Now Reading:

Hello Angkor !

Hello Angkor !

Hello Angkor !เสียมเรียบแบบรีบ รีบ เพราะทริปนี้ชวนกันรวดเร็ว ตั๋วรถก็จองแบบกระทันหัน กว่าจะรู้ว่าได้ไปหรือไม่ได้ไปก็เล่นเอาเหนื่อย ใครที่กำลังเบื่อๆและมองหาที่เที่ยวในงบจำกัด ขอแนะนำที่นี่ เมืองที่ฝรั่งโหยหาข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูกัน  เมืองมรดกโลกที่โคตรกว้างและยิ่งใหญ่!แต่หารู้ไม่ว่ามันใกล้กรุงเทพจนสามารถนั่งรถได้ อะๆ ทริปนี้แค่ 3วัน 2คืน หมดเงินแค่หลักพัน สาวออฟฟิศก็ลางานแค่วันเดียวเอ๊งงงงง

เกาะขอบจอแล้วไป นครวัด นครธม กัน !!


ก่อนจะพาไปเมืองมรดกโลกที่โคตรอลังการงานสร้าง เรามาระวังตัวกันก่อนดีกว่า !
เชื่อว่าหลายๆคนกำลังรอจะตามรอยเสียมเรียบแน่ๆ มีคำแนะนำจาก ไปไง มาไง ด้วยกัน 6 ข้อ ขอเรียกว่า

” ปริญญาไม่ช่วยอะไร .. 6ข้อ ที่เสียมเรียบ จะทำให้คุณจ๋อยเหมือนเด็กอนุบาล ! “

Hello Angkor !

1. อาซิ่มonboard

การเดินทางแบบใหม่ ตั๋วไม่ต้องมี จองที่นั่งทางโทรศัพท์ นัดเราตี5 มารับเราตี5ครึ่ง จะไปก็ขึ้น ไม่ไปก็ไม่ตามใจ ! ขึ้นรถมาจะเจอกับบัสโฮสเตสเจ้าอารมณ์ และ.. อาซิ่มออนบอร์ด หากเลือกที่จะไปเสียมเรียบโดยรถคาสิโน จ๋อยที่ 1 ที่เจอแน่ๆ คืออาซิ่ม.. อาซิ่มจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ต้องทำงานทำการแล้ว ลูกหลานเลี้ยงแบบสบายๆ ไม่มีไรทำ “อั๊วไปเสี่ยงโชคเล่นสล๊อตและบาคาร่าดีกั่ว” พวกนี้จะมีที่นั่งประจำ เพราะไปทุกวันจริงๆ ถ้าเราไปกันหลายคนอาซิ่มอาจถูกย้ายที่ ให้เราได้นั่งด้วยกัน นั่นแหละคือข้อแรกๆที่ทำให้อาซิ่มโมโห เพราะจะถูกคนคุมรถโยกย้ายที่ให้ไปนั่งที่อื่น อารมณ์ประมาณไปบ่อยแล้วนั่งไหนก็ต้องนั่ง  ระหว่างทางจะคึกคักเป็นพิเศษถ้าอาซิ่มตีกัน ใช่แล้วววว เขียนไม่ผิดหรอก นางจะตีกัน ! นึกภาพอาม่ากับเพื่อนอาม่าคุยกันเรื่องการเมือง หลานใครเก่งกว่าใคร บ้านใครใหญ่กว่า ซักพักนางจะข่มกัน สายตาอาฆาตเริ่มเกิด.. ระเบิดกำลังจะมา และด่ากันในที่สุด !! พอวันถัดมาพวกนางก็จะrestarted แล้วนั่งคุยกันใหม่555555555555555 ส่วนพวกเราขาจรนานๆ มาที ก็ได้แต่เงยหน้ามองฟ้าแล้วปาดน้ำตา
4ชั่วโมงกรุงเทพ-ชายแดนเขมร หฤหรรษ์จริงๆ ใครจะไปเตรียมตัวเลย ไม่ว่าจะรถทัวร์คาสิโนคันไหน มีทุกคันแน่ๆ ลงรถมาแหงนหน้ามองฟ้า
รู้สึกว่าเป็นแรงงานพลัดถิ่นจริงๆ

Hello Angkor !

2. หนูไม่รู้ หนูไม่สู้ หนูไปกับใครก็ได้


หลังจากนั่งรถมาสี่ชั่วโมง อย่างต่อมาที่ต้องเผชิญ หลังจากผ่าน ตม.ข้ามมากัมพูชา คือ ขะแมร์บอย !
ขะแมร์บอยจะเก่งภาษาอังกฤษ นางจะบอกว่าตัวเองเป็นไกด์ เป็นคนขับรถ เป็นผู้ช่วยตำรวจ เป็นนู่นเป็นนี่เป็นทุกอย่าง
รวมๆ แล้วคือเป็นทุกอย่างที่เราไว้ใจไม่ได้ ! ขะแมร์บอยเหล่านี้จะมีวิธีที่เรียกได้ว่า ‘โคตรเร้าหรือ’ ช่วงที่เราหารถจะไปเสียมเรียบ นางจะเดินตามเรื่อยๆ พูดกรอกหูไปเรื่อยๆ ‘เชื่อฉันมากับฉัน ฉันถูกกฏหมาย ฉันได้รับอนุญาต’ พอเดินไปซักพัก จะมีมาอีก 3คน 4คน 5คน มาในแบบเดียวกันโอ้ยยยย ทำไมพวกได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเยอะจังวะ แต่พวกมึงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินตามพวกกูนะ ! ดูหน้าด้วย ดูหน้ากูด้วย เพื่อนเล่นหรอ ห้ามเดินตามสิ นางก็จะบ่นว่าทำไมถึงไม่ยอมฟัง ‘ มาด้วยกันดีๆสิไทยแลนด์ ‘ พอตื้อกันบ่อยๆเราก็เหนื่อย ,เอาเลยอะ จะพาไปไหนก็ไป เร็วๆเลยนะ !

