Now Reading:

Winter Retreat in Chiang Mai

ถ้าตามเพจกันมาอย่างยาวนาน หลายคนน่าจะรู้ว่าพวกเราเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด! เชียงใหม่สำหรับเรามันเลยอบอุ่นมากเป็นพิเศษ เพราะมันหมายถึงเพื่อน ครอบครัว และสถานที่ที่เราเติบโตมา จนบางครั้งในมุมของนักท่องเที่ยว.. เรากลับไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเล๊ยยยย 55555 รอบนี้เลยถือโอกาสต้นปีกลับมาเที่ยวบ้าน ให้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางความสุขในปลายฤดูหนาวแบบนี้ และเป็นการ Retreat ตัวเองไปด้วยในตัวเพื่อให้ทุกคนได้ตามรอยความชิลกับธรรมชาติ สายหมอกและลมหนาว เพราะเราเชื่อว่าหลายคนหลงรักเชียงใหม่ และอยากมาบ่อยๆ เพื่อเจออะไรใหม่ๆ กันแน่นอน 😊

และนี่คือทริปพักผ่อนเที่ยวเชียงใหม่ง่ายๆ แบบ 3วัน 2คืน ที่ไปเป็นคู่ก็หวานแหวว หรือจะไปเป็นแก๊งค์ก็สนุกที่สุดดดดดดด!

 

บินสู่เชียงใหม่แบบสบายต่างกัน!

เราและเพื่อนๆ เลือกเดินทางไปเชียงใหม่รอบนี้กับการบินไทย สารภาพตามตรงว่าเรากลับเชียงใหม่เมื่อไหร่ การบินไทยจะเป็น Choices แรกสำหรับเราเสมอ เพราะค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศของการบินไทยนั้นหากจองล่วงหน้านานๆ ราคาแทบจะเท่ากับสายการบินราคาประหยัด แต่ของการบินไทยรวมทั้งอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม ที่นั่ง และน้ำหนักกระเป๋าไว้หมดแล้ว ทำให้เดินทางได้สบายๆ แบบไม่ต้องกังวล ที่สำคัญเที่ยวบินภายในประเทศของการบินไทยใช้เครื่องบินแบบ Wide Body 2 ทางเดินทั้งหมด การบินไทยเป็นเพียงสายการบินเดียวที่ใช้เครื่องใหญ่บินภายในประเทศ ทำให้นั่งสบายต่างกัน และเพื่อนๆ สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าในราคาพิเศษที่สุด พร้อมซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติมเผื่อซื้อแคบหมูกลับมาเยอะ รวมถึงประกันการเดินทาง THAI Travel Safe ที่ราคาประหยัดแต่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ซื้อไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด คลิกที่นี่เลย! 

เอาหละค่ะ! ทริปนี้เราจะขอพักการเที่ยวเชียงใหม่ในเมืองไว้ก่อน แพนด้าไม่ดู นิมมานฯ ไม่เดิน คาเฟ่ชิคๆ หรอ? รีวิวนี้ไม่มี แต่จะขอพาไปสูดอากาศหนาวบนดอย กับที่เที่ยวที่จะเปลี่ยน Winter เฉยๆ ให้กลายเป็น Winter Sweet จะมาเป็นแก๊งค์เพื่อนก็ได้โมเม้นท์ดีๆ กลับไป หรือจะไปเป็นคู่ก็หวานแหววแน่นอน ขอพาเที่ยวเส้นม่อนแจ่ม เชียงดาว นอนแคมป์ แช่ออนเซ็น เก็บใบชาและเดินเล่นในทุ่งดอกไม้กันแบบ 3วัน 2คืน

 

