Now Reading:

Live the dream, Shanghai

เราเคยบอกไว้ว่าเมืองจีนก็เหมือนสาวงามที่รอวันสวยมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นแม่นางเตียวเสี้ยนในนิยาย แถมไม่ได้มีเตียวเสี้ยนแค่คนเดียวนะคะ แต่มีอีกเป็น 10 คน เจ้าหญิงดิสนีย์สวยและเยอะแค่ไหน เมืองจีนก็มีเมืองสวยน่าเที่ยวตอบโจทย์ความชอบของแต่ละคนได้มากเท่านั้น เพราะฉะนั้นความงามของจีนนั้นหลากหลาย จะธรรมชาติแบบปังๆ ก็เยอะ จะเมืองไฮเทคที่เหมือนอยู่ในโลกอนาคตก็มี วันนี้ขอเสนอคนสวยคนใหม่ที่พวกเราพึ่งไปเจอมาอย่าง ‘เซี่ยงไฮ้’ นี่คือเมืองที่พูดได้เต็มปากเลยว่าโคตรดี! เจริญ สะอาด ทันสมัย และค่าครองชีพไม่สูงเกินไปนัก เหมาะแก่การไปเที่ยว คือ นิวยอร์กของเอเชีย ที่ใครๆ ก็พูดถึง รีวิวนี้ขอเมาท์เรื่องเซี่ยงไฮ้ เมืองที่เธออาจฝันว่าจะมาเยือนซักครั้ง

แน่นอนทริปนี้เราพก Samsung Galaxy Note10 มาด้วย เพราะอยากลองเล่น AR Doodle กับเมืองที่ทันสมัยเมืองนี้ว่าจะน่ารักและสนุกมากแค่ไหน เอ้อออ! เกือบลืมบอกไปว่าช่วงนี้เซี่ยงไฮ้อากาศหนาวมาก เตรียมเสื้อกันหนาวให้เก๋ที่สุด นี่คือช่วงเวลาที่เธอจะเฉิดฉาย เปลี่ยนเซี่ยงไฮ้ให้เป็นแฟชั่นวีคได้ทุกวัน มาลุยกันเลย!

* วีดิโอและรีวิวนี้นำเสนอ Feature ต่างๆ ของ Samsung Galaxy Note10
และภายในเครื่องเท่านั้น ภาพนิ่งที่ไม่ได้ขึ้น Credit ใต้ภาพว่า ‘Capture by Galaxy Note10’
และภาพเคลื่อนไหวบางส่วนภายในวีดิโอ ถ่ายทำโดยใช้กล้องอื่น*

 

Let’s move beyond! 

ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้บินตรงประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ ก็จริง แต่เราสามารถแวะช๊อปปิ้งฮ่องกงเพิ่มได้แถมไม่ใช่การเดินทางแบบย้อนไปย้อนมา เพราะระหว่างกรุงเทพกับเซี่ยงไฮ้นั้น ฮ่องกงอยู่ตรงกลางพอดี ถ้าใครหลงรักฮ่องกงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเหมือนเรา อยากแนะนำให้เดินทางกับ Cathay Pacific สายการบินประจำเกาะฮ่องกงที่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก รอบนี้เรากับเพื่อนได้ลองนั่งทั้งแบบ Economy Class และ Business Class บอกเลยว่าดีงามไม่แพ้กัน ความสะดวกสบายของ Cathay Pacific ยอดเยี่ยมสมกับเป็นสายการบิน 5 ดาว แถมมีลูกเรือคนไทย และอาหารก็ถูกปากคนไทยอย่างเราด้วย

ด้วยความที่เวลาบินของแต่ละไฟลท์ไม่นานมาก (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เราเลยเลือกบินตอนกลางวันเพื่อให้ร่างกายไม่เหนื่อยเกินไป ที่สำคัญคือตัวเลือกไฟลท์ของ Cathay Pacific ระหว่างกรุงเทพ-ฮ่องกง และฮ่องกง-เซี่ยงไฮ้นั้น มีค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่าบินกันแทบทุกชั่วโมง ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเลยว่า บินต่อเครื่องแบบนี้จะถึงดึกหรือกลับเช้าเกินไป ไฟลท์ไม่มี บอกเลยจ้ะว่า จะกลับเช้า สาย บ่าย เย็น หรือค่ำ Cathay Pacific ก็ตอบโจทย์พวกเราได้ตามใจชอบเสมอ

และการเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเลิกกังวลกันได้แล้ว เพราะความปลอดภัยที่แน่นหนาของสนามบินและการเตรียมพร้อมรับมือต่างๆ ของ Cathay Pacific จะทำให้เธออุ่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเปลี่ยนเครื่องอย่างแน่นอน ทั้งร้านอาหารอร่อยๆ และช็อปแบรนด์ต่างๆ ก็มีให้เดินกันเพลิน ส่วนผู้โดยสายชั้นธุรกิจ หรือ Marco Polo Club ตั้งแต่ระดับ Silver Member ขึ้นไป หรือสมาชิกบัตรสะสมไมล์ในเครือ OneWorld ตั้งแต่ระดับ Sapphire และ Emerald ก็เชิญที่ Lounge ไม่ว่าจะเป็น The Wing / The Pier / The Deck และ The Bridge แวะทางเครื่องดื่มสดชื่นๆ อย่าง Cathay Delighted กันก่อนซักแล้วก่อนเดินทางไปเที่ยวกันต่อ

วันแรกเราออกจากกรุงเทพช่วงสาย ถึงเซี่ยงไฮ้บ่ายแก่ๆ หน้าหนาวแบบนี้ต้องเผื่อเวลากันเยอะหน่อย เพราะพระอาทิตย์ตกค่อนข้างเร็ว ถ้ามีแพลนไปดู Sunset ตอน 6 โมงเย็นนี่ยกเลิกเลยนะคะ มันตกไปตั้งแต่ประมาณ 4 โมงเย็นละ เพราะฉะนั้นวันแรกของเราก็ชิลแบบที่ตั้งใจไว้ คือเอาของไปเก็บที่โรงแรมแล้วขึ้นมาดูวิวเซี่ยงไฮ้มุมสูงกันที่ Shanghai Tower วิวมุมสูงจากชั้น 118 เรื่องการดูวิวนี่บอกตรงๆ ว่าเราไม่ค่อยถนัดเพราะส่วนใหญ่เวลาขึ้นไปดูจะซวยหมอกเมฆฝนเยอะตลอด 555 แต่เซี่ยงไฮ้เนี่ย ด้วยความที่มันเจริญและแสงสีเยอะมากๆ คล้ายฮ่องกง ทำให้ยังพอใจชื้นอยู่บ้างกับความสวยของวิววันนี้ และ Galaxy Note10 ยังช่วยให้เราเก็บภาพในที่แสงน้อยได้ดีมากๆ ด้วยนะ

 

Have a magical day!

วันที่ 2 ของเราคือการกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งใน Shanghai Disneyland Park ความพิเศษเหมือนมีเวทย์มนตร์ของดิสนีย์คือไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อได้กลับมาที่นี่เราจะรู้สึกว่าเราเด็กและผูกพันกับมันเสมอ เหมือนมิกกี้เมาส์ กับมินนี่เมาส์นั่นแหละค่ะ ที่ไม่ว่าจะเจอที่ไหนก็จำกันได้ 555 ของปลอมตามตลาดนัดหน้าคุ้นเฉยๆ ยังเผลอเรียกชื่อเลยแก๊ เราเลยให้เวลาที่นี่ทั้งวัน เก็บเกี่ยวบรรยากาศ เล่นเครื่องเล่น รอดูพาเหรดและพลุไฟแสนอลังการตอนค่ำที่คนเคยมาครั้งแรกอาจต้องน้ำตาไหล! วันนี้ใครเรียกชื่อก็ไม่หัน ต้องเรียกว่า ฮัว มู่หลาน เท่านั้น

