Now Reading:

Tokyo Disneyland Resort 35th ‘Happiest Celebration!’ MUST DO!

Tokyo Disneyland และ Tokyo Disney Sea คือดินแดนที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต! ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของที่ได้ไปเหยียบสวนสนุกที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งนี้ มีฟีลลิ่งนึงที่ชอบมากๆ และจำได้จากครั้งที่แล้ว และครั้งนี้ก็ยังเจออีกคือเมื่อก้าวผ่านประตูเข้าไปแล้ว ทุกคนไม่ว่าจะวัยไหน ก็ถูกปลดกำแพงความเคร่งขรึมออกไปจากตัว ลดอายุไร้วัยกันไปหมดทุกคน

ยกตัวอย่างง่ายๆ เห็นนักเรียนญี่ปุ่นหนุ่มๆ ตัวใหญ่ๆ หน้าตาแมนๆเจอกันข้างนอกอาจนึกว่าเค้าเป็นยากุซ่าแน่นอน แต่พออยู่ใน Disneyland ก็ใส่หู Mickeyห้อยกระเป๋า Buzz Lightyear กันไปหมด  หรือจะเป็นลุงแก่ๆที่เห็นด้านนอกอาจดูเหนียมอาย แต่กลับเล่นหน้าเล่นตากับหลานๆไม่ห่วงแก่กันเลยสักคน มันเลยเป็นบรรยากาศที่ประทับใจ หาที่ไหนไม่ได้นอกจากเข้าไปใน Disneyland ที่นี่เลยเป็นดินแดนที่เข้าไปแล้วบรรยากาศมันคละคลุ้งไปด้วยพลังบวก อารมณ์มันพาไปทำเอาเราอินในความน่ารัก และความมีฝันของทุกคนที่นี่ ยิ่งเป็นประเทศญี่ปุ่นที่มีความจริงจัง รักแรง จัดเต็มไม่เเพ้ชาติใดในโลก ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่มันให้พลังบวก ที่แรงจริงๆ

ครั้งล่าสุดที่เราไปมา มันมีบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของที่นี่มันเข้มข้นขึ้น เพราะปีนี้เป็นปีพิเศษของ Tokyo Disneyland ครบรอบ 35 ปี ที่มิกกี้ เมาส์ ได้มาปักหลักที่นี่ เลยจัดงานยิ่งใหญ่และของเล่นเยอะมาก! ธีมของการฉลองวันเกิดครั้งยิ่งใหญ่นี้คือ Happiest Celebration! คือฉลองแบบโคตรมีความสุขเริงร่ากันเต็มที่ ทั้งของเล่นใหม่เปิดตัว ขนมใหม่ๆ และของที่ระลึกน่ารักๆ นานาชนิดให้กรี๊ดและสะสม ที่มีเฉพาะปีนี้ ถึงแค่ 13 มีนา ปี2019 เท่านั้น ทั้งหมดแค่ 345วัน  เพราะฉะนั้นเราเลยอยากแนะนำ 8 สิ่งที่ควรทำในปีนี้ที่ Tokyo Disneyland

Centerpiece ชิ้นใหม่ที่ทางเดินเข้าเฉพาะช่วงฉลอง 35 ปี ที่ระยิบระยับมากโดยเฉพาะยามค่ำคืน และทุกๆ 10 นาทีจะเล่นไฟ จนทำให้คนเดินผ่านไปผ่านมาหยุดมองกันทั้งฮอลล์ สวยมากจริงๆ เหมือนฝันเลยแหละ

 

