Now Reading:

Your Own Weekdays, Chumphon.

เคยไปเที่ยวที่ไหนแล้วรู้สึกว่าทุกอย่างมัน Belong to มั้ยคะ? ถ้ายังไม่เคยเพราะมัวหัวเสียฝูงคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ในวันหยุดเหมือนกัน หรือถ้ายังไม่เคยเพราะมัวแต่จองตั๋วและเลือกที่พักแบบเที่ยววันหยุดยาว เราอยากแนะนำให้ลองออกเดินทางในวันธรรมดาแบบนี้ช่วงกลางปีกันบ้างดีมะ! เพราะการเที่ยวไทยวันธรรมดามันดีกว่าเป็นไหนๆ คนน้อยกว่า รถไม่ติดและ ทุกๆ อย่างถูกกว่าวันหยุดเกือบครึ่ง แถมทั้งเขา ทั้งหาดทราย ชายทะเลพร้อมกับวิวแบบอลังการไม่มีหมดก็กลายเป็นของเราคนเดียวเพราะออกเดินทางวันธรรมดา

ทริปนี้เราจะพากันไปเที่ยวทะเลที่เหมือนทั้งจังหวัดเป็นของเราคนเดียวกับการเที่ยว ‘ชุมพร’ วันธรรมดา ที่ฟ้าใส แดดแรง ลมโชยเบาๆ หาดทรายน่าอาบแดด และโลกใต้น้ำแสนสวย กับทริป 4คืน 5วัน งบน้อยแต่ดูคุ้มค่ากว่าชุมพรที่เธอเคยรู้จัก

Daily flight direct to Chumphon with World’s Best!

เราเดินทางกับแอร์เอเชียที่พึ่งเปิดเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองสู่ชุมพรเมื่อต้นปีที่แล้วนี่เอง แอร์เอเชียบินตรงวันละ 1 ไฟลท์ช่วงเช้าตรู่ (อาจจะมีเที่ยวบินเพิ่มเติมเร็วๆ นี้) ส่วนราคาตั๋วในวันธรรมดาก็เที่ยวละไม่กี่ร้อยเท่านั้นไม่ต้องหลังขดหลังแข็งไปเที่ยวชุมพรกันอีกแล้ว เอ้อออ! อย่าลืมสั่งอาหารร้อนขึ้นไปกินเป็นอาหารเช้าด้วยนะ สั่งออนไลน์พร้อมตอนซื้อตั๋วราคาเริ่มต้นแค่ 120 บาทพร้อมน้ำดื่มเท่านั้นเอง สำหรับเราที่หนึ่งในดวงใจก็คงหนีไม่พ้น ข้าวกระเพราไก่หม่อมหน่อยนั่นเองจ้า

Good to Know… เนื่องจากแอร์เอเชียบินตรงไปชุมพรเพียงวันละ 1 ไฟลท์ในช่วงเช้าตรู่แสดงว่าขากลับก็ค่อนข้างเช้าเหมือนกัน เพื่อนๆ สามารถแพลนเที่ยวระนองก็ดี หรือจะเพิ่มเกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะพะงัน และสมุย ก่อนข้ามไปกลับเข้ากรุงเทพจากสุราษฯ ก็ได้เช่นกัน หรือจะนั่งรถตู้แอร์เย็นๆ จากชุมพรไปสุราษฯ ก็แค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ต้องตื่นเช้าในวันกลับ แถมเที่ยวเพิ่มได้ทั้งวันเต็มๆ เพราะเที่ยวบินเข้ากรุงเทพจากสุราษฯ นั้นมีทั้งวันเลย

ข้อดีของการมาถึงเช้าวันธรรมดาคือเริ่มเที่ยวได้ทันที! วันแรกเราวางแพลนไว้ชิวๆ เป็นวันแห่งการขอพรเสด็จเตี่ยและกินของดีเมืองชุมพร เราออกจากสนามบินแล้วตรงเข้าไปไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ท่านเป็นคนที่คนชุมพรเคารพและนับถือมากๆ เป็นบิดาแห่งกองทัพเรือ อยากชวนให้มาไหว้ขอพรก่อนเริ่มเที่ยวที่นี่ให้ท่านคุ้มครองอย่างน้อยก็จะได้ความอุ่นใจ ออกทะเลจะได้ฟ้าใสๆ ถ่ายรูปสวยแน่นอน

Eat like a local!