DAY 1 : เดินเลาะลำธาร นอนชิวบนบ้านต้นไม้และแค้มป์ปิ้งยามเย็น

เราออกจากสนามบินตรงดิ่งไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ บ้านต้นไม้แม่แมะ ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร เป็นที่พัก ซึ่งมีให้เลือกแบบเป็นบังกะโลหลังๆ ริมลำธาร หรือซอยเป็นห้องเล็กๆ ในเรือนใหญ่ บรรยากาศที่นี่เหมาะมาก แม้ว่าจะไม่ได้มาพักก็สามารถแวะมาทานอาหาร นั่งเล่นกับพื้นไม้เย็นๆ พักผ่อนได้ และด้วยความที่เป็นเหมือนโฮมสเตย์เล็กๆ ลุงสุขและป้าผง ซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่ก็ต้อนรับและดูแลพวกเราดีมากๆ แถมบรรยากาศความเป็นกันเองก็จะเยอะเป็นพิเศษ ต้นไม้โอบล้อม น้ำใสไหลเย็น อยากแนะนำให้มานั่งเย็นๆ ปล่อยตัวปล่อยใจซักพักก็มีความสุขแล้ว 😊 เอ้อส่วนใครที่เดินทางมาเหนื่อยๆ จากที่พักเดินไม่เกิน 5 นาทีก็เจอลำธารให้เล่นน้ำ หรือถ้าปวดเนื้อปวดตัวก็มีบริการนวดด้วยนะ

The Campian

เราตรงดิ่งไปที่พักของเราคืนนี้! ที่รีบไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆ เพราะตั้งใจว่าอยากจะไปดูวิว Sunset ที่เค้าว่ากันว่าเป็นที่พักวิวร้อยล้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ที่นี่เราสามารถเลือกพักได้ทั้งแบบบรรยากาศแคมป์ปิ้งแบบเต้นท์  หรือจะเป็นบ้างพักที่ออกแบบกึ่งสไตล์สแกนดิเนเวีย ได้ฟีลเมืองหนาวเหมือนอยู่ยุโรป แถมที่พักหันหน้าเข้าภูเขาด้านทิศตะวันตก และมีสวนดอกไม้อยู่ด้านหน้า ทำให้ช่วงเย็นบรรยากาศเอ็นจอยเป็นการเองมาก ทั้งนั่งชิวๆ หน้าเต้นท์ ฟังเพลง ดูพระอาทิตย์ตกดินและหันไปหัวเราะกับเพื่อน นี่งะ! ได้ภาพอีกละ 1ช็อต 5555

และช่วงกลางคืนหนาวๆ แบบนี้ก็มีการก่อกองไฟ และแจกมาร์ชเมลโล่ให้กับทุกคนทำ S’more กินกัน ผิงไฟไป ย่างมาร์ชเมลโล่ไป มีความสุขดีเหลือเกิน และใครที่นำวัตถุดิบมาเอง เค้ามีเตาย่างส่วนกลางสามารถทำปิ้งย่างได้ หรือถ้าไม่ได้เตรียมมาก็มีอาหารบุฟเฟต์ที่ปรุงสดๆ โดยชาวบ้านแถวนั้น สิ่งที่อยากย้ำกับทุกคนถ้ามาพักที่นี่คืออย่าลืมตื่นมาสูดอากาศเย็นๆ และดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วยนะ

 

DAY 2 : เดินเที่ยวถ้ำ จิบกาแฟริมน้ำ เก็บใบชาและนอนเรียวกัง

เริ่มต้นวันดีๆ ในเชียงใหม่กันที่วัดที่มีถ้ำสวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่วัดถ้ำเชียวดาว ที่นี่บรรยากาศดีมาก สามารถเดินเล่นในถ้ำพร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตัวเองได้ ส่วนด้านนอกก็มีสระน้ำเล็กๆ ซึ่งน้ำเหล่านี้ไหลออกมาจากถ้ำเชียงดาวตลอดทั้งปี น้ำใสมากและมีฝูงปลาว่ายเต็มไปหมด เป็นสีเขียวสวยงามจนอิจฉาปลาที่นี่เลยอะ อยากลงไปว่ายเล่นกับมันซักชั่วโมง สำหรับวัดนี้เราแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ซัก 1 ชั่วโมงสำหรับเดินเล่นนะ