จ๋อยที่ 2 คือการจู่โจมแบบนี้แหละ อย่าพึ่งตกใจไป เดี๋ยวเราจะบอกในตอนเล่าเรื่องว่าต้องทำยังไงให้หลุดพ้น

Hello Angkor !

3. การจราจรตามสะดวก(เหอะพี่)

ใครคิดว่าถนนที่นี่กันดารขอบอกว่าไม่จริง ถนนลาดยางอย่างดี แต่ก็น่ากลัวจนขี้จะแตกได้เหมือนกัน เพราะคนขับยังไงหละ รถที่นี่เหมือนจะไม่มีเลนส์ ขับปาดไปปาดมา ยิ่งระหว่างทางปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมเรียบด้วยแล้วนะ ขมิบตูดกันจนเหนื่อยเลยแหละ เพราะคนขับตามใจฉันมาก เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา ขนาดฝรั่งที่คิดว่าลุยๆนางยังกลัวกันเลย  ไทยแลนด์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยจ้ะ แทบจะร้องไห้ และหมาประเทศนี้ไม่ค่อยกลัวรถด้วย ! นอนข้างถนนอยู่ตั้งนาน พอรถผ่านเท่านั้นแหละดันข้าม อีคนที่นั่งในรถก็กรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหว หายใจกันไม่ทั่วท้องนึกว่าเล่นรถบั๊มในงานวัด

Hello Angkor !

4. จุดพักรถมหาภัย

เห็นหน้านางแล้วหงุดหงิดมาก  โดนส่วนตัวแล้วเราเรียกนางกันว่า “อีผี” ไม่ว่าจะนั่งรถตู้ รถบัส รถอะไรก็ช่างจากปอยเปตไปเสียมเรียบ จะต้องผ่านร้านนี้อย่างแน่นอน ชัวร์ !! เพราะร้านนี้เป็นจุดพักรถใกล้ๆเมืองศรีโสภณ ไม่ใช่ร้านใหญ่โตมีข้าวต้มในปั๊มน้ำมันแบบบ้านเรา แต่เป็นมินิมาร์ทเล็กๆ
ธรรมดาๆ เพิงหมาแหงน ร้านนี้เหมือนจะมีอีผีนี่เป็นคนคุม ไม่แน่ใจว่าเป็นเมียหรือลูกเจ้าของ

ขาไปเราก็ต้องแวะ ขากลับก็ยังต้องเจอ ! ขาไปกำลังแลกเงินเรียลไปใหม่ๆรู้สึกรวยมากมีเป็นแสนๆ นางให้เข้าห้องน้ำฟรี แต่ให้ซื้อของนาง
เราก็โอเคซื้อน้ำซื้อขนมกันไป ซื้อเลย์เขมรหนึ่งห่อจ่ายเงินเรียลให้ นางคิด 170 บาทไทย ! พอรู้สึกตัวจะเดินเอาไปคืน นางไม่ยอมนางบอกว่า
“ที่เกินมาอะเป็นค่าฉี่ย่ะ” อื้อหือออออออ อึ้งไปเลย  แต่ยอมเพราะไม่อยากเถียงด้วยตั้งแต่วันแรก

พอขากลับไทย คราวนี้นั่งรถบัสพร้อมฝรั่งหลายคนเลยก็แวะอีก รอบนี้อีผีแกรนด์โอเพนนิ่งมากๆเหมือนแปลงร่างมาแล้ว
นางเก็บค่าฉี่ต่างหาก คนละ 1000 เรียล (ประมาณ10บาท) พอเราเดินไปกัน3คนมีแบงก์5000เรียล จ่ายให้นางปุ๊ป นางบอกว่า “เปลี่ยนละ 3 คน 5000 เรียล” ตึง !!  คือเปลี่ยนราคาต่อหน้ากันซึ่งๆแบบนี้เลยหรอ  เราไม่ยอมรอบนี้เลยด่ากันนิดหน่อย นางเลยทอนมา พอเข้าห้องน้ำเสร็จเจอฝรั่งนางกำลังจะโดนโกง เราเลยเดินเข้าไปบอก อีผีไม่พอใจ พูดออกมาว่า

” I have a lot of money
I visited thailand ,
I have a lot of friends.”

จ้า เชื่อๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนเธอเต็มประเทศจริงๆ ! ใครจะไประวังตัวไว้เลย จ๋อยแน่ๆถ้าไม่ทันนาง

Hello Angkor !