เราแวะไปทานขนมจีนที่ขึ้นชื่อว่ารสชาติแบบใต้ๆ ของแท้ที่ขนมจีนบ้านทับโตนด คือมันดีงามมาก น้ำขนมจีนมีให้เลือกหลากหลาย ส่วนผักสดนั้นหยิบได้ไม่จำกัด กินไปซี๊ดปากไปกับความแซ่บที่หาไม่ได้ที่กรุงเทพ และผักสดแบบไม่อั้นเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการนิดนึง ทุกอย่างคือลงตัวที่สุด

แค่ข้ามฝั่งถนนจากร้านขนมจีนบ้านทับโตนดมานิดเดียวเธอจะเจอกับ Cera Garden คาเฟ่เล็กๆ บรรยากาศแบบธรรมชาติห้อมล้อมที่ของดีของร้านคือเครื่องดื่มดังประจำชุมพร.. น้ำส้มจี๊ด! อร่อยมาก เปรี้ยวกำลังดี ดูดแล้วตาตื่น กินพร้อมกับขนมนมเนยยามบ่าย พร้อมกับพัดลมไอน้ำที่ทางร้านเปิดให้ ทำให้บรรยากาศร้อนๆ ของการมาเที่ยวทะเลนั้นเย็นขึ้นมาจนเกือบจะผล็อยหลับไปเลยค่ะคุ๊ณณณณ

Enjoy your own BEACH!

หลังจากกินอิ่มนั่งพักซักแปปแดดเริ่มคล้อยบ่ายเราไปต่อกันที่หาดที่สวยที่สุดและเงียบสงบที่สุดของชุมพร ‘หาดทุ่งวัวแล่น’ พอไปถึงปุ๊ปก็รักเลย เพราะมันเงียบสงบแบบที่คาดหวังไว้ในการมาเที่ยววันธรรมดา พูดกันตามจริงคือเราไม่เคยไปเที่ยวทะเลที่ไหนแล้วสงบขนาดนี้มาก่อน มันไม่ใช่สงบแบบร้างหรือไม่มีคนนะ แต่ Vibes ของคนที่ผ่านไปผ่านมาคือตั้งใจมาพักผ่อนทำกิจกรรมกันจริงๆ นอนเล่น อ่านหนังสือ ฝรั่งส่วนใหญ่ก็มีมาอาบแดดบ้างประปราย ส่วนกิจกรรมทางน้ำที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่นี่ไม่มีเลย เต็มที่ก็แค่พายคายัคแถมเป็นคายัคใสด้วยนะ! สามารถเช่าได้ที่ร้าน Pirates Terrace ร้านเล็กๆ ติดกับโรงแรมทะเลใสเลยจ้า ราคาคิดเป็นชั่วโมง ไม่แพงแถมได้ภาพสวยด้วย

เราเล่นน้ำกันจนเย็นก่อนไปกินซีฟู๊ดเริ่ดๆ กันต่อที่จันจิราซีฟู๊ด ร้านดังริมปากแม่น้ำท่าตะเภาที่มีดีอยู่ที่อาหารทะเล สด ใหม่พร้อมกับวิว Sunset ที่จะทำให้เธอตักข้าวเพิ่มจานที่3 จานที่4 แบบเพลิดๆ ไม่รู้ตัว พร้อมกับกุ้งแช่น้ำปลาจานที่ 2 ตามติด

ใกล้ๆ กับร้านจันจิราซีฟู๊ด มีร้านโรตีเล็กๆ ร้านนึงที่เรียกได้ว่า A Must! คือมาต่อแถวรอกินเถอะแล้วจะไม่ผิดหวังจริงๆ ชื่อร้านบ้านโรตี โรตีไข่เค็มคือดีงามเหมือนพิถีพิถันทำแบบห้องอาหารโรงแรม 5 ดาว ดีจนเผลอทำตาเยิ้มตอนนื้อนุ่มๆ ของแป้งโรตีผสมกับซอสไข่เค็มและน้ำข้นหวานกำลังผสมกันในปาก ดีจนตะโกนบอกพี่เจ้าของร้าน ‘ขอแบบนี้อีก 2 ค่ะพี่!’

Enjoy your own OCEAN!

