Now Reading:

Full Flavoured days in TAIWAN

Full Flavoured days in TAIWAN

12355210_10153659167655590_1371793073_n

 

วันก่อนเพื่อนมาถามว่า ไต้หวัน กับ ไทเป นิที่เดียวกันปะวะ? ใจนึงก็คิดว่ามันแกล้ง แต่ดูหน้าแล้ว ไม่รู้จริงๆแน่ๆ…มาๆ มาเบิกเนตรให้มันหน่อย คือ ไต้หวันเนี่ย เป็นเกาะ ซึ่งมีไทเปเป็นเมืองหลวง ถึงแม้จะเป็นเกาะขนาดเล็ก แต่เรื่องความหลากหลายทางธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวขอบอกเลยว่าแน่น แน่น แน่น! รอบที่แล้วเราพาไปตะลุยไทเปมา เน้นแสงสี ฉบับรวบรัดตัดตอนแอบไปนอนบ้านคนไต้หวันกันมาแล้ว รอบนี้จะพาออกไปไกลๆบ้าง จะขาลุย ขาชิว ขาช้อป จัดไปให้ครบทุกอารมณ์เลย!

DSCF9991

DSCF9992

 

จริงๆไต้หวัน มีสนามบินหลายแห่ง แต่ให้สะดวกกับคนไทยสุด ก็ต้องบินมาลง “Taoyuan International Airport” นี่แหละ เพราะมีเที่ยวบิน บินตรงจากไทยมาลงที่นี่หลายเจ้าด้วยกัน แถมใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงเอง พอๆกับรถติดจาก ลาดพร้าว มาสยามอะแหละ อย่างรอบนี้ เราบินกับ Nokscoot ออกจากดอนเมือง คืนวันศุกร์ ไปถึงวันเสาร์ตอนเช้าตรู่ เหมาะมากๆสำหรับคนเวลาจำกัด ไม่เสียเวลาเที่ยววันแรก และเที่ยวขากลับ ก็กลับมาถึงไทยเช้าเหมือนกัน พอดีให้กลับบ้านอาบน้ำ แล้วไปทำงานต่อได้เลย เก็บวันลาไว้ไปลาไปทริปอื่นได้อีก โฮะๆ สำหรับใครที่กังวลว่า ไปถึงสนามบินเช้าเกิน จะเข้าเมืองลำบาก หรือไฟล์ทขากลับเช้ามาก จะทำยังไงดี? Taoyuan International Airport มีรถบัสรับ-ส่งจากตัวเมืองไทเป (Taipei Main Station) ตลอด 24 ชั่วโมง (125 NTD) แถมสนามบินก็ใหม่มาก หาที่ซุกตัว งีบซักแป้ปได้แบบสบายๆ  หรือใครอยากสบายกว่านั้นอีก ก็มี Taxi รอให้บริการส่งตรงถึงหน้าที่พักเพียบ ราคาประมาณ 1200 NTD

 

Outside Taipei 

  1. Sun moon lake (日月潭  Rìyuètán)

DSCF9335

 

เราพุ่งตัวออกจากสนามบินไปยัง Sun moon lake หรือที่เรียกกันติดปากว่า ทะเลสาบสุริยันจันทรา ที่นี่เป็นทะเลสาปธรรมชาติขนาดใหญ่ของไต้หวัน ถ้าเป็นคน น่าจะเปรียบได้กับพี่ก้อง สหรัต ที่ชื่อดังมาแต่ไหนแต่ไร จะอากง อาม่า วัยรุ่นหัวทอง หรือติ่งหัวเกรียน มาเจออากาศบริสุทธิ์ พร้อมวิวสวยๆของที่นี่ เป็นต้องระทวย ร้อยทั้งร้อย! แต่อย่างว่า ที่นี่เป็นจุดท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศ ถ้าได้เฉียดไปแถวท่าเรือตอนทัวร์ลงนิ อาจนึกว่าอยู่เมืองจีนได้ โฉงเฉงไปหมด คนส่วนมากนิยมไปเช้า-เย็นกลับ เพราะราคาห้องพักที่แพงหูฉีก แถมพอตกดึก เมืองก็เงียบดังเมืองร้าง ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนัก

DSCF9375

 