5.ค่าเงิน แปรเปลี่ยน ตามคนขาย

เรื่องนี้ต้องระวังที่สุด ข้อแนะนำที่ดีมีข้อเดียว คือแลกแต่เงินดอลลาร์เท่านั้น ระหว่างทางไปเสียมเรียบที่ บขส.หรือที่ชายแดน ใครบอกให้แลกเงิน
เรียล บอกเลยว่าไม่ต้องแลก ที่เสียมเรียบสามารถใช้เงินดอลลาร์ได้ทุกที่ 1 ดอลลาร์ = ประมาณ 32 บาท = 4500-5000เรียล แต่ถ้าถือเงินไทยไปแลก 4000เรียล=40บาท ตุ๊ก ๆ ยันโรงแรมใช้เงินดอลลาร์ได้ทั้งหมด เพียงแต่แลกแบงก์ย่อยไปเยอะๆเท่านั้นเอง

Hello Angkor !

6. ไกลบ้าน

ขากลับมาฝั่งไทย สิ่งที่เราเห็นเป็นภาพที่ทำให้จ๋อยสุดท้ายก่อนกลับ ภาพของแรงงานที่กำลังต่อคิวทำบัตรผ่านแดน เพื่อเข้ามาทำงานในบ้านเรา เป็นแรงงานราคาถูก ต่อคิวกันแบบร้อนๆ ส่วนเจ้าหน้าที่ดีก็คอยช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เลวๆก็มีทั้งเตะ ตะคอก ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเราเห็นภาพอะไรแบบนี้.. ทำให้เราเข้าใจว่า อีผีที่ร้านมินิมาร์ท หรือขะแมร์บอยที่เดินตามตื้อเรา พวกเขาคงใช้ชีวิตอย่างดิ้นรนมากจริงๆ อะไรกอบโกยได้ให้รีบกอบโกยทำนองนั้น ไม่ว่าใครก็อยากมีชีวิตที่ดีและได้อยู่กับครอบครัวทั้งนั้น แต่สำหรับแรงงานที่กำลังข้ามมาฝั่งไทยอาจไม่ได้สบายทุกคน แต่สิ่งที่เค้ายอมข้ามมาทำงานที่นี่เพราะเค้ามีความเชื่อ และความหวังว่าชีวิตเค้าและครอบครัวจะต้องดีกว่าเดิม ..

บ้านใครมีแรงงานเหล่านี้อย่าลืมดูแลเค้าให้ดีๆ ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนนึง เชื่อสิ ทำดีกับใคร เค้าก็ทำดีกลับทั้งนั้นแหละ

ครบแล้ว 6 ข้อที่ทำให้เราจ๋อยได้เหมือนเด็กอนุบาลใครตามรอยต้องระวังแต่ขอบอกว่าสนุกมากจริงๆ !

Hello Angkor !


เอาหล่ะ เริ่มวันแรกของทริปขะแมร์
หลายคนสงสัย มันใกล้ขนาดนั้นเลยหรอ , จะบอกว่า เออใกล้ ! แต่เครื่องบินก็มีนะ 45 นาทีถ้าไม่อยากนั่งรถ ถ้าจะเซฟงบก็นั่งรถ ก็มีหลายทางเลือก เช่นรถบัสของบขส.กรุงเทพ-เสียมเรียบใช้เวลาราวๆ7-9ชั่วโมง เพราะฝรั่งนั่งเยอะ ราคาประมาณ700กว่าบาท จะเสียเวลาตอนเข้าเขมร เพราะต้องขอวีซ่าส่วนพี่ไทยเราไม่ต้อง ก็ต้องรอๆกันไป
——————————
แต่ฉบับ ไปไง มาไง ต้องไม่ธรรมดา งานนี้เราจะนั่ง “รถคาสิโน” เรียกได้ว่าทั้งประหยัดงบ และถึงไวกว่า เพราะใช้เวลา 3-4 ชม. ก็ถึงปอยเปต แล้ว!การขึ้นรถคาสิโนไม่ยาก เพราะจอดหลายที่ ดาวคะนอง บ่อนไก่  สวนลุม บางนา เยอะแยะตาแป๊ะไก่ แต่การขึ้นสำหรับใครที่ขึ้นครั้งแรก
จะรู้สึกประหลาดๆ เหมือนรถไฟ 9เศษ 3/4 คือ ไม่มีท่ารถ ไม่รู้ว่าตอนไหนจะมา คันไหน อะไรยังไง เพราะนางจะนัดขึ้น หน้า 7-11 บ้าง ป้ายรถเมล์บ้างแล้วแต่จุด ใกล้เวลา ก็จะมีอาซิม อาเปะ มายืนรอ สังเกตง่ายๆ คือจะชอบใส่กระเป๋ารัดพุงแบบแม่ค้า นั้นแหละ ไปบ่อนชัวร์ นางขึ้นคันไหน ไปคันนั้น
—————————–
ราคาราวๆประมาณ 100-200บาทแล้วแต่เจ้า บางเจ้าดีหน่อยแถมบุฟเฟต์อาหารเช้าในบ่อนแบบที่เราได้มาด้วยนะเว้ยยยย 555555
พอถึงหน้าที่ของเราก็แค่เดินๆตามเค้าไปเรื่อยๆเพื่อไปจ๊อบพาสปอร์ตเข้าเขมร ..

หมายเหตุ:เนื่องจากตอนขึ้นรถบ่อน อาซิ้มมีปากเสียงกัน
และไม่มีแสงเพราะเวลาประมาณ ตี5 ด้วยความกลัวจึงไม่กล้า
ถ่ายรูปมา ถ้าใครสนใจจะไปด้วยรถคาสิโน อินบอกส์มาถามรายละเอียดได้จ้า

Hello Angkor !