เราจองบัตรเข้าสวนสนุกรอบนี้ผ่าน Klook เพราะราคาถูกกว่าไปซื้อที่หน้าเคาท์เตอร์ ไม่ต้องต่อคิวด้วย แถมยังสามารถใช้ E-mail Confirmation เข้าสวนสนุกได้ทันทีเลยด้วย Klook คือแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่จะทำให้การเดินทางของพวกเรานั้นเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น มีกิจกรรมให้จองทั่วโลกในราคาที่ดีที่สุดด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งก็ได้ Booking มาอยู่ในมือ แถมถูกกว่าไปซื้อที่อื่นๆ ด้วยนะ เพื่อนๆ สามารถซื้อบัตรเข้า Shanghai Disneyland Park ในราคาที่ดีที่สุดก่อนใครได้ทาง  http://bit.ly/2PU2yB2

อย่างนึงที่เหมือนสวนสนุกใหญ่ๆ ทั่วไปคือคนเยอะและคิวยาว เราขอแนะนำทริคง่ายๆ ซัก 4 ข้อ ที่จะทำให้เธอเที่ยวที่นี่ได้สนุกมากขึ้นและไม่อารมณ์เสียกับการรอคิวนานๆ เอ้อ! ใครที่กังวลว่าที่นี่เป็นเมืองจีนแล้วจะสกปรก บอกเลยว่าคิดผิดมากเพราะสะอาดสะอ้านมากๆ

  1. ไปวันธรรมดา เพราะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดต่างๆ ของจีนที่นี่คนเยอะเป็นหนอน
  2. ควรมาตั้งแต่เช้า ถ้าเป้าหมายคือการเล่นให้ครบทุกเครื่องเล่น ต้องรีบมากด Fast Pass ก่อนหมด
  3. พาเหรดและพลุ คือ A Must! ที่เธอควรดู ล็อคเวลาไว้เลย ช่วงดูพาเหรดแนะนำให้ไปดูตรง Tomorrowland
    ส่วนพลุนั้นให้อยู่กลางๆ ไม่ต้องหน้าเกินไปก็ได้ ตอนเลิกมันออกยากมากค่ะถ้าอยู่แถวหน้าสุด
  4. โหลด แอปพลิเคชั่นของดิสนีย์ไว้ในโทรศัพท์ เพราะในแอปจะบอกทุกอย่างว่าโชว์กี่โมง เครื่องเล่นไหนรอคิวกี่นาที และแอปฯ นี้แหละที่จะทำให้เธอกด Fast Pass ได้ฟรีๆ แถมยังเป็นแผนที่คอยบอกว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน แต่… เสน่ห์ของดิสนีย์อย่างนึงในความคิดเราคือการหลงอะ 555 มันน่ารักดีนะกับแผนที่กระดาษแล้วมาช่วยกันดู เพราะงั้นถ้ามาเอา Mood เฉยๆ ลองหลงดูบ้างก็ได้ บางทีอาจจะไปโซนที่ไม่คิดว่าจะมา แต่มันเป็นความทรงจำวัยหวานของเธอ จนต้องรีบวิ่งไปหาซื้อเสื้อคู่ หูมิกกี้มินนี่ ชุดเจ้าหญิงมาใส่ก็ได้นะค้า

ดิสนีย์ที่นี่ไม่ได้ Adventure แบบหวือหวาน่ากลัว ของเล่นจะเป็นแนวเด็กน้อยน่ารักเป๊าะๆแป๊ะๆ มากกว่า วัยรุ่นอย่างเรามันก็คงไม่ได้อยากเล่นไปหมดซะทุกอันหรอก ไปสายหน่อยและเลือกเฉพาะอันที่อยากเล่นจริงๆ ก็ได้นะ จะได้ไม่เสียเวลา ยิ่งถ้าไปตั้งแต่เช้า แล้วต้องอยู่รอพาเหรดจนถึง 2 ทุ่ม รับรองว่าอายุเท่าไหร่ก็มีงอแงกันบ้างอะ 555