แหล่งท่องเที่ยวใน SML กระจายตัวเป็น 3 จุดใหญ่ๆ คือ

  1. Shuishe Pier ท่าเรือตั้งต้น หรือตรงที่ลงรถบัส
  2. Xuanguang Temple Pier เป็นท่าที่แวะชมวัด และมีร้านไข่ต้มใบชาที่ดังๆ
  3. Ita Thao Pier เป็นจุดขึ้น Cable car และคึกคักไปด้วย Street food

ซึ่งทั้งหมดเชื่อมกันด้วยเรือโดยสาร ที่คิดราคาแบบเหมา มีรอบค่อนข้าง Fix หรือจะนั่งรถบัสก็ได้ แต่ใช้เวลานานกว่า ก็ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบคึกคักๆ การข้ามไปอีกฝั่ง น่าจะตอบโจทย์ แต่เรามีเวลาแค่ครึ่งวัน บวกกับไม่อยากเสียเงินเยอะ (แฮะๆ) เลยเลือกปั่นจักรยานแม่บ้านแบบเบาๆ เลียบทะเลสาปแทนละกัน ค่าเช่าจักรยานทั้งวันแค่ 100 NTD เอง!

DSCF9267

 

อ้อ! ถึงแม้ไม่ใช่นักปั่นแข้งทอง ก็หายห่วงได้เลย เพราะที่นี่เขาจัดการทางจักรยานไว้ดีมาก ระยะทางไปกลับยาวประมาณ 11 กิโลเมตร ช่วงครึ่งแรก ส่วนมากเป็นทางราบ ปั่นชมวิวแบบชิวๆเลย พอปั่นมาเห็นตึกโค้งๆสีเทาๆ อันใหญ่ ก็แปลว่าถึงครึ่งทางแล้ว Xiangshan Visitor Center เป็นพื้นที่จัดแสดงงาน ที่ด้านหน้ามี Cafe ให้แวะพักเหนื่อยได้ ก็จะมีพวกขนม และของฝากขาย ถ้าใครอยากประหยัด แนะนำให้แวะ 7-11 ซื้อของกินติดตัวมาด้วย เอามานั่งกินลมชมวิวด้านนอก ฟินกว่าเย้อออ

DSCF9240

เวลาปั่นจักรยานที่นี่ให้ชิดขวา และระวังคนเดินสวนไปมาด้วย ถ้าช่วงไหนลงเนิน ไหลเร็วๆ ก็อย่าสนุกเกินหละ เดี๋ยวหน้าคว่ำหมดสวย 5555555

DSCF9258

 

หลายคนมา SML แล้วชอบมากกกก แต่หลายคน ก็บอกว่าเฉยๆ เราว่าปัจจัยหลัก ก็คือ สภาพอากาศ ก็ถ้ามาแล้วฟ้าครึ้ม ฝนตกทั้งวัน รับรองหมดสนุก และคงไม่ประทับใจแน่ๆ แต่อย่างเรา ฟ้าไม่ใส่มาก แต่แดดไม่แรง แถมมีลมเย็นสบาย ก็ทำให้ปั่นจักรยานไปได้เรื่อยๆ เราเลือกพักที่นี่หนึ่งคืน ทำให้ไม่ต้องรีบ มีเวลาอ้อยอิ่ง ถ่ายรูปอวดเพื่อนได้เป็นล้านรูป 555

DSCF9329

 

ข้อดีที่แลกมาด้วยห้องพักรูหนู คืนละ 3000 ก็คือ การได้ชมพระอาทิตย์กลางทะเลสาปเนี่ยแหละ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น มี 2 จุด คือ เดินเลยท่าเรือ Shuishe Pier ไปด้านซ้าย ประมาณ 600 เมตร จะได้มุมที่แนบชิด ใกล้เรือ หรือ เดินขึ้นเนินไปด้านขวา จะได้ภาพมุมสูง ก็เลือกเอาแล้วแต่ชอบเลย

DSCF9360

 