เราแวะทานอาหารเที่ยงกันที่ ร้านกาแฟฮิมน้ำ บรรยากาศดีๆ ติดริมธารใสๆ นอกจากกาแฟที่รสชาติกลมกล่อมและดีมากๆ แล้ว สิ่งที่เพิ่มความน่าสนใจให้ที่นี่อีกอย่างนึงคือ ขนมจีนน้ำย้อย! เมนูสุดฮิตจากจังหวัดแพร่ ที่นี่เสริมเป็นเซตขนมจีนเส้นสดที่ทำเอง พร้อมน้ำย้อยและน้ำอื่นๆ ก็ดีงามไม่แพ้กัน ร้านนี้เป็นร้านแบบนั่งกินได้นานๆ ไม่ต้องรีบลุก เพราะบรรยากาศดี หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อนก็นั่งพักได้ชิลๆ ไม่ต้องรีบ หรือถ้าอยากเปียกก็เชิญค่ะ กระโดดน้ำกันได้เล๊ยยย

มาเที่ยวเชียงใหม่เดี๋ยวนี้นอกจากดูหมีแพนด้า เที่ยวฟาร์มดอกไม้ และไหว้หลวงพ่อทันใจ คงจะมีอีกอย่างนึงที่ฮิตกันเหลือเกินคือมาเก็บใบชา 5555 เราแวะมาที่ไร่ชาลุงเดช ขอแอบชมลุงเดชนิดนึงว่าลุงแกเป็นคนน่ารักมาก ตั้งแต่ก่อนมาได้โทรเข้าไปนัดแนะก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี แม้อาชีพหลักของลุงจะทำไร่ชาแต่การบริการก็ดีงามสไตล์ชาวบ้าน

ไร่ชาลุงเดชเป็นไร่ที่ให้ทุกคนสามารถลงไปถ่ายรูปและมี Experience ในการเก็บใบชาได้จริงๆ เป็นไร่เล็กๆ ที่วิวสวยเพราะมีวิวของดอยม่อนเงาะเป็นฉากในการถ่ายรูป 555 ส่วนใครที่หิวอีกแล้วหรืออยากทานขนมที่นี่ก็มีขายเหมือนกัน แนะนำว่าให้มาวันธรรมดาช่วงเช้าตรู่หรือตอนบ่ายแก่ๆ ไปเลยจะถ่ายรูปสวยกว่าช่วงกลางวัน

Onsen Moncham 

พอตกบ่ายเราก็เตรียมเข้าที่พัก ทริปนี้เราย้ายที่นอนกันทุกคืนเพราะอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งการนอนแคมป์กับเพื่อน และนอนเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นที่เชียงใหม่ ที่ใครต่อใครก็เอ่ยปากว่าดีเหลือเกิน.. Onsen Moncham ถ้าเธอกังวลว่าการแช่ออนเซ็นที่ไทยจะไม่ได้มาตรฐาน น่ากลัว สกปรกและสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ บอกเลยว่าไม่ใช่กับที่นี่! เพราะการจัดการที่เรียกได้ว่าพรีเมี่ยม แถมบรรยากาศก็ดีเหมือนนอนเรียวกังที่ญี่ปุ่นจริงๆ ถ่ายรูปออกมาเพื่อนอาจจะงงว่า เอ๊ะ.. นี่ไปเที่ยวโตเกียวหรือเชียงใหม่กันแน่คะ  เพราะบรรยากาศโดยรวมเหมือนอยู่ญี่ปุ่นทั้งหมด ตั้งแต่เข้ามาเช็คอิน แจกชุดยูกาตะ ไปค่ะ! เปลี่ยนชุดแล้วเดินถ่ายรูปกัน