และใครที่ใช้ Galaxy Note10 แบบพวกเราก็จะสนุกมากขึ้นกว่าเดิม เพราะ S Pen ใน Galaxy Note10 นั้นมาพร้อมกับโหมด AR Doodle เป็นอีกลูกเล่นนึงที่สนุกเพราะเราใช้ปากกาวาดรูประหว่างถ่ายวีดิโอได้ด้วย แล้วเส้นที่เราวาดนั้นจะขยับตาม แถมไม่เพียงจับได้เฉพาะสิ่งของ เท่านั้นแต่มันยังสามารถจับภาพใบหน้าและเคลื่อนไหวตามได้ด้วยนะ วาดกันสนุกเลยในดิสนีย์แลนด์กับ Feature นี้ของ Galaxy Note10

พวกเราเดินเล่นถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีที่ท่าว่าอยากเล่นเครื่องเล่นไหนเป็นพิเศษ 555 เพราะคิดว่าแค่มาเอาบรรยากาศก็แฮปปี้แล้ว หลังจากถ่ายรูปเหนื่อยๆ ก็เหนื่อยกว่าเดิมตอนที่เห็นราคาอาหารในดิสนีย์ 555 โอ้โห แพงมากกก! เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนที่เคยมาก่อนแล้วถึงแนะนำว่าให้กินข้าวเช้าให้อิ่มจากโรงแรม มื้อเย็นให้มาทานข้างนอก ส่วนอาหารกลางวันก็เลี่ยงไม่ได้ต้องทานในนั้นแหละ ที่นี่ตรวจเข้มมากในการห้ามไม่ให้เอาอะไรเข้ามาทาน เรามองว่าเป็นเรื่องดีเพราะควบคุมง่าย อาหารในดิสนีย์นั้นคร่าวๆ เบื้องต้นจะอยู่ที่จานละ 500 บาท ซึ่ง Portion ใหญ่มาก จานนึงกินสองคนก็อิ่ม ร้านก็มีให้เลือกเยอะตาม Theme Park ต่างๆ ที่เราไปได้เลยจ้า

ส่วนขนมนั้นราคาก็แพงพอกัน แต่เค้าขายกิมมิคและความน่ารักที่หาซื้อทานด้านนอกไม่ได้ ก็ต้องยอมในจุดนี้ และรถเข็นเล็กๆ ที่ขายขนมตามจุดต่างๆ ในสวนสนุกก็เป็นพร็อบให้ไปยืนถ่ายรูปได้เก๋เชียวน้า

โซนที่เราอยู่เยอะที่สุดในวันที่ไปนั้นคือ โซน Toy Story Land และ Tomorrowland เพราะความชอบส่วนตัว เราเป็นแฟนบอยของ Toy Story แค่นั่งดูรายละเอียดเล็กๆ น้อย เห็นการ์ตูนที่เราชอบมันมีชีวิตและได้ยินเสียงพวกมันเหมือนที่เราเคยได้ยินในการ์ตูนก็แฮปปี้มากเลย

ส่วนอีกโซนคือ Tomorrowland ที่นี่มีเครื่องเล่นโด่งดังอยู่นั่นก็คือ TRON รถไฟเหาะในวีดิโอเกมส์พร้อมแสงเลเซอร์ต่างๆ ที่เหมือนเธอขับอยู่ในเกมส์จริงๆ พีคมาก สนุกจนอยากให้มาเล่นด้วยตัวเอง แต่งตัวเปรี้ยวๆ แต่งหน้าเต็มเหมือนเป็นสก๊อย เลียบด่วน แสงสีได้  ขาดแต่กองเชียร์  และข้อดีของมันคือเป็นเครื่องเล่นสำหรับผู้ใหญ่ทำให้เด็กๆ น้อย รอคิวไม่นาน

และยังมีโซนกิจกรรมจาก Marvel ด้วยนะ เช่นชวนกันไปเป็น Avenger ปราบ Hydra ให้เราเข้าไปฝึกและเข้าร่วมบนเวที มี Black Panther และ Captain Marvel เป็นโค้ช ส่วนพวกเราอะ .. จะเหลือหรอ ก็เล่นสิคะ เค้าชวนมาก็ต้องเล่นอยู่แล้ว

