Now Reading:

The Historic Points of Egypt.

แจกแพลนเที่ยวอียิปต์ 10 วันถ้วน! อยู่นานจนมัมมี่เบื่อหน้า นอนทะเลทราย ล่องแม่น้ำไนล์ และขึ้นบอลลูนดูสุสานกษัตริย์ ย่องไปในพีรามิดทักทายตุตันคาเมน อย่างใกล้ชิดถึงในหลุม นี่คืออียิปต์แบบเรียลๆ 10วัน งบ 50K รวมหมดทุกอย่างแล้ว นอนหรูทุกวัน เปลี่ยนเมืองด้วยเครื่องบินเท่านั้น  ทริปนี้ไม่มีวีดิโอหรือรีวิวยาวให้อ่านแต่ขอเล่าให้จบในรีวิวเดียว ให้พวกเธอสามารถจองตั๋วตาม และตามรอยได้ทันทีแน่นอน 😉

และเพื่อนคนไหนกำลังหัดเที่ยวและอยากมีบัตรเดบิตของตัวเอง ขอแนะนำ ‘บัตรเดบิต JOURNEY กสิกรไทย’ บัตรที่ให้มากกว่ากับสิทธิประโยชน์ที่จะทำให้การเดินทางไปที่ไหนก็ตามพิเศษขึ้นแถมรูดบัตรหรือช้อปปิ้งอะไร ก็ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกว่าใคร และแลกเงินได้ที่ธนาคารกสิกรไทยในเรตของบัตร JOURNEY ที่ดีกว่าใครเพื่อน!

ก่อนออกเดินทาเราอยากแนะนำให้รู้จักกับบัตรเดบิตสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่สายชอบเที่ยวต่างประเทศ และอินกับสิทธิพิเศษหรูหรามากมายอย่าง ‘บัตรเดบิต JOURNEY กสิกรไทย’

– ไม่มีชาร์จ 2.5% ค่าความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน ใช้ได้ง่ายๆ ทุกสกุลเงินทั่วโลก เมื่อเรารูดที่ประเทศไหนก็ตามเป็นสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ  หรือโชว์บัตรเพื่อแลกเงินที่บูธแลกเงินหรือธนาคารกสิกรไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษบัตร JOURNEY (เรทพิเศษ – 31 ธ.ค. 62 นี้)

– นั่งชิวๆ จิบค็อกเทลหรือทานอาหารก่อนขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าไปเที่ยวต่างประเทศฟรีๆ ที่ Miracle Lounge ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ฟรีปีละ 3 ครั้ง ในปี 62 และ 63 แสดงว่าเธอจะเข้าเลาจน์ได้ฟรีๆ 6 ครั้งใน 2 ปี ซึ่งปกติค่าเข้าเลาจน์ก็คนละเกือบพันบาทต่อครั้งแล้วนะ! ที่สำคัญไม่ว่าจะบินสายการบินไหน จะ Full Service หรือ Low Cost ก็เข้าได้ทั้งนั้น แต่รีบหน่อยนะ เพราะสิทธิพิเศษนี้ เฉพาะคนที่สมัครบัตรภายใน 31 ธ.ค. นี้เท่านั้น

– เดินทางด้วยความอุ่นใจมากขึ้นเพราะมีประกันการเดินทางต่างประเทศจาก Cigna l VISA สูงสุด 10 วัน คุ้มครองสูงสุด 1.5 ล้านบาท แถมยังใช้ยื่นขอวีซ่าเข้าสหภาพยุโรปได้ด้วยเพราะบัตรใบนี้มีสถานะเป็นบัตร VISA Platinum สูงกว่าบัตรเดบิตทั่วๆ ไป

– ส่วนลดทันที 100 บาทเมื่อเรียก Grab ไป-กลับสนามบิน 2 ครั้ง/ผู้ใช้ และฟรี! ฟรี SIM GO INTER (ASIA-AUS-USA) จำนวน 6GB นาน 10 วัน จาก dtac มูลค่า 399 บาท สามารถใช้ได้ทันทีทั่วโลก ตัว SIM นี้เฉพาะสำหรับคนที่สมัครบัตรภายในสิ้นปี 62 โดยจะสามารถกดรหัสเพื่อรับสิทธิ์ได้หลังสมัครบัตรอย่างน้อย 3 วันทำการ และไปรับ SIM ได้ถึง 31 มี.ค. 63 ที่ dtac hall ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบิน

และสิทธิพิเศษส่วนลดโรงแรมจากทั่วโลกอาทิเช่น จองผ่าน Agoda ลดเพิ่มทันที 5% จองผ่าน Expedia ลดทันที 8% นี่คือบัตรเดบิต JOURNEY กสิกรไทย ที่เกิดมาเพื่อนักเดินทางที่อยากใช้ชีวิตเหนือระดับกว่าแบบฟรีๆ ทั้งหมดนี้ มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียง 700 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 550 บาท แต่ค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกเค้าไม่เก็บแล้วล่ะ ข้อมูลเต็มๆ ของบัตรนี้ ดูได้ที่นี่เลย http://bit.ly/2kNmvgg

สมัครบัตรเดบิต JOURNEY กสิกรไทยได้ง่ายๆ แล้ววันนี้ผ่าน K PLUS เค้าจะพิมพ์ชื่อเจ้าของไว้บนบัตรให้ด้วยนะ พอได้บัตรมาแล้วก็อย่าลืม activate บัตรผ่าน K PLUS และไปเปลี่ยนรหัสผ่านที่เครื่อง ATM กสิกรไทยก่อน ถึงจะใช้งานได้ แล้วอย่าลืมปรับเพิ่มวงเงินผ่าน K PLUS ไว้ล่วงหน้าด้วยนะ เผื่อช้อปปิ้งอะไรจะได้รูดจ่ายได้เลย

DAY 1 : Prepare your self

เราถึงกรุงไคโรเมืองหลวงของประเทศในตอนกลางคืน บอกเลยว่าพอเดินทางไปประเทศแปลกๆ หรือไม่คุ้นชินเท่าไหร่ เราจะเลือกไปถึงบ่ายๆ หรือหัวค่ำเพื่อให้เข้าพักในโรงแรมได้ทันที เพราะประเทศพวกนี้มักจะมี Unpredictable ให้เราได้ตื่นเต้นตลอด ถ้าไปถึงเช้าแล้วเริ่มเที่ยวเลย บอกเลยค่ะว่าขนลุก 555 ไม่พร้อมสู้จริงๆ เราเลยเลือกที่จะเข้าโรงแรมเพื่อพักก่อนมาลุยใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เราพักที่ Le Meridien Pyramids Hotel & Spa โรงแรม 5 ดาวที่เห็นวิวปีรามิดยามเช้าทุกวัน บอกเลยว่าครั้งแรกที่เห็นนั้นตื่นเต้นมาก มันดูขลังแบบบอกไม่ถูก ตอนจองและเช็คอินอย่าลืม Request นะคะว่า
‘ the rooms with Pyramids View ONLY. ’

DAY 2-3 :  Bahariya Oasis and White Desert

วันที่ 2 ก็ลำบากแตกแตนมากเลย เป็นคืนที่ต้องออกไปนอนกลางทะเลทรายแบบตอนไปเอธิโอเปีย เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน แต่ที่ยังดีหน่อยที่มีเต้นท์ให้นอน Bahariya Oasis and White Desert เป็นทะเลทรายสีขาวที่มีความเก่าแก่ในฝั่ง Western Desert นี้ มันจะกว้างสุดลูกหูลูกตา สำหรับเราที่เที่ยวทะเลทรายมาบ่อยและหลายครั้งแล้วที่นี่จะแปลกตาในเรื่องของรูปทรงของหินที่ดูในหนังสตาร์วอร์ ส่วนอย่างอื่นก็ปกติเลย ไม่ว้าวมาก แต่ได้ Experience นอนดูดาวล้านๆ ดวงพร้อมรอบกองไฟกับเพื่อนและชาวอียิปต์จุดเตาบารากุให้ดูดก็แฮปปี้แล้วปะ?! เราใช้เวลาที่นี่ 2 วัน 1คืน ก่อนกลับเข้าไปเที่ยวไคโรอีก 1 วัน และที่นี่ไม่มีห้องน้ำและไม่มีที่อาบน้ำ เธอต้องหาโขดหินที่ยังไม่มีใครจับจองเอาเองนะจ้ะ

ป.ล. ที่นี่เหมือนจะใกล้ไคโรแต่ด้วยรถที่ติดมากแล้วทำให้กินเวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเหมือนกันนะ

DAY 4 : The Great Pyramids of GIZA and Memphis

วันที่ 4 เราก็ยังวนเวียนอยู่ในไคโรกัน เราแวะไปดู 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างพีรามิดกีซ่า นี่คือหมู่พีรามิดทั้ง 3 แห่งกีซ่าที่สร้างในสมัยกษัตริย์คูฟู มีความใหญ่โตที่สุดในอียิปต์ และยังมี The Great Sphinx of Giza ด้วยนะเป็นสฟิงซ์ที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์  จริงๆ ในพีรามิดของ Queen เราสามารถเดินเข้าไปชมได้ด้วยแต่เสียเงินเพิ่ม เราแนะนำว่าจะไปเที่ยวเมืองอื่นอย่าง Luxor ต่อ ไม่จำเป็นต้องเข้าที่นี่ก็ได้ เพราะบ๋อแบ๋มากไม่มีอะไรเลยข้างใน เอ้อ! อย่าลืมไปขี่อูฐเพื่อชมวิวพีรามิดด้วยนะ หรือจะไปทำท่าหยิบ เอามือรอง พีรามิดก็ได้..ตามสบาย

เราไปต่อที่ Memphis ที่นี่คือ The First Capital of Egypt เลยนะ ด้านในจะมี Open Air Museum ที่มีรูปปั้นของฟาโรห์รามเซสที่ 2 กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอียิปต์  เพราะเก่งมาก ค้าขายก็เก่ง รบก็เก่ง แถงในยุคที่ทรงครองราชย์ก็มีการสร้างวิหารให้ตัวเองและพระราชินีมากมาย หนึ่งในนั้นคือวิหาร Abu Simbel นั่นเอง ที่เห็นว่ารูปปั้นนี่นอนเพราะมันล้มลงมาเมื่อนานมาแล้ว

จริงๆ เรามีไปเมือง Saqqara ที่อยู่ใกล้ๆ กับ Memphis ด้วย แต่บอกตรงๆ ว่ามันไม่มีอะไรเลย มันคือพีรามิดแบบเดิมๆ ที่ไม่มีอะไรให้เข้าไปดู คือถ้าจะไปกีซ่าแล้ว ข้ามมา Memphis เลยดีกว่า ส่วนเรานั้นก็กลับโรงแรมไปจิบชาและพักผ่อนกันสวยๆ เพราะแดดอียิปต์นั้นจัดจ้านมาก เพื่อเตรียมพร้อมเดินทางต่อคืนนี้ไปยังเมือง Aswan ด้วยการบินภายในประเทศ

Day 5 : Aswan / Philae Island

นี่คือเมืองแห่งจุดเริ่มต้นของคนที่ต้องการจะล่องเรือในแม่น้ำไนล์เพื่อไปเที่ยว Luxor เราแวะที่ Aswan จำนวน 2 คืนถ้วนเพื่อเที่ยวให้ทั่วตามสไตล์ทัวร์แบบ Tailor Made ชิลๆ ของพวกเรา จุดแรกที่เราแวะคือ Philae Island วิหารกลางน้ำที่สร้างขึ้นมาบูชาเทพไอซิส (ISIS) เทพแห่งความรัก วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นใจกลางแม่น้ำไนล์เลย แต่จริงๆ แล้ววิหารถูกเคลื่อนย้ายไปยังเกาะใกล้ๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วมแล้วครั้งนึง แต่ทุกอย่างยังสวยเหมือนเดิม การจะเข้าไปเที่ยวที่วิหารนี้ได้ต้องนั่งเรือเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น และที่นี่ยังมีเสาสุริยะ หรือ Obelisk เสาสูงที่เอาไว้บูชาเทพเจ้าสูงสุดอย่างเทพรา (RA) คนอียิปต์ยังบอกเราอีกว่า… ถ้าเธอเห็นเสาพวกนี้ในอเมริกานะ ส่วนใหญ่มันก็มาจากวิหารแห่งนี้ทั้งนั้นแหละ!

