Now Reading:

One day in THONBURI

บางทีทริปที่แพลนไว้แล้วก็เยอะไป! หรือมีช่วงวันหยุดสั้นๆ จะออกไปชิคต่างจังหวัดก็กลัวขากลับรถจะติดแล้วเหนื่อยระเบิดระเบ้อ แต่ถ้าข้ามไปเที่ยวฝั่งธนฯ และริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ย่านที่มีความชิวห่างจากกรุงเทพชั้นในแค่กั้นแม่น้ำ ย่านที่ดูมีมนต์เสน่ห์ของชุมชนดั้งเดิมที่รอให้เราไปเป็นส่วนหนึ่ง ฝั่งธนฯ คือย่านที่ไม่ค่อยอวดอ้างตัวเองเท่าย่านอื่นๆ แต่ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นบ้าน ไม่วุ่นวายเหมือนทองหล่อหรือจุดอื่นๆ ในกรุงเทพ แต่ครบครันและมีทุกอย่างสำหรับการพักผ่อนวันหยุดและใช้ชีวิต จะเดินทางเข้าไปในเมืองก็สะดวกเพราะรถไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงครอบคลุมหลายๆ ย่านของฝั่งธนฯ แล้ว

ก่อนจะเริ่มทริปใหม่ยาวๆ ครั้งต่อไป นี่เลยแวะชวนกันมาเดินเล่น ไหว้พระ หาของอร่อยๆ กินย่านฝั่งธนฯ ไม่ต้องข้ามไปถึงใจกลางกรุงเทพ ชีวิตก็ดี๊ดีในวันเบาๆ พระก็ได้ไหว้ ของอร่อยก็ได้กิน เดินชิวนั่งเรือข้ามไปมา โอ้ยย เลิศ!

 

สัมผัสกุฏีจีน ตามหาขนมฝรั่ง

มันเริ่มจากคุยกันว่าเที่ยววันนี้ “ห้ามเข้าห้าง!” เราเลยนัดเจอกันที่ย่านกุฏีจีน นี่คือการมาครั้งแรกของเรา ชุมชนนี้ทำขนมฝรั่งหรือขนมกุฏีจีนอร่อยมาก อร่อยจนพ่อเรายังรู้และฝากซื้อทันทีที่รู้ว่าเราจะมา

ความน่ารักของชุมชนโบราณย่านฝั่งธนฯ นี้คือเราจะต้องเดินเข้าตรอกและซอยเล็กๆ เพื่อดูเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้น ทุกบ้านและทุกซอยสะอาดเรียบร้อยมาก เผื่อใครยังไม่รู้ว่าชุมชนกุฎีจีนนี้เป็นลูกครึ่งนะจ้ะ เพรานี่คือชุมชนชาวไทยเชื้อสายโปรตุกีส ที่อพยพกันเข้ามาอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกนู่นนน

เราแวะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ที่นี่จะรวบรวมเรื่องเก่าที่น่ารู้ของชุมชนที่นี่มาจัดแสดง ทั้งความเป็นอยู่ การทำขนม ผู้คน รวมไปถึงเรื่องน่ารักๆ เช่น สมัยก่อนผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจะหลอกเด็กว่า เย็นแล้วต้องรีบกลับบ้านนะคะหนูๆ ถ้าไม่กลับ จะมีผีหนูเลี๊ยบมาจับตัวไป จะต้องเล่นกับผีหนูเลี๊ยบจนกว่าจะพอใจ แต่พอเห็นหน้าผีหนูเลี๊ยบเท่านั้นแหละ 5555555 สงสารหนูเลี๊ยบจัง

เราแวะไปชิมขนมฝรั่งที่ขึ้นชื่อของชุมชนนี้ที่ร้านธนูสิงห์ ร้านเล็กๆ สีพาสเทลที่ซอยตัวอยู่ในซอย 7 ขนมฝรั่งคือขนมที่โรยด้วยหน้าน้ำตาลและลูกเกด พร้อมกับฟักเชื่อมที่อบจนกรอบอร่อย แต่แป้งข้างในเนื้อนุ่มนิ่มมากๆ แนะนำว่าควรกินกับชมหรือกาแฟ จะอร่อยมาก

 

ทำตัวเป็นสาวแว่นใฝ่ความรู้เสร็จแล้วก็เดินไปเป็นสายบุญซะหน่อย จากชุมชนกุฏีจีน เราอยากแนะนำให้เดินสวยๆ แต่แดดร้อนแรงเลียบแม่น้ำไปไหว้พระ ที่ศาลเจ้าเกียน อัน เกง ด้านในห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด แต่เดินเข้าไปไหว้และดูเถอะเพราะโคตรคลาสสิคและดีงามมากทั้งแสงและเงา