2. Alishan
เราจองรถบัส ตรงจาก SML มาเลย ความตลกของรถขนาด 18 ที่นั่งคันนี้ คือ มีแวะพักระหว่างทางด้วย! ไอ่เราที่ไม่รู้มาก่อน กำลังเคลิ้มๆจะหลับๆ คนจอดเลี้ยวเข้าร้านขายของที่ระลึก พร้อมพ่นภาษาจีนใส่ ก็งงเลยดิ ยังดีที่คนข้างๆอาสาเป็นวุ้นแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ ใจความว่า จอดให้ซื้อของ 15 นาที ก็นั่นแหละ เป็นแบบนี้ไปอีก 3 รอบ ผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง รถบัสก็พาเรามาส่งที่เทือกเขาที่อยู่สูง 2,216 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศด้านบน จะเย็นตลอดทั้งปี เที่ยวได้ตลอดปี และมีการจัดการอย่างเป็นระเบียบ โซนที่พัก อยู่ด้วยกัน ราคาแพงพอๆกัน สภาพแค่พอนอนได้เหมือนๆกัน 555

DSCF9522

 

จริงๆเราชอบที่นี่มาก เป็นที่ๆมาแล้ว รู้สึกอยากพาคนที่บ้านมา เพราะเส้นทางเดินเที่ยวถูกปรับปรุงไว้อย่างดี คนสูงอายุ หรือมีปัญหาด้านเข่าข้อ มาเที่ยวได้ แบบไม่เหนื่อยเกินไปแน่นอน เส้นทางคลาสสิค จะเริ่มจากการนั่งรถไฟแบบโบราณผ่ากลางป่า แทรกขึ้นไปบนภูเขา และเดินตามทางกลับลงมา คล้ายๆเส้นทางศึกษาธรรมชาติของดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์อะไรแบบนั้น แต่เปลี่ยนวิว 360 องศารอบตัวเป็น ป่าสนต้นสูงชะลูด อูยย เห็นละจินตนาการว่าตัวเองเป็นเบลล่า ในเรื่องทไวไลท์ รอหมาป่าหุ่นแซ่บ กระชากเสื้อโชว์ซิคแพคมางาบไป 555

DSCF9512

DSCF9471

 

ข้อควรระวังนิดหน่อยของการเที่ยวที่นี่ คือ อย่าลืมเวลารถไฟรอบสุดท้าย! เพราะถ้าตกรถ แปลว่าต้องเดินลงอย่างเดียว และถ้าหลงป่าตอนกลางคืน คงไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่อะนะ หลังจากรอชมพระอาทิตย์ตกดินเสร็จ ก็ถึงเวลากลับมาทำสิ่งที่เรารัก … กินข้าวเย็น! ร้านค้าบนนั้นมีให้เลือกเยอะพอสมควร แต่จะคล้ายอาหารคล้ายๆกัน คือ หม้อชาบูๆ ฮูยยยยย แซ่บ! ที่ไต้หวัน ถ้าไปนั่งร้านอาหาร แล้วไม่สั่งเครื่องดื่ม ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนที่นี่ ซดน้ำซุปแทนน้ำ….แล้วส่วนมาก ไม่ว่าจะร้านไฮโซ โลโซ มีกฏว่า ต้องสั่งอย่างน้อยคนละ 1 อย่าง แต่อย่างกินหม้อชาบูอันเบิ้งขนาดนี้ ก็ไม่ได้ต้องกินคนละหม้อนะ 555 แต่ต้องสั่ง side dish เป็นพวก ไก่ทอดเกลือ ผัดผัก อะไรก็ว่าไปเพิ่มด้วย

DSCF9537

 

พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มจะหย่อน บวกกับอุณภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ เราเลยตัดสินใจ หนีบเบียร์คนละกระป๋อง แล้วไปซุกตัวบนที่นอนอุ่นๆ ดู The Face แบบปังๆ 555 เพื่อเตรียมตื่นตี 5 ไปขึ้นรถไฟชมพระอาทิตย์ขึ้น รถไฟเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น จะเปลี่ยนเวลาออกทุกๆวัน ทุกโรงแรมจะติดประกาศบอกไว้ แต่ตั๋วต้องซื้อล่วงหน้านะ (150 NTD) แล้วก็เผื่อเวลาซักนิดนึง เพราะคนจะเยอะมากกกกกกกกกก ถ้าไปช้า ก็ต้องยืนบนรถไฟที่แรงกระชากสูงเหลือเกิน ไปอีก 30 นาทีแหนะ

DSCF9575

 