แม่น้ำไนล์ที่เราเห็นๆ กันอยู่เนี่ย มันมาจาก แม่น้ำบลูไนล์ ในเอธิโอเปียไหลมารวมกับแม่น้ำไวท์ไนล์จากแอฟริกาตะวันออก ไหลผ่านซูดานแ เข้าอียิปต์ก่อนไหลลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อไป ส่วนเรื่องทิศทางการไหลของแม่น้ำมันไหลจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ เราก็ไม่ค่อยเข้าใจการไหลแบบนี้เหมือนกันแต่เอาเป็นว่า ต้นทางน้ำมันอยู่ทางทิศใต้แบบนี้ละกันเนอะ 5555 ส่วนเรือที่เห็นล่องๆ กันแม่น้ำไนล์ลักษณะเหมือนเรือใบเราเรียกกันว่า Felucca แนะนำว่าให้นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นจะสวยมากกกกก บางคนเราเห็นเค้าล่องไปถึง Luxor เลยนะ แต่เราไม่ไหว หนาวตายพอดี ขอแค่นั่งชมวิวก็พ๊อ

Day 6 : Abu Simbel in The Early Morning and Cruise to Luxor!

เช้าวันที่ 6 ของการเดินทางในอียิปต์เราออกตั้งแต่ตีสามเพื่อให้ไปถึงที่ Abu Simbel เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่งวิหารนี้ห่างจากเมือง Aswan ที่เราอยู่ออกไปเกือบ 300 กิโลเมตร ทำให้ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน แต่มาดูเถอะ คุ้มมาก! Abu Simbel เป็นวิหารที่สร้างขึ้นโดย ฟาโรห์รามเซสที่ 2 และมีวิหารอีกหลังใกล้ๆ กันของมเหสีเนเฟอร์ตารีซึ่งเป็นชาวนิวเบียที่พระองค์รักมาก จริงๆ แล้ววิหารพวกนี้ควรจะจมอยู่ใต้น้ำไปแล้วเพราะมีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ใน Aswan แต่สหรัฐก็มาช่วยขนย้ายตัววิหารทั้งหมดไปอยู่อีกฝั่งนึงของแม่น้ำ ทำให้มันไม่จมอยู่ใต้น้ำ เราแนะนำว่าควรมาดูควรยิ่งใหญ่นี้ นั่งรถนานหน่อยแค่คุ้มค่ามากนะคะ อีกอย่างนึงคือแถวนี้ติดกับชายแดนประเทศซูดานความปลอดภัยจะเข้มงวดนิดนึง!

ช่วงบ่ายเรากลับมาที่ Aswan อีกครั้งเพื่อขึ้นเรือ Cruise ไป Luxor โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 คืนรวมค่าอาหาร และเครื่องดื่มไว้หมดเรียบร้อยแล้วตกประมาณคนละหมื่นกว่าบาทเท่านั้น เราเลือกเรือ The Mövenpick MS Royal Lotus พยายามจะเลือกให้มันเป็นแบรนด์ๆ หน่อยนั่นแหละเพื่อความปลอดภัย 5555 บนเรือนั้นครบครัน อาหารครบ 3 มื้อ ห้องนอน ห้องน้ำโอเคเหมือนล่องเรือสำราญในทะเล แต่เปลี่ยนมาล่องในแม่น้ำไนล์แทน แถมวิวบนดาดฟ้าของเรือยามเย็นนั้นฟิน

ระหว่างทางเรือจะแล่นช้าๆ ตอนกลางคืน แล้วจอดให้เราเที่ยวเป็นจุดๆ ในตอนกลางวัน เช่น Kom Ombo & Edfu  วิหารคอมออมโบ (TEMPLE OF KOMOMBO) สร้างบูชาเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และเทพฮอรัสเทพแห่งความฉลาดและรอบรู้ ที่นี่มีสิ่งที่น่าทึ่งเรียกว่า ไนล์โลมิเตอร์เอาไว้วัดระดับน้ำในแม่น้ำไนล์ เพื่อบอกว่าปีนี้เกษตรกรจะได้ผลผลิตดีมั้ยถ้าดีก็จะเสียภาษีเยอะ ถ้าไม่มีก็เสียภาษีน้อยเป็นต้น

และ วิหารเอ็ดฟู (TEMPLE OF EDFU OR TEMPLE OF HORUS) เอาไว้บูชาเทพฮอรัสที่มีหัวเป็นเหยี่ยวและฉลาดมากๆ  ที่นี่เป็นวิหารที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในอียิปต์ด้วยนะ

Day 8 : Luxor  

เราใช้เวลา 2 คืนเต็มๆ แวะเที่ยวระหว่างทางจาก Aswan มาถึง Luxor แล้วเรือจะจอดแวะ Luxor 1 คืนให้เรานอนบนเรือและลงไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในเมือง Luxor เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งแม่น้ำไนล์คือมั่ง West Bank และ East Bank