เมื่อถึงด่านปอยเปต เราจะพบกับคาสิโนเป็นสิบๆแห่ง แต่อย่าจินตนาการว่าเหมือนที่มาเก๊า เพราะมันแตกต่างมาก เดินตามอาซิ่มทั้งหลายข้ามฝั่งไป อาซิ่มแกก็จะเข้าไปเสี่ยงโชค ส่วนเราก็เดินเลยไปอีกนิดจะถึงด่าน ตม.ปั๊มเข้ากัมพูชา เมื่อผ่านตม.มาแล้ว จำให้ดีๆ อย่าริอาจลองเดินหารถแบบเราขะแมร์ บอยมากมายจะกรู เข้ามาหาเรา แวร์ยูวโก? เสียบเรียบ? แต๊กซี่ๆ? ไปรเวท บัสๆ? อีเลฟเว้น ดัลล่าๆๆ? ไม่ต้องสบตาใคร เดินดุ่มคอยมองหาป้ายตัวโตๆว่า”shuttle bus” หมายความว่า รถไปเมืองอื่นๆ จะไม่เข้ามาถึงที่นี่นะจ้ะ อัญเชิญขึ้นรถเมล์ฟรี แบบไม่น่าไว้ใจไปบขส.ปอยเปต ให้ไปหารถที่นั่น !! พอขึ้นรถจะมีคุณตำรวจยืนคุมอยู่หน้าประตู ไม่ต้องตกใจไป นั่งออกนอกเมืองประมาณ15นาที ก็จะถึงบขส.เขมร เราสามารถหารถจากที่นี่ไปเสียมเรียบได้ในราคา8-10ดอลลาร์ *ที่นี่จะมีคนแนะนำให้ไปแลกเงินที่เคาท์เตอร์ ถ้าเซ้าซี้มากๆให้เบะปากแล้วบอกว่า “ฉันจะใช้ดอลลาร์!!”
เมื่อได้ขึ้นรถก็เสียบหูฟังหลับตาไม่ต้องมองถนนที่โคตรระทึก ประมาณ2ชั่วโมงครึ่ง เมืองมรดกโลกรอเราอยู่

Hello Angkor !

นั่งรถตู้ ขนาดเล็ก (12 ที่นั่ง) แบบเสียวสันหลัง วูปๆวาปๆ ได้สัก 3 ชม. ก็มาถึงเสียมเรียบ สักที พอถึงปุ๊ปรถตู้ก็เลี้ยวเข้ามายังบ้านปริศนาแห่งหนึ่ง
หน้าตาไม่เหมือนท่ารถ หรือ ดาวน์ทาวน์ตามที่สัญญากันไว้ พวกเราก็ เห้ย! ชิบละ ที่ไหนวะเนี่ย บ้านใคร ตอนแรกก็ไม่ยอมลง ตะโกนบอกคนขับ
‘ยูบอกว่าส่งถึงโรงแรมเลย ไม่ใช่หยอ นี่ที่ไหน?” คนขับไม่หือไม่อือดับรถแล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลยจ้าเหลือพวกเราถือสัจจะไม่ถึงที่หมายห้ามลงรถ
ถือสัจจะได้ไม่ถึง 3 นาที พี่ขะแมร์ฉลาดกว่า เปิดประตูรถแล้ว บอกว่า “สามล้อ FOR FREE บริการถึงโรงแรมจ้า” ได้ยินคำว่าฟรีไม่ได้ รีบกรูกันลงจากรถทั้งไทยทั้งหรั่งทั้งจีน พอเสร็จปุ๊ป ถามรายละเอียดให้ถ้วนถี่ พี่ขะแมร์ บอก “ส่งถึงที่เลยจ้าา วันนี้ รวมค่าทัวร์ Angkor Wat พรุ่งนี้ด้วย
ก็คนละ $11  จ่ายมาๆๆ”
 เห้ยยๆๆๆ เดี๋ยวก่อนนะไหนบอกฟรีไงไปฟรีได้มั้ยงั้นหนะ ” ไม่ได้จ้า ฟรีเป็นของแถม  ค่าทัวร์พรุ่งนี้จ้า ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ของแถม” อะไรนะ  เกลียดชิบหายเลย ไม่โกหกแต่ไม่พูดจบประโยคเนี่ย พี่ไทยยืนเหวอ กัน 6 คน ไอ่ทัวร์นครวัดนี้ก็ซื้อล่วงหน้ามาละไง
ที่นี่ที่ไหน ดาวน์ทาวน์โรงแรมกูอยู่ตรงไหน แต่ในที่สุด ตัดสินใจ สะบัดบ๊อบ  “no no no you lie lie lie” เสี่ยงดวงเอาด้านหน้า เดินมุ่งหน้าไปตามสัญชาติญาณ ว่าจะเป็นปากซอยมองหา สามล้อฮีโร่ ไปถึงโรงแรมก็แค่คนละ $1 สวยๆจ้า

Hello Angkor !