จุดชมวิวด้านบนจะเป็นลานกว้างๆ มุมเด็ดในการถ่ายภาพได้ไม่ยาก แค่สังเกตไกด์คนจีน เขาจะมีลักษณะเฉพาะตัว คือ ปีนขึ้นไปอยู่ตรงแผงกั้น แล้วชูร่มขึ้นสูง พร้อมบรรยายความยิ่งใหญ่ของเทือกเขานี้อย่างเสียงดัง ฟังชัดผ่านโทรโข่ง 555

DSCF9568

 

โชคไม่ดีที่วันนี้เราไม่ได้เห็นทะเลหมอก ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ เลยถ่ายรูปแป้ปๆ แล้วลงไปเตรียมตัวกลับดีกว่า
ปล. ช่วงที่คนจะฮิตๆมาที่นี่ คือ เดือนมีนาคม ที่มีซากุระบานเต็มเขา และเดือนธันวาคม ช่วงหยุดยาวที่อากาศจะดีเป็นพิเศษ

DSCF9560

 

ขากลับเข้าเมือง Chiayi เราต้องไปออกตั๋วที่ 7-11 ถึงแม้จะใช้ Pass ก็ต้องไปให้เขาจะล้อคที่นั่งไว้ให้ รถรอบแรก คือ 9.40 ถ้าพลาดรอบนี้ ต้องรอไปอีก 2 ชั่วโมงแหนะ

DSCF9579

 

3. Taroko National Park

DSCF9119

 

ที่นี่ เป็นที่ๆอยากไปมากที่สุด ใช้ความพยามมากที่สุด 555 คร่าวๆเลย ทาโรโกะ เนี่ยเป็นอุทธยานแห่งชาติ ที่มีลักษณะเป็นร่องลึก แทรกตัวอยู่ระหว่างยอดเขาสูง โดยมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งตัวอุทธยานทั้งหมดกว้างมากกกกก แค่จาก Information center เข้ามา Swollow Grotto ซึ่งถือว่าอยู่ส่วนต้นๆของอุทธยาน ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว!

DSCF9131

 

โดยทั่วไป คนไทยนิยมนั่งรถไฟไปจากไทเป(Taipei) ไปฮวาเหลียน(Hualien) แล้วก็เหมาแท็กซี่ให้ขับพาเที่ยวทั้งวัน แต่ช้อยส์นี้ตัดไป เพราะแพง! และเราตั้งใจจะไปปีนเขา ไม่ใช่นั่งรถชมวิวตามจุดต่างๆแบบทุกที

อ่ะ เราก็หาข้อมูลต่อว่า ถ้ามาคนเดียว พวกฝรั่งแบคแพค เขาจะนิยมเช่าสกู้ตเตอร์ขี่ไปเองจากฮวาเหลียน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ช้อยส์นี้ก็ตกไป เพราะเพื่อนเราขี่มอเตอร์ไซต์ไม่เป็นกันเลย 555

DSCF9101

 

สุดท้ายเลยเหลือแค่ รถบัสวนรอบอุทธยาน ซึ่งตอนที่หาข้อมูล ก็รู้อยู่แล้ว ว่ามันขึ้นชื่อ เรื่องมาไม่ตรงเวลา! ทุกรีวิวต่างบอกว่า “เป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด”!! แต่เอาหวะ ไปลุยเอาดาบหน้า!!

DSCF8956

 

เราตื่นเช้า ตั้งแต่ 6 โมงที่ฟ้ายังไม่สว่างดี เพื่อไปขึ้นรถเที่ยวแรกไปยัง Taroko Information Center ที่ต้องแวะจุดนี้ก่อน ก็เพราะว่า การจะขึ้นไปเดิน Zhuili Old Trail นั้น ต้องมาลงบันทึกที่สำนักงานตำรวจก่อน (จริงๆทำล่วงหน้าในเว็บได้ แต่เป็นภาษาจีนล้วน ฮือๆ)

เราดูตารางมาว่า รถเที่ยวต่อไป จะมาตอน 7.40 ถ้าทำเอกสารไม่ทัน ก็ต้องรอรอบต่อไปอีกชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ทันรถ 555 ยืนกระวนกระวายกันอยู่นาน (นานมากจริงๆ แบบได้ยินรถขนขยะที่ขับผ่านหน้าไป ไปวนกลับมา 1 รอบ) เลยตัดสินใจว่า เอาวะ เดินไป โบกรถไปละกัน มันต้องมีคนจอดซิวะ!

