี่คือ 72 ชั่วโมงใน Four Seasons Resort Chiang Mai ที่เราได้ Experience เพื่อ Restart my 2020 ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวแห่งความสุข ชีวิตธรรมดาแต่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราของธรรมชาติ รอยยิ้ม และบริการที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นกันเองทำให้มีความสุขมาก และอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์ Four Seasons แบบเรา อ้อ! อย่าลืมสะสมความสุขให้เต็มเปี่ยมยิ่งขึ้นด้วยคะแนนสะสมสูงสุด 10 เท่าเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร American Express® ที่ร่วมรายการ จะพาเธอกลับมาที่นี่ได้อีกครั้ง 😊 ใครไม่มีบัตรก็สมัครสิ จะรออะไร https://amex.co/36QX4Qq

Input your search keywords and press Enter.