ในที่สุดก็ถึงโรงแรม สักที กระโจนตัวเข้าหาโซฟา ที่ล้อบบี้ โครมๆๆ พักผ่อนนอนไหล ได้สักพัก ด้วยความที่มีเวลาน้อย ทำใจหน่อย  ที่จะต้องบอกว่า “วางกระเป๋า แล้วไปเลยนะจ๊ะ” ไม่มีอาบน้ำเติมหน้า ออกไปกันเลยคะ ตามโปรแกรมคือ เราต้องไปซื้อ ตั๋วเข้าAngkor wat ในวันพรุ่งนี้กัน

ข้อดีคือ ซื้อช่วงเย็นๆแบบนี้เค้าให้เราเข้าไปเยี่ยมชมได้เลย ถึงแม้จะเป็นตั๋วพรุ่งนี้ก็ตาม เย้ เราจึงใช้สิทธิ์ตามนั้น เค้าบอกว่าเราไม่ควรพลาดเลยคือการ ขึ้นไปชม พระอาทิตย์ตก กันที่ยอด พนมบาเค็ง กว่าจะซื้อตั๋วเสร็จก็ 4-5 โมง จะทันพระอาทิตย์มั้ยเนี่ย “เอ๋…วิ่งดิเอ๋” วิ่งขึ้นเขาเลยค่ะ ชีวิตไม่มีลิมิตจริงๆ วัยรุ่นพวกนี้ ทางก็ชัน รีบก็รีบ มาถึงพระยอด ได่บันไดอีก แต่พอขึ้นมาสิ่งที่พบ คือ ….. คนจีน คนจีน คนจีน คนจีน คนจีน
เต็มไปหมด จนไม่มีที่ให้ถ่ายรูปกับบรรยากาศ ไม่อาจพูดได้เต็มปากเหมือนคนอื่นว่า “พอมาถึงยอด แค่ได้เห็นวิวความเหนือยล้าก็หายไปในพริบตา”
โว้ยยยยยย ปวดหัว หิวก็หิว พวกเราจึงตัดสินใจ ไม่รอถึงพระอาทิตย์ตก เพราะไม่งั้น ต้องตบตี กันตอน ลงเขาอีก ชิงลงก่อนไปหาอะไรกิน

Hello Angkor !

Hello Angkor !

หลังจากลงจาก พนมบาเค็ง เราก็มีโอกาสได้ผ่านหน้า Angkor wat ได้เจอะเจอภาพน่าประทับใจ  ที่ทดแทนได้พอๆ กับพระอาทิตย์อัสดงค์ ที่เราถอนตัวลงมา คือ ครอบครัว ชาวขะแมร์ จับกลุ่มล้อมวงกัน ทานอาหารเย็น จกข้าวเหนียวกันอย่างอบอุ่น เราคิดว่านี่คือวิธีการท่องเที่ยวแบบนึง ก่อนมาเที่ยวอาจารย์มานุษยวิทยาท่านนึงบอกเราว่า ให้ลองเที่ยวเขมรแบบคนเขมรเที่ยวเขมร ไม่ใช่แบบฝรั่งมาเที่ยวเขมร ตอนแรกก็งง พอมาเห็นถึงเข้าใจว่า อ่อออ คนเขมรเค้าก็จะมานั่งล้อมวงกินข้าว ส่วนฝรั่งมาเที่ยวก็จะออกแนวปีนป่ายๆสำรวจ รอบนี้เราไปเที่ยวแบบฝรั่ง กลับไปรอบหน้าจะไปเที่ยวแบบคนเขมรเที่ยวเขมรบ้างละหละ เอ้อ สำหรับใครที่วางแผนว่าจะไป ,อย่าลืมใส่โปรแกรม ปูเสื่อกินข้าว ชม Angor Wat ไปด้วยหละ อิๆ

Hello Angkor !


หลังจากอารมณ์เสียกับพระอาทิตย์ตกดินที่พนมบาเค็ง ด้วยความที่ตื่นเต้นบวกกับโคตรเหนื่อยเลยหาที่กินข้าว แล้วรีบกลับโรงแรม พูดตรงๆว่าโคตรกลัว จินตนาการไปแสนแปดล้านอย่างเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ “เอ๊ ถ้ากูนอนๆอยู่แล้วมีคนมาระบำข้างกูจะทำไงดี” แกล้งไม่เห็นดีมั้ย หรือว่าจะรำด้วยดี แอ๊บว่าไม่กลัวงี้ แต่ความเหนื่อยก็เอาชนะความกลัวจนหมดสิ้น หลับแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว เห็นแต่แกะที่นับก่อนนอน

เราพักกันที่ Angkor pearl hotel  เป็นโรงแรมที่ได้คะแนนค่อนข้างดีและราคาไม่แพงมาก มีABFตอนเช้าให้ด้วย มีนวดแผนโบราณให้ฟรีด้วย มีทุกอย่างที่โรงแรมใหญ่ๆควรจะมี แต่ตกแค่คืนละ800 บาท โคตรจะดี เสียอย่างเดียวเน็ตเต่าล้านปีมาก ด้วยความที่มีเวลาน้อยในการเที่ยวแค่3วัน ก็บอกแล้วว่าทริปนี้อารมณ์สาวออฟฟิศลางานไม่ได้นาน เราก็เลยพยายามหาความสบายใส่ตัวกันทั้งหมด 5555
ด้วยการซื้อprivate tourในราคาคนละ 20USราวๆ600 บาท ราคานี้รวมไกด์ พูดภาษาอังกฤษ รถตู้ขนาด 12 ที่นั่งแต่เรานั่งกันแค่ 6 คน
น้ำดื่มและผ้าเย็น รวมไปถึงบุฟเฟต์อาหารเย็น ที่กินพร้อมทัวร์จีน แต่ไฮไลท์คือมีระบำนางอัปสรา !!