DSCF8993

 

แต่ไม่มีวะ…. ตอนนั้นก็ไม่ค่อยขำเท่าไหร่ เพราะ Zhuili Old Trail มีกฏระบุชัดเจนว่า จะไม่อนุญาติให้เดิน ถ้ามาถึงจุดปล่อยตัวหลัง 10 โมง! และก้มมองนาฬิกา ตอนนั้น  9.30 แล้ว โอ้ยย..เตรียมการมานานมาก อยากเดินมาก จะต้องจบแค่นี้จริงๆหรอ (บ่นในใจ)

แล้วก็ดั่งฟ้ามาโปรด มีรถจอดแล้วโว้ย!!

DSCF8952

 

พวกเราวิ่งหน้าตั้ง จิ้มลงบนตัวหนังสือภาษาจีนที่อ่านไม่ออก แต่รู้ว่าคือจุดปล่อยตัว แล้วก็รอลุ้นคำตอบจากปลายทาง….”โอเค โก โก” กรี้ดดดด!! จุดๆนั้นคือโดดขึ้นหลังรถโดยไม่สนแล้ว ว่ารถอะไร สกปรกไหม (ส่วนหนึ่งเพราะจุดที่เรียกได้ อยุ่ในอุโมงค์มืดด้วยแหละ) แต่พอตั้งสติได้ปุ้ป…เชี่ยยยย ข้างๆตัวคือซากโครงไก่ถุงใหญ่มาก ซึ่งมีเลือดไหลซึมมาบนพื้นที่นั่งอยู่ จะเขยิบไปอีกทาง ก็เป็นกองสายไฟ เศษเหล็กเต็มไปหมด…จะขยับย้ายมุม ก็ต้องกระดึ้บๆ เพราะพี่แกซิ่งเหลือเกิน เข้าโค้งไม่มีเบรก คงลืมไปแล้วว่ามีชะนีไทย 3 นางนั่งอยู่หลังกะบะ!

DSCF8940

 

นั่งยองๆเกร็งกันไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงจุดหมายของเรา ทัน10 โมงพอดี!! กระโดด โลดเต้นเป็นลิง พร้อมถ่ายรูปขอบคุณเจ้าของรถเป็นพิธี แล้วก็ได้เวลาออกลุย! Zhuili Old Trail เป็นเส้นทางโบราณที่ทหารสมัยก่อนใช้เป็นเส้นทางเดิน โดยอ้อมเขา Hehuan ซึ่งจริงๆแล้ว เส้นทางทั้งหมดยาว 9.6 กิโลเมตร แต่เพราะภัยทางธรรมชาติ ทำให้อันตรายเกินไปที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดิน ปัจจุบันจึงสามารถเดินไปถึง Jhuilu Cliff ซึ่งเป็นหน้าผา กว้างเพียง 60 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 คนยืนพอดีๆ ตอนเดิน ด้านหนึ่งจะโล่ง มองลงไปเห็นถนนที่อยู่ห่างออกไป 1100 เมตร คือสูงเป็น 3 เท่าของตึกใบหยก! แล้วต้องย้อนกลับทางเดิม ถ้าใครนึกไม่ออก ว่ามันแคบ และเสียวแค่ไหน ขอให้ดูคลิปอันนี้! ใครกลัวความสูง รับรองดูดน้ำลาย ซี้ดซ้าดแน่ๆ เราใช้เวลาเดินขึ้นกัน 3 ชั่วโมง และเดินลง 1.30 ชั่วโมง ขอบอกว่ามันเหนื่อยมากกกกกกกกกกกก ภูกระดึงชิดซ้าย เขาช้างเผือกชิดขวา แม้ระยะทางจะสั้นๆ แต่ไม่มีช่วงไหน ที่ไม่ชัน! ยังดีที่อากาศเย็น และมีวิวสวยๆตลอดสองข้างทาง ที่ประคับประครองให้ไปถึงยอดได้ตอนแรกคิดไว้ว่า จะนั่งรถเที่ยวจุดอื่นๆต่อ แต่เอาเข้าจริงสภาพกูเละมาก เหงื่อท่วม หน้าเยิ้ม ผมเป็นกลีบ เห็นตรงกันว่า ถ้าไปเที่ยวต่อ ก็คงไม่มีกะจิตกะใจถ่ายรูปแล้ว เลยนั่งบัสกลับ เพื่อต่อรถไฟไปไทเปเลยดีกว่า ไต้หวัน เป็นประเทศที่น่าสนใจมาก สำหรับคนที่ชอบปีนเขา เดินป่า ขึ้นดอย มาไม่ยาก ค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่อาจจะยุ่งยากนิดหน่อยในขั้นตอนการทำเอกสาร ทุกๆเส้นทาง มักจะจำกัดจำนวนคนขึ้นในแต่ละวัน อย่าง Zhuili Old Trail ที่เราเดินรับแค่วันละ 96 คน และอย่างเส้นทางฮิตสุดๆอย่าง Yushan Mountain ก็ต้องจองล่วงหน้ากันประมาณ 3-4 เดือนเลยนะ