จากนั้นก็เดินต่อไปอีกนิดข้ามไปวัดกัลยาณมิตรไปไหว้หลวงพ่อโตหรือซำปอกง ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตนั้นพูดกันปากต่อปากและรู้กันดีในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน ว่าควรมาขอพรเกี่ยวกับการค้าขายและหากจะออกเดินทางก็ควรมาไหว้ที่นี่เพื่อให้ปลอดภัยและมีชีวิตดีๆ  ในการเดินทางนะ

 

Coffee meet community

ไหว้พระไหว้เจ้าสัมผัสชุมชนกันพอประมาณให้จักแร้หน้าร้อนนี้แฉะนิดหน่อย เราก็ไปหากาแฟแก้ง่วงกับขนมดีๆ กินกันต่อที่ The Jam Factory – จากโกดังเก่ากลายเป็นสถานที่รวบรวมงานอาร์ต ร้านหนังสือและร้านกาแฟเข้าไว้ด้วยกัน ที่ตั้งอยู่ในกลางชุมชนย่านฝั่งธนฯ ที่ดูมีชีวิตชีวาทั้งวัน

เราแวะดื่มโกโก้และวาฟเฟิลของที่นี่ให้สดชื่น พร้อมกับนั่งอ่านหนังสือซักพักให้หายร้อน ก่อนจะเดินไปดูแกลอรี่ใกล้ๆ ที่มีการจัดแสดงงานจากศิลปินจากทั่วโลกที่แวะเวียนกันมา ถ้าไม่ได้แพลนว่าจะไปที่อื่นต่อเราว่าเรานั่งที่นี่ได้ทั้งวัน อยากกินของหนักแบบรสชาติบ้านๆ ก็เดินออกไปตลาดนัดด้านข้างที่เปิดตลอดทั้งวัน ส้มตำ ไก่ย่าง ยำต่างๆ ขนมหวานและน้ำหวานคล่องคอ เพียบ!

 

Best Thai Restaurant!

แต่เราแพลนไว้แล้วต้องทำให้สำเร็จ คือการนั่งเรือข้ามจากท่าคลองสานไปท่าสี่พระยาด้วยราคาเบาๆ 4.50 บาท ไปทานอาหารยามบ่ายในร้านที่น่ารักมากๆ อีกร้านนึง คือ Harmonique ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 34 ทางเข้าวัดม่วงแค ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยที่น่ารักที่สุดตั้งแต่เราไปมา ความเก่าแก่ของบ้านที่อายุร่วม 100 ปี ที่วางอยู่หลายหลังเป็นวงกลม ทำให้ตรงกลางบ้านมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารใต้ร่มเงาของต้นไทรขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินย้อนเวลากลับไปชิมอาหารไทย

เราสั่งกันจัดเต็มมาก เพราะหิวด้วยส่วนนึงและบรรยากาศร้านก็พาไปให้สั่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยำเนื้อ เนื้อที่แล่มาพอดีคำกับน้ำยำที่จัดจ้าน กุ้งทอดราดซอสส้ม เมนูนี้แปลกแต่อร่อย และหมูย่างที่นุ่มกำลังดี นี่ยังไม่รวมไก่ทอด ปอเปี๊ยะสดที่น้ำจิ้มโคตรแซ่บ และอย่าลืมสั่งปูผัดผงกระหรี่ นี่กลมกล่อมและไม่ต้องแทะปูให้บาดลิ้นเพราะมีแต่เนื้อล้วน!  ที่สำคัญอาหารตาของฝอที่เดินเข้ามาในร้านนี่ก็ทำให้ระทวยได้เรื่อยๆ เลยจ้า 55555 อยากนั่งน้ำอะไรก็ได้มาดูดจะได้นั่งนานๆ

ด้วยบรรยากาศสบายๆ ที่มีทั้งอาหาร กาแฟสด ขนมไทย ทำให้ได้ฟีลเหมือนมานั่งบ้านย่า บ้านยาย ร่มรื่นเป็นกันเอง แฮปปี้มาก พอแคคเริ่มคล้อย พระอาทิตย์ที่จัดจ้านร้อนแรงมาตั้งแต่ช่วงกลางวันเริ่มจะลับ เรารีบบึ่งกันไปที่ Asiatique เพราะอยากนั่งชิงช้าชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเก๋ๆ

ถ้าถามเราว่าวิวสวยสู้เมืองนอกที่ไปขึ้นมาได้รึป่าว ก็บอกเลยว่าไม่ได้ 5555 แต่มันคนละฟีลนะ ไปที่อื่นเราจะตื่นตาตื่นใจกับวิวและมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยผ่านตามาก่อน แต่กับที่นี่มันให้ความรู้สึกอบอุ่นนิดๆ เพราะมองไปทางไหนก็รู้จัก นั่นมันฝั่งธนฯ บ้านชั้นนี่นา มันจะมีโมเมนท์แบบ “เฮ้ยยย แถวนั้นบ้านกู” คุ้มค่ากับราคาเบาๆ 200 บาทที่หมุนเยอะประมาณ 3-4 รอบได้