ใครจะไปกันหลายคนแนะนำให้ซื้อทัวร์แบบนี้จะดูดีกว่า เพราะรถตุ๊กตุ๊กที่นิยมโบกกันจะนั่งได้แค่ 4 คน และอากาศค่อนข้างร้อน ฝนตกบ่อยด้วยช่วงนี้ อาจทำให้อารมณ์เสียได้ง่ายมาก ดีไม่ดีโดนหลอกกันไปอีก ราคาทัวร์นี้ จะไม่รวมกับค่าเข้านครวัด ค่าเข้านครวัดมีราคา1วัน 20US ไปจนถึง 3วัน 40US บอกแล้วว่ากว้างมากกก ใหญ่โตโอฬารที่สุด และจุดหมายแรกของการทัวร์เมืองมรดกโลกของเรา คือ.. นครธม ,ว้ายยยย ดูสิ เทวดาฟ้าดินลงมาต้อนรับเรา เยี่ยมจริงๆ ฮิ้ว 5555555555555555555555

Hello Angkor !


คงเคยเห็นคุ้นตากันมาบ้างกับรูปนครวัด และรูปคนยิ้มๆแบบนี้ และยิ้มสวยๆไม่แพ้กันในปราสาทแห่งนี้คือ รอยยิ้มคนจีน ใช่แล้วพวกนางอยู่ทุกทีจริงๆ และค่อนข้างไร้มารยาทในการต่อคิวถ่ายรูป นางจะเดินกันวุ่นวะวุ่นวาย ชงเช้งไปกันหมด ต้องทำใจกันจริงๆ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ด่าได้ให้ด่า ตบเป็นตบ ผลักมาก็ผลักกลับ ต้องตาต่อตา ฟันต่อฟันกันบ้าง สำหรับปราสาทบายนนี้ยอมรับเลยว่าโคตรอลังการ อาจจะเป็นเพราะเค้าซ่อมแซมไปเยอะแล้วก็ได้ รอยยิ้มบายน ที่เห็นกันในหนังสือเรียนตั้งแต่เด็กๆ เห็นวันนี้ก็สวยจริงๆ  นักสำรวจยุคแรกๆที่เดินทางมาถึงนครธม บอกกันไว้ว่ามองไปรอบทิศก็เหมือนมีรอยยิ้มเต็มไปหมด ใช่ ! เราก็รู้สึก เพราะมีหลายรอยยิ้มรอบๆตัว ถ้าเข้าไปยืนข้างในจะเหมือนทุกรอยยิ้มมองมาสวยปนขนลุกปะหละ ?!

ปราสาทบายนนี้สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่วนใหญ่กษัติรย์ในสมัยก่อนจะมีความเชื่อเรื่องพราหมณ์ ฮินดู แต่ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นตามคติพุทธ เพราะเลื่อมใสมากๆ ส่วนรอยยิ้มบายนที่เห็นๆกันอยู่นี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า รอยยิ้มแบบนี้เนี่ย เป็นรอยยิ้มของพระเจ้าชัย
วรมันที่ 7 หรือเป็นรอยยิ้มของพระโพธิสัตว์กวนอิมกันแน่ !! แต่จะเป็นรอยยิ้มของพระองค์ไหน เค้าก็บอกว่า รอยยิ้มเหล่านี้ก็เหมือนรอยยิ้มที่คอยสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนในเมือง เพราะรอยยิ้มบายนเหล่านี้ถ้าสมบูรณ์จะมีมากถึง 216 หน้าเลยทีเดียว !

Hello Angkor !

Hello Angkor !

Hello Angkor !


ที่แนะนำว่าให้จ้างไกด์ เพราะอะไรรู้มะ ?! เพราะมันมีแต่หินหินหินและหิน วางทับๆกัน ถ้าเดินดูเองบอกเลยว่าไม่อินจริงๆว่ามันคือไรบ้าง
อันนี้ที่ห้องบรรทม อันนี้ห้องนั่งสมาธิ อันนี้ห้องอาบน้ำ ไกด์ก็จะบรรยายไปว่าอะไรเป็นยังไงใช้ทำอะไรบ้าง เราก็ได้แต่ทำหน้าซาบซึ้งกัน

“โอ้โห สวยมากกกกกกกกกก ยิ่งใหญ่จริงๆ”
“น้ำตาไหลแล้วๆค่าาาา” ก็ว่ากันไป 555555

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราคือรูปสลักรอบๆปราสาท เชื่อมั้ยว่าแต่ละด้านจะเป็นเรื่องราวไม่เหมือนกัน บางด้านเป็นสงคราม ตีรันฟันแทง  จระเข้ในโตนเลสาบคาบไปกิน บางด้านเป็นวิถีชีวิต ทำคลอดบ้าง ทำอาหารบ้าง  ดูแล้วก็ตลกดี เพราะบางรูปใหม่เกินไป ! ใหม่จนชนิดที่ว่ากูไม่เชื่อหรอกว่าสร้างมานานแล้ว ฮ่าๆ ดูยังไงก็ปลอมเพราะใหม่แบบไม่น่าเชื่อ  หินบางก้อนเหมือนพึ่งหล่อปูนเสร็จ