East Bank คือฝั่งคนเป็น ที่เที่ยวพวกมิวเซียมต่างๆ วิหารมากมาย ซึ่งเราแทบจะไม่ได้แวะเลยเพราะเบื่อแล้ว 555 ส่วน West Bank คือฝั่งคนตายเพราะเป็นจุดที่รวมสุสานกษัตริย์ต่างๆ ที่เธอสามารถเข้าไปดูได้และถ่ายรูปได้ถ้าเสียเงินเพิ่ม ซึ่งที่นี่เราแนะนำว่าคุ้มค่ากว่าหลายๆ เมืองที่ผ่านมาแน่นอนจ้ะ เราแบ่งเวลาเป็นช่วงเช้าไปเที่ยว West Bank ก็แวะดูพวก Valley of the king ที่ภายในหลุมนั้นอลังการและสวยงามมาก สีสันลวดลายยังอยู่ครบ และ Temple of Hatshepsut

Day 9 : Up in the Air and Relax day!

เช้าก่อนวันสุดท้ายเราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปขึ้นบอลลูนยามเช้า ค่าขึ้นที่นี่ราคาหลากหลายมาก และสามารถขึ้นได้ทั้งตอนเช้าตรู่และตอนเย็น ราคาทั่วไปไม่ควรจะเกินคนละ 70-80 USD ต่อคน และต้องย้ำว่าขอบอลลูนที่จุคนได้เยอะและใหญ่หน่อยเพื่อความฟิน บอลลูนพวกนี้จะไปขึ้นจากฝั่ง West Bank แล้วลอยมาตกฝั่ง East Bank เราจะเห็นภูมิประเทศที่สวยงาม มันขลังมากๆ ตอนเช้าที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วมีหุขเขากษัตริย์เป็นฉากหลัง พร้อมบ้านเรือนที่หน้าตาเก่าๆ อยู่ด้านหลัง เป็นโมเมนท์ปิดท้ายทริปอียิปต์ได้ดีงามมากค่ะ

เราพักที่ Luxor บนฝั่งอีกคืนที่ Hilton Luxor Resort & Spa เป็นอีกโรงแรม 5 ดาวราคาดีและคุณภาพมากที่เธอควรมานอนทุกอย่างดีงามเหมือนหลุดออกมาอีกโลกนึงเมื่อเดินเข้ามาในโรงแรม วิวริมแม่น้ำไนล์คือยอดเยี่ยม อาหารอร่อย และ Vibe รอบตัวคือดีมาก เราเว้นวันนึงให้ชีวิตได้พักผ่อนก่อนกลับไปเที่ยวไคโรต่อแล้วค่อยบินกลับกรุงเทพ

จะเห็นได้ว่าทริปอียิปต์จริงๆ แล้วเป็น Basic ที่ตายตัวมาก คือใครๆ อายุเท่าไหร่ก็สามารถเดินทางมาได้ เพราะมันง่ายมาก แถมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สำหรับเราเงิน 50,000 ถือว่าคุ้มมากเมื่อแลกกับประสบการณ์ดีๆ แบบที่นานๆ จะเจอซักที ถามว่าชอบอะไรในอียิปต์ ตอบได้เลยว่าชอบทุกอย่าง เพราะอียิปต์มีในสิ่งที่ประเทศอื่นไม่มี อารยธรรมโบราณ วัฒนธรรมที่แปลกตา และสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดีงามขนาดนี้ ปลายปีนี้ไปเที่ยวอียิปต์กันสิ! อากาศกำลังดีเลยนะ 😊

และอย่าลืม เที่ยวอียิปต์ให้ปลอดภัยพกเงินสดไปเท่าที่จำเป็นเอาไว้สำหรับให้ทิปพนักงานนิดหน่อย กับซื้อขนมกินระหว่างทางก็พอส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ใช้ บัตรเดบิต JOURNEY กสิกรไทย รูดปรึ๊ดได้ทันที เพราะที่อียิปต์เกือบทั้งประเทศรับบัตรนี้แน่นอน แถมยังไม่ต้องกังวลกับค่าเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน 2.5% เพราะบัตรใบนี้ไม่มี! ว่าแล้วก็สมัครบัตร JOURNEY ผ่าน K PLUS ก่อนไปเที่ยวกันได้เลย

Input your search keywords and press Enter.