1.Stay for the Parade

ความพีคก็คือคนเริ่มจองที่นั่งกันตั้งแต่บ่ายสองตอนแดดเปรี้ยงๆนี่แหละ แต่พาเหรดนั้นเริ่มเดินตอน 16.45! ตอนแรกคิดในใจมันต้องขนาดนั้นเลยหรอ ต้องรอกัน 3 ชั่วโมงกลางเเดดเปรี้ยงๆ เพื่อให้ได้เห็นมิกกี้ชัดที่สุด เพราะฉะนั้นเราจะพลาดไม่ได้ แต่ความจริงก็คือ 35th Happiest Celebration เป็นพาเหรดชุดใหม่หมด ชุดใหญ่ไฟกระพริบ ใครเคยบอกว่าดูก็อย่าไปเชื่อค่ะ เพราะเค้าเพิ่งเปิดตัววันแรก 15 เมษา ที่ผ่านมานี้

แล้วขอบอกเลยว่า นี่คือพาเหรดที่ตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ใครก็ตามที่เคยดูพาเหรด Disney จะเข้าใจ ไม่รู้ประเทศอื่นเป็นเหมือนกันมั้ยแต่คนญี่ปุ่นคือประเทศที่มีส่วนร่วมสุดๆ ร้องได้ร้องตาม ให้โบกมือก็โบก! ตะโกนเรียกชื่อตัวการ์ตูนเหมือนมาคอนเสิร์ต คือมันอินแล้วมันดีไปหมด แล้วรถพาเหรดคือสวยมาก! เพลงก็คือบิ้วท์จนหัวใจแทบหลุดออกมา บอกเลยว่าเราเองก็น้ำตาไหลไปด้วย555 พูดแล้วก็เขิน แต่มันยิ่งใหญ่อะเธ๊อออ!

เพราะฉะนั้นจำไว้ว่า 16.45 ทุกวันต่อเเถวเครื่องเล่นอะไรอยู่ให้ออกมาก่อน ดู Parade ก่อนแล้วค่อยเข้าไปต่อใหม่เพราะมันดี และกลางคืนช่วง 19.30 ก็ต้องอยู่ดูพาเหรดกลางคืนอีกชุด เพราะรถทุกคันติดไฟ อลังการมากการแสดงแสงสีเสียงเต็ม!

 

2. Tomorrowland is a MUST

เมื่อผ่านประตูเข้าไป โซนแรกที่เราอยากแนะนำอยู่ด้านขวามือ Tomorrowland ไม่ใช่เทศกาลดนตรีเพลงตื๊ด แต่เป็นโซนที่รวบรวมเครื่องเล่นตามเรื่องราวที่เป็นโลกอนาคตไว้ด้วยกันเช่น Monster Inc. / Starwars / Toy Story และที่เราแนะนำสุดๆ ที่เราคิดว่าคุ้ม! คือ 4D Movie ของ Starwars ที่แถวไม่ยาว และสนุกเหมือนนั่งอยู่ในยานจริงๆ!  โดยเข้าไปจะมีโรงหนังทั้งหมด 12 โรงที่เราได้ยินมาว่าแต่ละโรงฉายไม่เหมือนกัน

น่าเสียดายที่เราเข้าไปแค่โรงเดียว และความดีงามก็คือไม่มีคิว เข้าไปแล้วได้เล่นเลย ไม่เสียเวลา รอคอยบอกเลยว่าคุ้ม

 

3.Eat Mickey!

เล่นมาเหนื่อยๆ ก็ต้องหาอะไรกิน!

และที่สำคัญต้องกินอะไรที่น่ารัก! 555 ถ้าใครมาในช่วง 35th Happiest Celebration! ก็ต้องหาของกินพิเศษที่มีมาเฉพาะเทศกาลนี้ คือขนมปังหน้ามิกกี้ ตอนแรกเราเห็นแล้วคิดว่าไม่น่าเวิร์ก เอาขนมปังมาใส่ใส้มันน่าจะแห้งๆ แต่กินจริงๆแล้ว อร่อยหว่ะ! ขนมปังจะสอดสามใส้ ตรงหูสองอันจะเป็นแยมผลไม้ และตรงกลางหน้ามิคกี้จะเป็นครีมชีส อร่อยมากกินหน้าหมดเลย โดยเราสามารถซื้อได้ที่ Sweerheart Cafe อยู่ตรงโซนคาเฟ่โซนแรกเลยจ้า