จากนั้นประมาณบ่าย 3 ก็รอดูพาเหรด ซึ่งที่นี่จะจัดบริเวณรอบๆ ปราสาท และโซน Tomorrowland ก็เป็นโซนที่อยู่รอบปราสาทพอดี ทำให้เราไม่ต้องเดินไปไหนไกล จับจองพื้นที่สำหรับชมได้อย่างใกล้ชิด จะบอกว่าเป็น 20 นาทีที่มีความสุขมากเลยนะกับพาเหรดของที่นี่ ใกล้ชิดเป็นกันเองที่สุด

หลังจากนั้นเธอก็สามารถเดินเล่นถ่ายรูปตามโซนต่างๆ หรือจะหาที่นั่งรอ ไปต่อคิวเครื่องเล่นเพื่อรอดูพลุตอนเย็นก็ได้ ซึ่งเราใช้วิธีแยกย้ายกัน เพื่อนบางคนอยากนั่งพัก บางคนอยากซื้อของก็ไปซื้อ หรืออยากต่อคิวเครื่องเล่นก็ทำ แล้วนัดเวลามาเจอกันเพื่อไปดูพลุอลังการของดิสนีย์ด้านหน้าปราสาทพร้อมกัน พอพระอาทิตย์ตกดินหลายๆ มุมดิสนีย์ก็ถ่ายรูปสวยขึ้น!

พลุของที่นี่จะฉาย LCD ลงไปบนปราสาทแล้วเล่าเรื่องราวผ่านเพลงและการ์ตูนอมตะต่างๆ ของดิสนีย์ เช่น Little Mermaid / Lion King / Mulan และ Frozen ระหว่างนั้นก็จะมีพลุจุดไปเรื่อยๆ แสงสีเสียงจัดเต็มมาก ไม่เสียดายเลยที่อยู่ดู ยิ่งรักและเป็นแฟนบอยดิสนีย์เหนียวแน่นกว่า บอกตัวเองว่าแล้วจะกลับมาเติมพลังความเป็นเด็กที่นี่อีกบ่อยๆ นะ

 

Day 3 with an Iconic places

เช้าวันที่ 3 ในเซี่ยงไฮ้อากาศดีงามขึ้นมาหน่อย เรารีบบึ่งกันไปที่ Pearl Tower หรือหอไข่มุกนั่นเอง ที่นั่นมีจุดชมวิวที่เป็นพื้นกระจกกว้างมากๆ เดินไม่เบียดกัน และอากาศก็หนาวสุด ถ้าใครอยากได้ความเสียวแนะนำให้ไปเดินเล่นกันที่นี่ 555 แถมบริเวณรอบๆ หอไข่มุกด้านล่างยังเป็นย่าน Financial ของเซี่ยงไฮ้ เลยเต็มไปด้วยตึกสูงมากมายให้ถ่ายรูปกับความทันสมัยของเซี่ยงไฮ้ได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทางในเซี่ยงไฮ้ของเราเน้นนั่นรถไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะครอบคลุมทั่วทั้งเมืองแถมยังถูกมากๆ ถ้าไม่อยากปวดหัวกับการซื้อเป็นเที่ยว แนะนำให้ซื้อเหมาแบบ Day Pass 3 วัน ราคา 45 หยวนหรือประมาณ 200 บาทเท่านั้น เดินทางได้ทั่ว ทั้งเมืองแถมยังใช้นั่งรถขบวนธรรมดาไป-กลับจากสนามบินได้ด้วย

เราไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติเซี่ยงไฮ้ หรือ Shanghai Natural History Museum ที่นี่เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ ทั้งบนบก และใต้ท้องทะเล ถ่ายทอดออกมาให้เป็นภาพเคลื่อนไหว หุ่นตัวมหึมา ได้อย่างน่าสนใจ แถมยังมีโซนสัตว์ที่มีชีวิตจริงๆ ให้เรียนรู้ด้วย เราเองมาถึงนี่ก็ได้เดินดูประดับความรู้ซักหน่อย แถมยังได้มุมเก๋ๆ ด้วยนะ เพราะที่นี่อลังการมาก!