บรรยากาศห้องพักก็ดีงามทั้งโต๊ะแบบญี่ปุ่นให้นั่งจิบชา พร้อมเตียงนอนนุ่มๆ ที่เหมาะแก่การเป็น Winter Sweet มากที่สุด และความพิเศษของที่นี่อีกอย่างคือ น้ำที่ใช้ภายในโรงแรมทั้งหมดเป็นน้ำแร่คุณภาพชั้นดีด้วย ส่วนอาหารเย็นจะสั่งเป็นเซ็ทปิ้งย่างหรือชาบูแบบญี่ปุ่น ที่นี่ก็เตรียมเชฟชื่อดังคอยให้บริการ แอบบอกว่าขนมหวานอร่อยมาก โดยเฉพาะโมจิถั่วแดงอยากให้มาลองชิมกัน ฟินกับวิว กับอาหารและนอนหลับสบายเลยหละ!

 

DAY 3 : แช่ออนเซ็น วิ่งเล่นในสวนดอกไม้และกินข้าวหลากสี

เช้าวันสุดท้ายของการเที่ยวเชียงใหม่ เราตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพราะอยากแช่ออนเซ็นแบบเงียบๆ ปล่อยตัวปล่อยใจไปเรื่อยๆ กับอากาศหนาวๆ ยามเช้าแต่ตัวอุ่นเพราะน้ำแร่ที่ลงไปแช่ การแช่ออนเซ็นที่นี่เธอสามารถจองห้องแบบส่วนตัวก็ได้ หรือจะแช่แบบบ่อรวมแยกชายหญิง แบบญี่ปุ่นก็มีทั้งหมด 4 บ่อด้วยกันและเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่มกันเลย

ส่วนอาหารเช้าที่นี่บางวันจะเป็นแบบ Buffet Line ส่วนบางวันจะเป็นแบบ Bento Set แล้วแต่จำนวนแขกที่เข้าพัก อาหารเช้าก็น่ารักสไตล์ญี่ปุ่น เราหลงรักที่นี่มากๆ ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาพักผ่อนอีก เพราะชิลจริงๆ

ออกจากที่พักเราสายหน่อยเราก็บึ่งกันไปที่ I love flower farm สวนดอกคัตเตอร์ยอดฮิตประจำฤดูหนาวของเชียงใหม่ปีนี้ 555 ที่ใครๆ ก็ต้องมา ถ้ามาเที่ยวเชียงใหม่ ที่นี่ไม่สามารถ Walk-in เข้าไปได้ ต้องจองมาก่อนทางเฟซบุ๊คเท่านั้น ฟาร์มที่นี่ขนาดพอดีไม่เล็กจนถ่ายติดคนอื่น และไม่ใหญ่มากจนเดินหากันไม่เจอ ดอกคัตเตอร์จะมีด้วยกัน 2 แปลงคือสีขาวและสีม่วง บรรยากาศรอบๆ ตกแต่งน่ารักมาก เอาใจคนมาถ่ายรูปพร้อมกับพร็อบมากมายที่เลือกเอามาใช้ได้

ที่นี่มีค่าเข้าอยู่ที่คนละ 70 บาทจะได้คูปองสามารถเอาไปและขนมและน้ำคนละหนึ่งชุด เป็นขนมโคที่เสียบไม้มาหน้าตาเหมือนดังโงะ พร้อมน้ำสมุนไพรเป็นกระเจี๊ยบหรือเก๊กฮวยให้เลือกแก้กระหาย