ทริปนี้เราแพลนกันมาแบบชิวมากๆ 4คืน 5วัน เพราะออกเกาะตั้ง 2วันแต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนรู้สึกว่าเฮ้ย เยอะไปนิดนึงอะ ก็สามารถแพลนทริปสั้นๆ  4วัน 3คืนได้ กำลังชิล เราเลือกออกเกาะที่ไม่ไกลจากฝั่งมากนักและเป็นเกาะที่สามารถขึ้นฝั่งได้ 2 เกาะคือเกาะลังกาจิว เกาะมัตรา จะได้มีเวลาไปนั่งเล่นหิน เล่นทรายกับเพื่อน 555 ส่วนอีก 2 เกาะ ละวะเกาะหลักแรด เอาไว้ดำน้ำตื้นดูปะการังสวยงามจ้า สามารถเช่าเรือหรือซื้อ Day Trip ได้ที่ Siam Catamaran

เกาะลังกาจิว เป็นเกาะที่เรารักมากที่สุดในบรรดา 4 เกาะนี้เพราะชอบหาดทรายที่เป็นก้อนหินสีดำๆ สวย เดินไม่เจ็บและทรายไม่ค่อยเข้าไปในกางเกงใน นอนเล่นในน้ำเหมือนนวดตีนไปด้วย ส่วนปะการังก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะสวยไม่แพ้กันแต่เราโชคไม่ค่อยดีเพราะแม้ว่าฟ้าจะใสแดดแรงแค่ไหน แต่คุณภาพของน้ำนั้นไม่ใสเหมือนฟ้า เลยสนุกกับการนั่งเอ็นจอยริมหาดกันมากกว่า

อีก 2เกาะที่เราไปกันต่อคือ เกาะละวะ และเกาะหลักแรด แต่เป็นการดำน้ำรอบๆ เกาะเพราะไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปนั่งชิลแต่ใต้น้ำนั้นบอกได้คำเดียวว่า คุ้มแล้วค่าเรือ!’ ปะการังสีชัดมาก สวยงามแถมน้ำก็นิ่งสุดๆ

ส่วนเกาะสุดท้ายที่เราขึ้นไปนั่งชิลๆ กินข้าวเที่ยงกันก่อนกลับและดำน้ำเล่นรอบๆ ซักหน่อยคือ เกาะมัตรา เค้าบอกว่าที่นี่คือแหล่งดำน้ำตื้นที่ดีที่สุดของหมู่เกาะชุมพร ชาวบ้านเรียกกันว่าเกาะตังกวย ที่นี่มีบ้านพักและเต็นท์ของอุทยานขึ้นมานอนค้างคืนได้ด้วย สำหรับคนที่ไปเช้าเย็นกลับอย่างเราก็นอนรับลมเย็นๆ ริมหาด ออกไปพายคายัคเล่นซักชั่วโมงและกลับขึ้นฝั่งก็โอเคแล้ว!  สำหรับใครที่อยากมาทัวร์ 4 เกาะแบบนี้ถ้ามาหลายๆ คนการเหมาเรือออกมาก็เป็นส่วนตัวกว่า แต่ถ้ามาน้อยคนก็สามารถซื้อทัวร์ 4 เกาะได้เช่นกัน ราคาไม่แพงด้วยจ้า

สำหรับใครที่ชอบดำ Scuba ด้วยและอย่างเสี่ยงโชคไปดูฉลามวาฬ ก็สามารถเลือกไปเกาะอื่นๆ ที่คนนิยมกันได้เช่น เกาะร้านเป็ดเกาะร้านไก่ / เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ อย่างที่บอกว่าทริปนี้เราแพลนมาหลายวันเลยได้ออกไปดำน้ำ 2 วันเต็มๆ แต่สำหรับเพื่อนคนไหนที่เวลาน้อยอาจจะเลือกเอาว่าอยากไปเกาะไหนมากกว่ากัน สำหรับเกาะง่ามน้อยและง่ามใหญ่ ที่เราไปเพิ่มอีกวันรอบนี้นั้นเป็นเกาะที่ไม่มีชายหาดและไม่สามารถขึ้นได้เด็ดขาดเพราะเป็นเกาะสัมปทานรังนก แต่สามารถดำน้ำเล่นรอบๆ เกาะได้ ถ้าโชคดีเจ้าฉลามวาฬก็ว่ายไปว่ายมาใกล้ๆ ให้ใจระทึก! แถมยังมีเรือปราบ เรือสมัยก่อนที่เค้าจมมันลงสู่ก้นทะเลให้กลายเป็นบ้านปลา เราเลือกเหมาเรือเพราะราคาถูกกว่าและเป็นส่วนตัวมากกว่า สามารถติดต่อได้ที่ Trigger Dive Chumphon ราคาไม่แพง ครูใจดีและเป็นกันเองมากๆ https://www.facebook.com/TriggerDive/