ด้านนอกพิพิธภัณฑ์เป็นสวนสาธารณะที่มีเด็กวิ่งเล่นกันพล่านไปหมด แต่พื้นที่ที่กว้างขวางก็ยังเพียงพอให้เรามีมุมสวยๆ ถ่ายรูปกับใบไม้เปลี่ยนสีที่กำลังผลัดใบในช่วงที่เราไป เผื่อเวลาทำในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทุกครั้งเวลาที่เดินทางด้วยนะ

พอตกบ่ายเริ่มหิว เราแวะไปทานร้านที่บอกใครว่าจะมาเซี่ยงไฮ้ก็แนะนำให้มากินร้านนี้คือ Cha’s Restaurant ร้านอาหารฮ่องกง ที่ได้รางวัลมิชลินไกด์ รสชาติดีแบบถูกปากคนไทย เหมือนไปกินที่ฮ่องกงจริงๆ อร่อยมากทุกอย่างเลย ร้านสะอาดะอ้านน่านั่งกินข้าว และมีชานมเย็น หรือร้อน พร้อมขนมปังไส้เนยที่อร่อยจนไม่กลัวอ้วน

อย่างที่บอกว่าหน้าหนาวแบบนี้พระอาทิตย์จากเราไปเร็วกว่าที่คิด แม้ว่าระหว่างวันมันจะไม่มาให้เห็นเป็นดวงๆ เลยก็ตาม ตอนเย็นเราไปเดินเล่นกันที่ไฮไลท์อย่าง The Bund จุดชมวิวริมน้ำ และถนนช๊อปปิ้งอย่าง Nanjing Road. ข้อควรระวังเลยคือ ปิดกระเป๋าให้มิดชิด แม้ว่าที่นี่จะปลอดภัยแต่ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด และควรเดินเกาะกลุ่มกันไว้เพราะคนเยอะ

ส่วน Nanjing Rd. นั้นบอกเลยว่าแบรนด์ต่างๆ ก็คล้ายกับที่ไทย แต่มีบางแบรนด์เสื้อผ้าที่ดูทันสมัยและเป็นของจีนที่น่าซื้อหรือว่าพวก Miniso ที่บางสินค้ายังไม่เข้าไทย ที่นี่มีเยอะมาก และฝากอีกเรื่องนึงคือ เกือบทุกร้านไม่รับบัตรเครดิตต่างชาติ รับเฉพาะเงินสด / Alipay / Unionpay เท่านั้น ส่วน Visa Master Card หรือ JCB และ American Expess เอาเก็บไว้ที่บ้านได้เลยเพราะคนจีนไม่รับจ้า เราช๊อปปิ้งกันจนดึกเลย ควรเอาที่นี่ไว้เป็นที่สุดท้ายของวันเพื่อให้ช๊อปได้เต็มที่

 

Day 4 More than 72 hrs. in Shanghai.

เช้าวันที่ 4 ของการเดินทางในเซี่ยงไฮ้ เราเลือกเที่ยวในเมือง กินของอร่อยและเก็บตามจุดที่อยากไปให้ครบ เรากลับไป The Bund ตอนสายอีกรอบนึงเพราะหวังว่าจะเจอแดดแรงๆ ออกมาตบหน้าให้เราถ่ายรูปเล่น แต่.. เหมือนสวรรค์แกล้งค่ะ ฟ้าปิด หมอกหนา เห็นหน้าเพื่อนกันชัดก็นับว่ามีวาสนาแล้ว 555 จริงๆ แล้ว The bund สวยทั้งกลางวันและกลางคืนเลยหละ อย่าลืมเผื่อเวลาตอนเช้าซักวันมาถ่ายรูปอวดเรากันด้วยนะ

และเผื่อเวลาเยอะขึ้นไปอีกเมื่อเดินทางกับเพื่อนชะนี เรามั่นใจว่ามันจะต้องแวะระหว่างทางแน่นอนเพราะตึกรามบ้านช่องแถวนั้นเต็มไปด้วยสไตล์ยุโรป ถ้าถ่ายไม่ติดป้ายภาษาจีนไปโม้กับเพื่อนได้เลยนะคะว่าอยู่เมืองเก่าซักเมืองในยุโรป 5555