 

4.It’s a small world

เครื่องเล่นที่ปิดปรับปรุงและเปิดใหม่ล่าสุดของ Tokyo Disneyland ในปีนี้คือ เจ้า It’s a small world แนะนำก่อนเลย คือ ถ่ายรูปกับด้านหน้า เพราะมันน่ารักมากอีกแล้ว! 555 และ แนะนำที่สองคือใครมีลูกพาลูกไปด้วยเพราะว่าเราว่ามันเป็นเครื่องเล่นที่จำลองโลกทั้งใบมาไว้รวมกันแบบฉบับของการ์ตูน เราจะล่องเรือผ่านห้องต่างๆ ไปเรื่อยๆ แต่ละห้องก็เป็นธีมแต่ละประเทศ สอดแทรกเจ้าหญิงดิสนีย์แต่ละตัวเข้าไปด้วย ถ้ามีตัวตนจริงๆ ก็จะอยู่ประเทศนี้นะ และที่สำคัญมีประเทศไทยด้วยจ้า ใครเข้าไปก็หากันดีๆ ว่าของประเทศไทยอยู่ไหนน้า

 

5.Popcorn Bucket Collectors!

ความสนุกอย่างหนึ่งที่เราาชอบมากของที่นี่คือการเมียงมองหา Popcorn Bucket ของคนที่เดินไปเดินมา แล้วอยากมีของตัวเองไว้ครอบครองบ้าง  ความฉลาดของที่นี่คือการกระจายรถเข็นขาย Popcorn ไปทั่วทว่าแต่ละคันขาย Bucket ตัวการ์ตูนดิสนีย์ที่แตกต่างกัน มันเลยเป็นภาระของเราที่ต้องหารถเข็นคันที่ใช่! และความยากลำบากในการเลือกคือมีตัวละครทุกเรื่องทุกตัว และน่ารักทุกตัว! จนบางทีหาไม่เจอเลยต้องสะกิดคนข้างๆว่า เตงๆ Bucket ลายมินนี่แบบเธอนี่มันขายตรงไหนหรอหาไม่เจอ อยากได้จริงๆ อะไรแบบนี้ สำหรับเราก็โดน Dumbo ช้างตัวใหญ่ที่ต้องยอมเพราะน้องหูพับได้จริงแค่นั้นเลย 555

***Tips ถ้าใครได้ไป Disney sea ขอร้องให้ไปลอง Popcorn รส Garlic Shrimp หรือกุ้งกระเทียมพริกไทยเพราะว่ามีขายแต่ที่ฝั่ง sea เท่านั้น สังเกตง่ายๆก็รถที่คิวมันยาวๆ นั่นแหละ***

 

6.Visit Disney Sea

ถ้าใครมีเวลาเราแนะนำให้ซื้อ 2 Daypass หรือมาครั้งที่สอง หรือมาพร้อมวัยรุ่นและเด็กโต แนะนำให้ลองไป Disneysea ด้วย เพราะว่ามีหลายเสียงของคนที่เคยมาที่นี่แล้วบอกว่าเด็กโตเที่ยวสนุก เพราะว่า 1 มีเครื่องเล่นหวาดเสียว น่ากลัวกว่าทุกอย่างใน Disneyland เช่นบ้านผีสิงที่สร้างเป็นหอคอยเก่า แล้วเราจะเข้าไปนั่งในยานแล้วถูกกระชากขึ้นลงๆ แบบไม่รู้ทิศทาง ส่วนตัวไม่ได้ขึ้นไปเพราะไม่มีเวลาแต่ฟังดูแล้วใครชอบความหวาดเสียวไม่น่าพลาด

และถึงแม้ Disney sea จะเปิดตามหลัง Disneyland ตั้งสิบปี แต่ด้วยปีนี้ฝั่งแลนด์เค้าจัดใหญ่ ฝั่งนี้เลยจะนิ่งดูดายไม่ได้จึงมีโชว์กลางน้ำแบบใหม่เช่นกันทั้งกลางวันกลางคืน เพราะฉะนั้นห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง (สำหรับคนที่จะไปครั้งแรกอยากบอกไว้ก่อนว่าฝั่ง Sea จะไม่ได้หวานแหวเหมือน Land นะจ้ะ)

 

7.Stay close to Mickey!