แต่โบราณสถานที่นี่แตกต่างจากบ้านเราอย่างนึงคือ สามารถปีนป่ายได้เต็มที่ตราบเท่าที่คิดว่าปลอดภัย ไม่ค่อยมีการห้ามปรามหรือเชือกกั้น เราจะเห็นฝรั่งปีนไปปีนมาก้อนอิฐที่กองรวมๆกัน ก็ขึ้นไปแอคชั่นท่าเก๋ๆถ่ายรูปได้  แน่นอนว่าเราก็ลอง สนุกมากแม่เอ๊ยยยยยย  ยิ่งสูงยิ่งเสียว ไม่ได้เสียวเพราะสูงแต่เสียวกลัวกลับไปละมีคนตาม แต่ไหนๆก็มาแล้วปีนเถอะ สนุกจริงๆ

ป.ล.อย่าลืมทาครีมกันแดด แดดแรงมาก  ถ้าลืมจะรู้ซึ้งเลยว่าสนุกจนหน้าไหม้เป็นยังไง !

Hello Angkor !

Hello Angkor !

Hello Angkor !

 


 

ปราสาทที่ดังพอๆกับนครวัดคือปราสาทนี้แหละ เพราะเป็นปราสาทที่คุณแม่โจลี่ มาถ่ายหนังเอาไว้ นางเล่นเป็น ลาล่า ครอฟท์ ใน Tomb Rider !
คนเสียมเรียมเรียกที่นี่ว่า Tomb Rider เลยนะ ดังแบบดังเว่อร์มากจริงๆ 55555555

ปราสาทนี้จะอยู่ลึก คือต้องเดินเข้าไปในป่าหน่อย ระหว่างทางเข้าจะมีเขมรน้อยมาขายแม่เหล็กติดตู้เย็น ราคาอันละ 60 บาทต่อไปต่อมาเหลืออันละ30บาท เลยช่วยเป็นค่าทุนการศึกษาพวกนางซะหน่อย ให้พวกนางรู้ว่าเราเป็นนางฟ้าจากไทยแลนด์แดนเพื่อนบ้าน พอกำลังจะเอาไปอวดเพื่อนๆเท่านั้นแหละ .. พวกนางก็ซื้อมาเหมือนกัน ใจบุญกว่ากูอีก ซื้อมา10อัน ในราคาอันละ 10บาท น้ำตาจะไหล อยากจะเฟี้ยงทิ้ง 555 อะๆ ถือว่าเพื่อการศึกษาเด็กๆละกัน แต่แม่เหล็กสวยมากนะ แนะนำให้ซื้อและต่อราคาเยอะๆ(แบบพอดีๆ)

ปราสาทในนครวัด นครธมทั้งหลายเนี่ย พอได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็จะได้รับเงินอุดหนุน และการช่วยเหลือของรัฐบาลประเทศต่างๆ
ในแต่ละปราสาทก็จะมีเจ้าภาพแตกต่างกัน บ้างญี่ปุ่น บ้างฝรั่งเศส ส่วนปราสาทตาพรหม ก็มีรัฐบาลอินเดีย เป็นเจ้าภาพในการซ่อมแซม คนส่วนใหญ่เวลามาถึงที่นี่ ก็จะไปแอดท่าแบบแองเจลิน่า โจลี่ในปราสาท ทำหน้าเริ่ดๆเชิดๆ นึกว่าตัวเองเป็นลาล่า ครอฟท์ ปราสาทนี้ความโดดเด่นคือมีรากไม้ยาวๆ เลื้อยปกคลุมไปทั่วแต่ไม้พวกนี้เป็นไม้เนื้อเบา มันเลยไม่ทำลายโครงสร้างของปราสาท และที่นี่มีหินกองๆกันเยอะมาก มอสขึ้นเต็มไปหมด เหมือนก้อนช๊อคโกแลตชาเขียววางกองรวมๆกัน แนะนำให้ปีน ปีนไปถ่ายรูปแต่ระวังจะตกด้วย จะได้ภาพที่เก๋ไม่ซ้ำมุม ลาล่า ครอฟท์ แน่นอน !

Hello Angkor !

Hello Angkor !


ไฮไลท์ของเราในทริปนี้คือปราสาทนครวัด ปราสาทแบบนี้เราเห็นกันบ่อยๆ ที่ธงชาติกัมพูชา

ปราสาทนครวัดสร้างตามความเชื่อแบบคติจักรวาล เป็นสุดยอดโคตรปราสาทขอม มีกำแพงล้อมรอบ มีคูคลองล้อมรอบปราสาท เหมือนมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ เค้าบอกว่าปราสาทนครวัดนี้ใช้เวลาสร้างร่วม 100ปี และแกะสลักเรื่องราวรอบๆตัวปราสาทอีกกว่า 40 ปี กว่าจะสมบูรณ์
ส่วนภาพที่สลักรอบๆปราสาทนครวัดนั้นเจ๋งมาก มีภาพการรบกันที่ทุ่งกุรุเกษตรในมหาภารตะยุทธ ภาพการพิพากษานรก- สวรรค์ของพญายม
และภาพที่พีคมากๆ คือภาพกองทัพที่กำลังทำสงครามกัน ไกด์ที่เดินผ่านภาพที่รบกันนี้จะอธิบายว่าเป็นกองทัพสยาม กำลังทำสงครามกับเขมรอยู่
แต่กองทักสยามนั้นเดินไม่เป็นระเบียบ แตกแถว ไม่เหมือนกองทัพเขมร 555555555 ก็เลยบอกไกด์ไปว่า”ผิด ! , จริงๆเราไม่ได้แตกแถวแต่เรากำลังเต้นจ้า เป็นคนไทยร่าเริง” ตัวปราสาทนครวัดที่มีสีดำนั้นๆเกิดจากตอนบูรณะแรกๆ อินเดียเป็นเจ้าภาพในการจัดการบูรณะปราสาทแห่งนี้ นางก็เก๋ไก๋สไตล์แขก ทำความสะอาดด้วยน้ำกรด กัดจนดำปี๋จนแบบที่เห็นนี่แหละ

Hello Angkor !