จากนั้นเราไปต่อกันที่ Yu Garden บางคนอาจจะแนะนำให้เข้าไปดูสวนสวยๆ แต่สำหรับเรารอบนี้ สวนไม่ใช่สิ่งที่เราอยากดู แต่เรามาเพื่อกิน เสี่ยวหลงเปายักษ์! ก่อนจะเข้าไปถึงทางเข้า Yu Garden ด้านในจะมีตลาดที่คล้ายๆ Jiufen ของไต้หวัน ขายของฝาก อาหารต่างๆ เต็มพื้นที่ ในนั้นจะมีอยู่ร้านนึงขายเสี่ยวหลงเปายักษ์ คือดีงามมากกก! จริงๆ ร้านนี้จะมีอยู่สองสาขาเยื้องๆ กัน อีกสาขาคนต่อคิวเยอะๆ สำหรับนั่งทานที่ร้าน อีกร้านนึงตรงจัตุรัสตรงกลางจะขายสำหรับ To GO เราไม่มีเวลาต่อแถวเลยซื้อออกมาซดน้ำซุปเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ หน้าร้าน ฟินมาก!

ด้านในสวยมาก ถ้ามาตอนกลางคืนหรือตอนตรุษจีนก็จะได้เห็นโคมไฟสวยงาม ตรงบ่อน้ำกลางตลาดจะมีร้านน้ำชาอยู่ร้านนึงเปิดมาแล้ว 100 กว่าปี เราแนะนำว่าอย่าสั่งพวกชาผลไม้หรือชาเย็น ชานมต่างๆ เพราะรสชาติแย่มาก ให้สั่งพวกชาร้อนกินเอาบรรยากาศก็พอแล้ว

ต่อสู้กับฝูงคนและชานมไข่มุกที่กินแล้วอยากร้องไห้เสร็จ เราไปหาอาหารจีนอร่อยๆ กินกัน จากเสี่ยวหลงเปาลูกเบ้อเร่อ ไปกินเสี่ยงหลงเปาลูกเล็กลง แต่กิมมิคของ Paradise Dynasty นั้นคือเสี่ยวหลงเปาสายรุ้ง! ที่มีให้เลือกหลายรสมากๆ ใน 1 เข่ง เช่นรสทรัฟเฟิล รสชีส รสผัก เป็นต้น เอาตามตรงว่าเราแยกไม่ออกเลย 555 รสไหนก็เหมือนกันเพราะลิ้นไม่ถึง แต่อาหารร้านนี้อาจจะต้องรอคิวซักนิด แต่รับรองว่าอร่อย คุ้ม และราคาไม่แพงด้วย

ข้อควรระวังเวลาทานอาหารจีนที่เซี่ยงไฮ้คือ อย่าสั่งแบบโมโหหิว เพราะแต่ละ Portion นั้นใหญ่มากกกกกกก!

เสร็จแล้วก็ล้างปากด้วยกาแฟกันซักหน่อย ถ้าใครเคยอ่านรีวิวท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้หลายๆ คนน่าจะเห็นคนแนะนำคาเฟ่ Paras Café เราเคยไปครั้งนึง แต่ตอนนี้ร้านเปลี่ยนไปแล้วนะ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเจ้าของ กลายเป็น RAC Café แทน ความดีงามของผู้คน กาแฟ และ Brunch ยังเหมือนเดิม บรรยากาศ Cozy อากาศหนาวๆ และกาแฟดี พร้อมนั่งจอยกับเพื่อนหรือจะหยิบ Galaxy Note10 เครื่องเก๋มาวางเป็นพร็อบบนโต๊ะ พร้อมขีดๆ เขียนๆ โมเม้นท์แบบนี้เซี่ยงไฮ้ก็มีนะจ้ะ

เสร็จจากล้างปากด้วยกาแฟเราก็ไปต่อกันที่ย่านที่เรียกว่าย่านฝรั่งของเซี่ยงไฮ้ หรือ Xintiandi แถวนี้นะ เดินเข้ามาแล้วแบบอยากทักเพื่อนว่า ฮัลโหล ฮาย ฮาวอาร์ยูแทนคำว่าหนีห่าว เพราะนึกว่าอยู่ผิดประเทศ ยิ่งบรรยากาศขลุกมัวแบบนี้ด้วยแล้วนะคะ นึกว่านั่งกินข้าวอยู่แถวๆ Seattle 5555 เวอร์ไปปะวะเนี่ย