DSCF8928

DSCF9100

 

4. Yangmingshan National Park

ถ้าใครมีเวลาจำกัด ไม่อยากเดินทางออกไปไกลจากไทเป แต่ยังอยากสัมผัสธรรมชาติ เราขอแนะนำที่นี่เลย! หยางหมิงซัน เป็นภูเขากำมะถัน สามารถไปแช่น้ำพุร้อนได้ และก็มีจุดที่ภูเขาไฟดับไปแล้ว กลายเป็นจุดเดินเที่ยวชมวิวแทน หรือใครอยากมาเดทชิวๆ ไม่ใส่สายบู๊ ก็มีจุดให้นั่งปิกนิคสวยๆ สไตล์สาว Pinterest ได้ เราแวะจุดแรกที่ Xiaoyoukeng เป็นภูเขาไฟเก่า ที่พอมีควันกำมะถันเหม็นๆให้ได้ดมกัน และสามารถเดินไปชมวิวบนยอด เพื่อทะลุไปลงอีกฝั่งได้ แต่เอาจริง คือไกล และชันมากเว่ย วันนี้ตั้งใจจะมาสวยๆ ใส่เดรสคอเต่ามา หูยยย ลมจะจับเอา

DSCF9709

 

อีกจุดนึง คือ Qingtiangang เป็นเนินเขาลูกใหญ่ ให้อารมณ์ไปเที่ยวสวนผึ้ง แต่เปลี่ยนจากน้องแกะน่ารัก เป็นควาย 555 ใช่แล้ว! ที่นี่มีควายธรรมชาติ ให้เล่น และถ่ายรูปได้ เราไปวันเสาร์ คนก็เลยเยอะมาก ถ่ายไปทางไหนก็ติดแต่คน แต่ก็คึกคักไปอีกแบบดีเหมือนกัน

DSCF9750

DSCF9844

การเดินทาง :

เรานั่งบัสสาย 261 จาก Taipei Main Station (15NTD) ประมาณ 1.30 ชั่วโมง แล้วแต่ว่ารถติดไหม นั่งไปจนสุดสายได้เลย ใครอยากตุนเสบียงก็ลงตรง 7-11 ก่อน แล้วค่อยเดินเข้าไปท่ารถที่อยู่ทางขวา จากนั้นนั่งบัสสาย 108 ซึ่งเป็นรถคันเล็ก ขอเตือนว่าทางโหดมากก ใครเมารถ ไม่รอดแน่นอนซึ่งทั้งหมด จ่ายด้วย Easy Card ได้ แต่ถ้าใครจะแวะลงเกิน 4 จุด ให้ซื้อตั๋วแบบวัน (60NTD) ส่วนขากลับ จากจุดสุดท้าย (Qingtiangang) จะมีบัสสาย 15 ที่ตรงไป Shilin Night Market เลย แต่ถ้าคนต่อคิวยาวมากก คาดว่าชาตินี้คงไม่ได้ขึ้น ก็ขึ้นสาย 108 เหมือนเดิม วนลงไปต่อบัสสายอื่นๆข้างล่างได้

 