Hello Angkor !

Hello Angkor !


มุมที่จะได้ภาพนครวัดแบบเก๋ๆเหมือนโปสการ์ด คือให้เดินมาอยู่ด้านหลังของหนองน้ำทางด้านซ้ายมือ บริเวณนั้นจะมีม้าหรือล่อนี่แหละ ยืนอยู่ ให้ระวังเหยียบขี้ม้าด้วยเกลื่อนกลาดมากๆตรงนั้น จากจุดนั้นสามารถแอคท่าเลิศๆแบบมีนครวัดอยู่ด้านหลัง แต่คนก็เยอะมากๆเช่นกัน …

Hello Angkor !


 

อัปสราแสนสวย

ตามตำนานของนางอัปสราเชื่อว่าหลายคนรู้จักนาง เพราะนางเกิดจากการกวนเกษียณสมุทร(รูปปั้นในสุวรรณภูมิ) การกวนเกษียณสมุทรเกิดขึ้นเพราะเทวดาต้องการน้ำอมฤต เพื่อให้ตัวเองเป็นอมตะ มีการหลอกอสูรมาช่วยกวนเยอะแยะเต็มไปหมด ลองไปหาอ่านดูนะ แต่จะขอเล่าย่อๆเรื่องของนางอัปสราละกัน

คือระหว่างที่ทั้งอสูรและเทวดาช่วยกันกวนเกษียณสมุทร เขาพระสุเมรุที่ใช้เป็นที่กวนเนี่ย เกิดเอียงตัว ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องอวตารเป็นเต่ากูรมาวตาร เพื่อหนุนให้เขาพระสุเมรุตั้งตรงตามเดิม กวนนานเข้าๆ ก็มีของวิเศษเกิดขึ้นมาทีละอย่างสองอย่าง เหมือนโดราเอมอนเลยนะ หนึ่งในนั้นคือ  นางอัปสรานั่นเอง ! ความเชื่อเกี่ยวกับนางอัปสราก็มีด้วยกันสองแบบคือ

นางเป็นนางบำเรอเฉยๆ เพราะนางชอบเปลี่ยนคู่นอน เป็นชะนีหลายใจ แอบอร่อยกับเทพองค์นั้น ก็ไปต่อกับอสูรองค์นี้ จะว่าไปแล้วนางก็แซ่บของนางอยู่นะ 555555 พฤติกรรมของนางเลยไม่เหมาะที่จะเป็นนางฟ้าเลย แต่อีกตำนานหนึ่งก็บอกว่า นางคือนางฟ้าใจดีแม่มดน้อยโดเรมี นางคอยดูแลศาสนสถานเป็นเทพธิดาแห่งความดีงาม เพระาฉะนั้นปราสาทนครวัดจึงมีรูปสลักนางอัปสรามากถึง 1800 องค์เลย !!

ใครไปเสียมเรียบแล้วอยากดูนางอัปสราฟ้อนรำนองนอยๆ ก็แนะนำให้ซื้อบุฟเฟต์อาหารค่ำราคาประมาณ 300บาท ก็จะเห็นนางอัปสรามารำให้ดู ขอบอกว่าคนรำสวยมาก หน้าตาเป็นดาราได้เลย ขนตางอน ก้นงอน ปากแดง สวย

Hello Angkor !


 

งบประมาณน่ารัก ราคานี้ใครๆก็ไปได้ !! รีบแชร์ไปชวนเพื่อนกันเร็ววววววววว

ใช่แล้วเราใช้ไปแค่ 3000 กว่าบาทจริงๆ กินข้าวทุกมื้อไม่อด นอนห้องแอร์ไม่มีผี รถตู้แอร์อย่างดี มีไกด์ ราคาจุ๋มจิ๋มใช่มั้ยหละ อิอิ

ใครกำลังเบื่อๆงาน ไม่มีpassionในการดำเนินชีวิต ขอแนะนำให้ออกไปหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง ไปพักผ่อนด้วยงบประมาณที่ไม่แพง แต่ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เหมือนเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง เราแนะนำเลยที่นี่แหละ ฝรั่งตาน้ำข้าวเสียหลายหมื่นมาดูสิ่งมหัศจรรย์นี้ เราอยู่ใกล้แค่เอื้อม อย่าพลาดโอกาสนี้เป็นอันขาด ใครสงสัยอะไรเพิ่มเติม ถามได้เลยนะ พวกเรารอดู เขมรในแบบของเพื่อนๆอยู่เน้อออ.

Hello Angkor !

Hello Angkor !

Booking.com
Input your search keywords and press Enter.