ใน Xintiandi มีไอศกรีมร้านนึงชื่อว่า Prēe จำไม่ได้ว่ามาจากประเทศอะไร แต่เรามาเซี่ยงไฮ้กี่ครั้งก็ต้องแวะกินทุกครั้ง! ชอบรส Sherbet ต่างๆ มันเปรี้ยวแบบสดชื่นมาก ชื่นใจเหลือเกินเลยเธอ แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยว Xintiandi ควรอยู่ยาวๆ ตั้งแต่บรรยากาศโพล้เพล้ ถ่ายรูปเพลินๆ หาอะไรรองท้อง แล้วตบท้ายด้วย Dinner แบบแสนเก๋ แปปๆ พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว 72 ชั่วโมงที่หลายคนบอกว่าพอแล้วสำหรับเมืองนี้ แต่เราว่าไม่พอหรอก เชื่อเรา มาซัก 4 คืนกำลังดี!

 

Bound home with Cathay Pacific

วันที่ 5 ในเซี่ยงไฮ้สำหรับเราคือการเตรียมตัวกลับบ้าน หลังจากเมื่อคืนสนุกสนานที่ Xintiandi กลับมานอนตื่นสายๆ เราเลือกกลับไฟลท์บ่ายของ Cathay Pacific ไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงเหมือนเดิม ความสะดวกสบายไม่แตกต่างจากขามา อาหารก็อร่อยถูกปากเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแนว Western หรืออาหารจีน ก็อิ่มได้แบบไร้กังวล

เปลี่ยนการเปลี่ยนเครื่องที่น่าเบื่อให้กลายเป็นปาร์ตี้ Farewell จนกว่าจะพบกันใหม่ทริปหน้าระหว่างเพื่อนหรือจะใช้เวลาเคลียร์งานติดตามข่าวสารบ้านเมืองระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องในเลาจน์ของ Cathay Pacific ในสนามบินฮ่องกง หรือเหนียวตัวมากๆ เครื่องอาบน้ำในเลาจน์ที่นี่ก็ใช้ AESOP นะจ้ะ

เซี่ยงไฮ้สำหรับเราเป็นเมืองที่เราชอบมากแต่ไหนแต่ไรก่อนมาทำรีวิวอีกนะ เวลามองความเจริญของที่นี่แล้วรู้สึกถึง Passion ของคนจีนที่รักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองและอยากพัฒนาให้มันดีวันดีคืนมากๆ ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่มีมุมแย่ๆ แต่หลายๆ ส่วนรวมกันแล้วมันดีงาม ถ้าเธอลังเลอยู่ว่าจะมาเที่ยวจีนดีมั้ย แนะนำว่าถ้าชอบธรรมชาติให้ไปคุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียง แต่ถ้าชอบความเป็นเมืองและทันสมัย เซี่ยงไฮ้ นี่แหละตอบโจทย์การเดินทางที่หวือหวา หรูหราและประหยัดได้แน่

และอย่าลืม! พกโทรศัพท์ที่พร้อมจะกลายเป็นเพื่อนคนสำคัญของเธอในการเดินทางอย่าง Galaxy Note10 มือถือที่ไม่ได้สวยเพียงภายนอก แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานเรียกได้ว่าคุ้ม ทั้งกล้องที่คมชัด S Pen ที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการใหม่ๆ ให้เรา พร้อม AR Doodle ที่จะเปลี่ยนการเดินทางเดิมๆ ให้สนุกสนานจนกลายเป็นเหมือนฝันไปพร้อมกับเธอ

นี่คือ 4คืน 5วันในเซี่ยงไฮ้ที่รอให้เธอจองตั๋วออกไปตามรอยกัน มันจะเป็นเมืองที่พวกเธอต้องยินดีที่ได้รู้จักแน่นอน 😊

Input your search keywords and press Enter.