ดำน้ำขึ้นมาเหนื่อยๆ อยากแนะนำให้ไปกินผัดไทย หอดทอย ที่มีให้เลือกหลายร้านติดๆ กันจนเค้าเรียกว่าเป็นถนนผัดไทย เพราะทุกร้านขายของคล้ายกันหมดเลย ถนนผัดไทยนี้อยู่บนถนนกรมหลวงชุมพรในตัวเมืองเลย อร่อยทุกร้าน ทานได้เลย มาเที่ยวต่างจังหวัดนะคะ อยากชวนให้ทุกคนลองทาน Street Food ของแต่ละจังหวัดมันมีเสน่ห์และรสชาติเฉพาะตัวของจังหวัดนั้นๆ โดยเฉพาะ แถมราคาถูก อิ่ม อร่อย เงินเหลือเก็บไว้เที่ยวทริปต่อไปสบาย

Stay close to Nature at Villa Varich

พูดถึงเรื่องที่พักของเรากันบ้างทริปนี้เราพักกันที่ Villa Varich เพราะอ่านรีวิวจาก TripAdvisor เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดชุมพรประเภทโรงแรมขนาดเล็ก เลยอยากลองมาพักง่ายๆ กันแบบนี้ดูบ้าง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะห้องพักราคาหลักร้อยไปจนถึงพันต้นๆ นั้นใหม่ สะอาด แม่บ้านทำความสะอาดห้องทุกวัน แอร์เย็นฉ่ำในทุกคืน ห้องพักโซนใหม่ที่เราพักมีชั้นลอยพร้อมฟูกให้นั่งเล่นเพลินๆ ด้วย

ที่นี่ยังโด่งดังเรื่องของกาแฟด้วยเพราะเจ้าของเค้าคัดกาแฟสดชั้นดีมาทำให้แขกที่เข้าพักทานทุกเช้า ไม่ว่าจะเอากาแฟแบบไหนก็มีให้หมด แถมไม่เปิดเป็นคาเฟ่ให้คนข้างนอกเข้ามาด้วยนะ เพราะเป็นห่วงความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้ฟีลลิ่งตื่นเช้าพร้อมเสียงไก่ขัน นั่งจิบกาแฟหอมๆ พร้อมสังขยาปาท่องโก๋ริมแม่น้ำท่าตะเภา ต้องพยายามจองที่พักที่  Villa Varich ให้ได้เท่านั้น เพราะมีแค่ประมาณ 14 ห้องเท่านั้นเด้อ

นี่คือเสน่ห์อีกอย่างนึงของการเดินทางมาเที่ยวในวันธรรมดาเลยนะ คือความสงบ และการจองอะไรก็ง่ายไปหมด รู้สึกมี Priority ในการเดินทางมากขึ้นจริงๆ สำหรับการเที่ยวในวันธรรมดา ส่วนที่พักนี้เรา Recommend เลยเป็นโรงแรมเล็กๆ น่ารัก เงียบ สงบ เหมาะแก่การพักผ่อนที่แท้จริง ดูและจองห้องพักได้ทาง https://www.villavarich.com/

ใกล้ๆ กับ Villa Varich มีร้านดังมากของชุมพรอยู่ร้านนึงชื่อร้านยายปวด เป็นอาหารใต้แบบแท้ๆ ที่ทำทุกสำรับด้วยเตาถ่าน เปิดตั้งแต่ประมาณ 11 โมงเช้าแนะนำว่าให้รีบไปนิดนึงเพราะคนเต็มเร็วมาก เห็นร้านบ้านๆ แบบนี้ แน่นทุกวันที่เปิด อาหารแนะนำเราชอบ หมูคั่วเค็ม ปลาอินทรีย์ทอดเกลือ ยำผักกูด และที่ชอบที่สุดคือ ปลาเค็มทอดกะทิ ดีมากกกกกกกก