 

Things to do in Chinatown

ยัง! ยังไม่หมดวัน เพราะนี่พึ่งจะหัวค่ำเอง เราไปต่อกันที่ถนนที่เราให้เรากินอะไรก็อร่อย มูมมามได้ตามสบายอย่างไม่อายใคร เวลาไปต่างประเทศ ถ้าคิดถึงกับข้าวที่บ้านมากๆ เราจะไปย่าน China Town ของประเทศนั้นๆ อย่างน้อยก็ใกล้เคียงอาหารที่บ้านมากที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้ว และนี่คือเยาวราช ถนนแห่งของกินยามค่ำคืนที่ไม่มีวันไหนคนน้อยแม้แต่วันเดียว

เราเลือกกินก๋วยจั๊บหน้าโรงหนังที่เผ็ดพริกไทยและซดคล่องคอเราดีมากๆ และไม่ลืมที่จะซื้อปลาหมึกย่างที่ขายอยู่ด้านหน้ามานั่งกินด้วยเพลินๆ

หรือถ้าใครจะอยากกินขนมปังราดซอสหวานฉ่ำก็ไปต่อคิวด้วย แต่เราขอบายจริงๆ ส่วนตัวชอบพวกข้าวเหมียวมะม่วงที่ขายเต็มพื้นที่ไปหมดมากกว่า เพราะกินง่าย กินเร็วและอร่อยเหมือนกัน แต่ร้านๆ นึงที่ต่อให้ต้องรอเป็นชั่วโมงก็ต้องกินคือ
“ เจ๊ไฝ ส้มเช้ง” คันด้วยระบบอัตโนมือทุกลูก หวานฉ่ำ สดชื่น ราคาแรงๆ สไตล์เยาวราชด้วยแก้วใหญ่ แก้วละ 90 บาทกับการยืนรอ 40 นาทีเอ๊ง!

ก่อนหมดวันชิวๆ ย่านฝั่นธนฯ และริมน้ำนี้ เราปิดท้ายกันด้วย บาร์ RedRose ใน โรงแรม Shanghai Mansion Hotel ใจกลางเยาวราช ร้านดูดีมีสไตล์ ตกแต่งด้วยเก๋งจีน และดนตรีแจ๊สเบาๆ ที่ทำให้ทั้งวันของเราผ่อนคลายมากกว่าเดิม ปิดท้ายวันด้วย Mocktail แบบสาวสวยที่ต้องขับรถกลับบ้านเอง หรือ Cocktail ที่ทำให้คืนนี้สดชื่นกว่าเดิม แค่นี้เราก็นับให้เป็นโมเมนท์ดีๆ อีกช่วงนึงระหว่างที่อยู่กรุงเทพได้แล้ว

 

 

ถ้าฝั่งธนฯ เป็นคนก็คงเหมือนคุณน้า คนนึงที่กำลังลุกขึ้นมาปัดฝุ่น ทำอะไรหลายๆ อย่างให้ชีวิต Active มากขึ้น เข้ากับไลฟ์สไตล์และชีวิตที่เร่งรีบของสังคมเมือง แต่ยังคงต้องเหลือมุมดีๆ  ให้ชีวิตได้ผ่อนคลายบ้าง  เดอะ เบส เพชรเกษม กำลังจะเป็นอีกมุมดีๆ สำหรับคนย่านฝั่งธนฯ หรือคนรุ่นใหม่ที่อยากจะมีคอนโดติดรถไฟฟ้า MRT เพชรเกษม 48เป็นของตัวเองซักหลัง อีก 3 ปีต่อจากนี้ในปี 2020 ฝั่งธนฯ จะสะดวกขึ้นกว่าเดิม เพราะรถไฟฟ้าสายสีฟ้า และ MRTสายสีน้ำเงิน หลายสายกำลังจะเชื่อมเมืองชั้นในกรุงเทพกับฝั่งธนฯ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพียงแค่ 300 เมตรจากท่าเรือเพชรเกษม 31 และ 120 เมตรจาก MRT  เดอะ เบส เพชรเกษม ก็จะเชื่อมทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งย่านเมืองเก่าที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างฝั่งธนฯ และความทันสมัยและ Active ของกรุงเทพในเมืองกับตัวเรา

 

เราเองก็เป็นคนนึงที่ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพก็ใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้ ความสะดวกสบายของห้างสรรพสินค้าที่ไม่น้อยหน้าในเมืองใหญ่ คาเฟ่เล็กๆ ให้เราได้นั่งทำงาน วัดวา สถานที่ท่องเที่ยวก็เพียบบ ทำให้บางทีก็คิดแล้วคิดอีกกว่าจะเข้าไปในเมือง เพราะย่านนี้ก็มีให้เราครบหมดแล้วจริงๆ

Input your search keywords and press Enter.