ถ้าอยากเที่ยวดิสนีย์แลนด์ให้สนุกเราว่าต้องมากันตั้งแต่เช้าเผื่อเวลาต่อแถวเข้าเครื่องเล่น เดินชมบรรยากาศ กินขนม และลากยาวจรดค่ำ ดูพลุ ดูไฟที่ให้อารมณ์ต่างจากตอนเช้าโดยสิ้นเชิงและปัจจัยสำคัญที่เราจะมีแรงทำได้นั้นคือเราต้องมีที่พักใกล้ๆ สำหรับเราเราพักที่ Urayasu Brighton Hotel  ซึ่งเป็นโรงแรมพาร์ทเนอร์มีรถรับส่งฟรีจากดิสนีย์แลนด์ เหนื่อยมากๆ หรือลูกงอแงก็กลับไปพักเติมพลังได้เรื่อยๆ สำหรับเรา แรงหมดช่วงหลังดูพาเหรดจบ ก็กลับมาหลับสักงีบแล้วออกไปดูพาเหรดกลางคืนแบบเฟรชๆ

 

8.Shop ’til you drop.

เกิดจะเป็นสายช้อปแล้วต้องมาให้สุด อย่าเพิ่งล้มละลายจากร้านในดิสนีย์ เพราะที่นี่มีห้างใหญ่ ติดสถานี Urayasu station (สถานีรถไฟฟ้าที่มีรถไฟเข้าตรงสู่ Disneyland ได้เลย) มีห้างใหญ่อีกหนึ่งห้างที่มีร้าน Tax Free และอาหารอร่อยๆเพียบ ลักษณะห้างจะคล้ายๆ  Outlet แต่ของจะเป็นของอัพเดต สินค้า New Arrival เหมือนในตัวเมือง ร้านแบรนด์ญี่ปุ่นดีๆ เยอะมากมีทั้งร้านเเฟชั่นเก๋ๆ คาเฟ่ หรือร้านของใช้ส่วนตัวราคาถูก ถ้ามีเวลาหรือใครจัดทริปให้ดิสนีย์แลนด์เป็นที่สุดท้าย ห้างนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับซื้อของฝาก โดยไม่ต้องลากร่างกลับเข้าไปใน ชิบูย่า ชินจูกุ อีกรอบนึง

เรามั่นใจว่าไม่มีใครไม่รัก Disney ยิ่งได้เข้ามาใกล้ชิดแบบนี้ยิ่งหลงรักกันแบบหัวปักหัวปำ สำหรับดิสนีย์เหมือนเพื่อนตอนเด็กที่แม้เราจะโตแล้วมันก็ต้องเป็นเด็กที่รอให้เรากลับไปเป็นเด็กกับมันทุกครั้ง เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนที่เข้ามาที่นี่จะเหมือนย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะดิสนีย์คือเพื่อนวัยเด็กของทุกคน ที่แม้เราจะโตแค่ไหน เราจะมีเพื่อนวัยเด็กที่ชื่อดิสนีย์ดึงเราให้กลับไปเป็นเด็กอยู่ทุกครั้งเวลาที่เราเจอกัน :)

ตลอดปี 2018 และจนถึงวันที่ 13 เดือนมีนาคม 19 ถ้าได้แวะไปโตเกียวอย่าลืมแวะกลับไปทักทายและแฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนวัยเด็กของทุกคนกันด้วยนะ :)

Input your search keywords and press Enter.