Around Taipei 

  1. ตลาดปลา

ใครชอบกินปลาดิบต้องมา พูดเลย! ปลาสด รสชาติดี ราคาย่อมเยาว์มีอยู่จริง ที่นี่เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน ถ้ามาช่วงเที่ยง หรือเย็น คนจะเยอะมาก คิวยาวเหยียดเลยแหละ  ซึ่งใครขี้เกียจต่อแถวเข้า sushi bar ก็สามารถซื้อที่เขาจัดเป็นกล่องๆไว้ให้ แล้วเอาออกไปนั่งกินด้านนอกอาคารได้ เขามีน้ำจิ้ม วาซาบิ ช้อน ทิชชู่ ให้อย่างดี ฟินเฟร่อ รับรองง ** Cheese Cake คือม้ามืด อร่อยจนต้องเบิ้ล แทบอยากขนกลับไทยด้วย แค่ 60 NTD เท่านั้น **

DSCF8487

DSCF8503

แต่ถ้าใครไม่กินของดิบ ในบริเวณตลาด มีร้านชาบู และร้าน BBQ ให้บริการด้วย หรือจะให้เขาจับสดๆจากบ่อ แล้วหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่งให้ก็ได้นะ มีทั้งปูอลาสก้าตัวเบิ้ม กุ้งลอบส์เตอร์ก้ามโต และบรรดาหอยหลายสายพันธุ์ เรียกได้ว่า เหมามาหมดทะเล รวมไว้ที่นี่เลย!

 

2. Xiangshan hiking trail

DSCF8666

หรือเขาช้าง อีกชื่อที่รู้จักกัน ส่วนมากนิยมเดินขึ้นกันตอนเย็นๆ แดดจะได้ไม่ร้อนมาก และทันเห็นพระอาทิตย์ตก ข้างๆตึก Taipei 101 พอดี แต่ทางค่อนข้างชัน ยิ่งร่าวร้าวๆจากปีนเขาที่อื่นมา แต่ละก้าวช่างยากเย็น 555

DSCF8684

เราใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจนถึงยอดสูงสุด เพื่อพบว่าฝนตกพอดี! พีคมากก คนอื่นเขาเดินขึ้นเหนื่อยๆมาเจอวิวสวยๆ แต่ชั้นเดินเหนื่อยๆ เพื่อมาเจอท้องฟ้าสีเทา 555 ดังนั้นใครมีแพลนจะไป ก็เช็ตสภาพอากาศกันก่อน ไม่งั้นแห้วมา จะหาว่าไม่เตือน!

 

3. Taipei Fine Arts Museum

เป็นพิพิทธภัณฑ์ที่เน้นจัดแสดงงาน ที่ให้คนดูมีส่วนร่วมด้วย เราเคยเจอแบบนี้ครั้งนึงที่ 21_21 Museum ประเทศญีปุ่น แล้วชอบมากก เปลี่ยนความคิดว่าศิลปะ น่าเบื่อ และเข้าใจยากไปเลย ถ้าใครอยากดูศิลปะแบบสนุกๆ ต้องไปลอง นิทรรศการจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สามารถเช็คได้ก่อน

DSCF8314

DSCF8350

 

สุดท้าย ไต้หวัน เป็นประเทศที่เราชอบค่อนข้างมาก แต่ขอตัดคะแนนเรื่องความแปรปรวนของอากาศ ที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน วันๆนึงเจอครบทั้ง 3 ฤดู เลยโดนดูดพลังไปบ้าง ถ้าถามว่า ชอบอะไรมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นของกิน 555 Street Food เท่านั้นที่ครองโลกกก ถึงแม้อาหารส่วนมากจะติดสไตล์จีน ที่เน้นแป้ง เอามาทอด ผัดอะไรก็น้ำมันเยิ้ม แต่รสชาติถูกปากกว่าอาหารจีนมากโข แถมราคาก็ไม่แพง ใครไปแล้วไม่กลิ้งกลับมานี่ ถือว่าผิดนะ!

DSCF8891

DSCF8857

DSCF8707

DSCF8731

DSCF8469

DSCF9584

DSCF8605

12318518_10153653852970590_129894435_o

 

 

 

2 comments

  • SoRn*

    ถ้าจะจองตั๋วรถไฟไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่alishan ต้องจองล่วงหน้านานขนาดไหนคะ

  • sirinpor

    แค่ล่วงหน้า1วันอะคะ คือไปถึงแล้วซื้อไว้ก่อน เพราะเช้าอีกวันเค้าเต้อขายตั๋วจะยังไม่เปิด :)

Input your search keywords and press Enter.