Villa Varich นางเป็นรีสอร์ทบ้านๆ ริมน้ำ ที่มีคายัคให้พายเล่นฟรีด้วย คลองท่าตะเภาเป็นคลองที่ร่มรื่นมากๆ ต้นไม้ขึ้นรกเต็ม 2 ฝั่ง บรรยากาศดี แต่ควรจะพายช่วงเช้าตรู่ไปเลยดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือช่วงคล้อยบ่ายหน่อยเพราะกลางวันแดดแรงพอสมควร เป็นอีกกิจกรรมที่ Full Feel วันหยุดเธอได้ดีม๊ากกก

ใกล้ๆ กันนั้นก็มีโรงเรียนสอนลิง Monkey School ด้วยนะ เค้ารับสอนให้ลิงแถวนั้นปีนต้นมะพร้าวฟรีๆ ถ้าอยากดูลิงแบบเยอะๆ ควรมาช่วงเย็นหลัง 16.30 น. เป็นต้นไป เพราะชาวบ้านแถวนั้นจะเอาลิงมาส่งแล้วให้ฝึกจนเย็นนั่นแหละ ก่อนมารับกลับไป ลิงพวกนี้เหมือนคนเลยแต่ซนกว่า เจ้าลิงที่โตหน่อยอย่าไปจับสุ่มสี่สุ่มห้านะ อาจโดนแกล้งและกัดได้ ส่วนตัวเล็กๆเนี่ย เล่นกับนางไปเถอะแล้วจะเข้าคำว่าซนเหมือนลิง ที่นี่ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ลิงชอบกินนมเปรี้ยวมาก คุณลุงจะเอาไว้ให้เป็นรางวัลเวลาเรียนฝึกเก็บมะพร้าวเสร็จ สามารถให้เป็นสินน้ำใจเล็กน้อย หรือซื้อนมเปรี้ยวไปฝากก็ได้เหมือนกัน

ป.ล. ที่นี่ฝึกกันแบบธรรมชาติไม่ใช่ทารุณกรรมสัตว์นะ ฝึกให้ช่วยงานชาวบ้านและคุณลุงคุณป้าทั้งหลาย

หลังจากพายคายัคในแม่น้ำท่าตะเภาแล้วยังรู้สึกไม่จุใจ! เลยให้ทางโรงแรมช่วยจองเรือเร็วให้ 2 ลำนั่งออกไปปากแม่น้ำเพื่อไปดูวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ จุดชมวิวเขามัทรีกันต่อ ค่าเรือนั่งประมาณ 1 ชั่วโมงแค่ลำละ 500 บาทเท่านั้นเองนะ

ที่เที่ยวสุดท้ายในชุมพรที่เราเลือกคือ จุดชมวิวเขามัทรี เป็น A Must! ของการดูวิวที่นี่ได้แบบ 360 องศา เราสามารถเอ็นจอยวิวชุมชนปากแม่น้ำ ไปจนถึงวิวริมชายหาดตอนพระอาทิตย์ตกดินได้ง่ายๆ แถมยังชมวิวได้ฟรีๆ โดยไม่มีค่าเข้าอีกด้วยแต่ถ้าเพื่อนๆ ขี้เกียจเดินสามารถนั่งรถสองแถวขึ้นมาชมวิวด้านบนได้ในราคาคนละ 20 บาท ไป-กลับ เท่านั้น

การท่องเที่ยววันธรรมดา นอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเดิมมากๆ แล้ว มันยังทำให้เราได้สัมผัสเสน่ห์ของที่ๆ นั้นได้อย่างเต็มที่ เป็นการเดินทางที่ทำให้รู้สึกอิ่มกว่าครั้งไหนๆ แถมชุมพรยังเป็นเมืองที่ไม่วุ่นวาย และกำลังจะโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าสนใจ ถ้ามีโอกาสเราอยากให้ลองลางานวันธรรมดาซัก 2-3 วันแล้วมาลองใช้ชีวิตติดทะเล กินอาหารใต้อร่อยที่ชุมพร มันน่าจะทำให้เธอชาร์จแบตก่อนกลับไปทำงานอีกครั้งได้ดีทีเดียว

Input your search keywords and press Enter.