ก่อนจะไปเที่ยวที่อื่นต่อวันนี้และไปสนามบินตอนเย็น  เราขอแนะนำให้เช็คอินออนไลน์ล่วงหน้าได้ 24 ชม.ก่อนออกเดินทางผ่าน Application Thai Airways เพราะเธอจะประหยัดเวลาในการต่อคิวเช็คอินในสนามบินไปได้เยอะมาก แถมสามารถซื้อบริการเสริมต่างๆ ล่วงหน้าโดยจะถูกกว่าไปซื้อที่หน้าเคาท์เตอร์ แถมใน App ยังมีโปรโมชั่นดีๆ อีกเพียบ ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะโรงแรม บัตรและคูปองสำหรับกิจกรรมต่างๆ ก็มีให้เลือกในราคาพิเศษเต็มไปหมด อย่าลืม! ห้ามเที่ยวเพลินจนลืมเช็คอินออนไลน์ล่วงหน้าไว้ก่อน ไม่ตกเครื่องแน่นอน 😊

เราแวะทานอาหารเที่ยงกันที่ Meena Rice based Cuisine หรือร้านมีนา มีข้าว ร้านนี้กินแล้วจะรู้สึกสวยขึ้นเยอะมาก เพราะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวหรือคนเชียงใหม่ก็ชอบมากินไม่แพ้กัน เป็นร้านบรรยากาศในสวน เป็นบ้านไม้ร่มรื่นสบายๆ เน้นขายข้าวหลากสีที่มีประโยชน์ ที่ทำมาจากข้าวอัญชัน ข้าวกล้องแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวดอกคำฝอย ซึ่งถ้าใครไม่ชอบก็สั่งเป็นบางอย่างแบบเราก็ได้นะ อร่อยไม่แพ้กันเลย และด้านหน้าร้านก็มีกิฟท์ช็อปเล็กๆขายของแฮนด์เมดกระจุกกระจิกน่ารักอีกด้วย

ก่อนตรงไปสนามบินช่วงบ่าย เราแวะเที่ยวที่ตลาดฉำฉา ตลาดแฮนด์เมดน่ารักมากๆ ที่อยู่ในซอยเดียวกับมีนา มีข้าว กินข้าวเสร็จก็ออกมาเดินเล่นช๊อปปิ้งย่อยอาหารได้เลย และของส่วนใหญ่เป็นงานคราฟท์มัดย้อมสไตล์เชียงใหม่แท้ๆ เหมาะสำหรับเป็นของฝากเก๋ได้ ในตลาดก็มีทั้งแบบเป็นร้านถาวรที่เปิดทุกวัน สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ก็พิเศษขึ้นมาหน่อย เพราะจะมีตลาดอาหาร และของขายแบบตั้งโต๊ะเพิ่มสไตล์ตลาดนัดแบบพื้นบ้าน สำหรับใครที่ชอบน่าจะเดินเล่นได้หลายชั่วโมงเลยแหละ

นี่คือทริปเที่ยวเชียงใหม่แบบ Winter Sweet ง่ายๆ เที่ยวง่าย ใช้เวลาแต่ละที่ให้คุ้มค่า เป็น 9 Locations กับ 3 วันในเชียงใหม่แบบชิลๆ ที่ให้เราได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ทั้งกินอาหารดี สูดอากาศและรับพลังดี ที่นอนและบินดีบายต่างกันกับการบินไทย ทริปนี้ของเราเป็นหนึ่งในเส้นทาง 60 เส้นทางความสุข ที่การบินไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อยากชวนทุกคนออกเดินทางในหน้าหนาวนี้ โดยสามารถดูเส้นทางอื่นๆ ทั่วประเทศได้เพิ่มเติมที่ https://www.hellowinter.60เส้นทางความสุข.com ออกเดินทางเที่ยวไทยกับการบินไทยหน้าหนาวนี้เที่ยวฟินและสบายกว่าแน่นอนเพราะค่าตั๋วเครื่องบินที่ถูกกว่า แถมรวมน้ำหนักกระเป๋า อาหาร และเลือกที่นั่งได้ด้วย ในราคาเริ่มต้นที่เที่ยวละ 1,050 บาทเท่านั้น สามารถจองได้โดยคลิกที่นี่เลย 

ออกตามรอยไปไง มาไง กับการบินไทยมาเชียงใหม่หน้าหนาวนี้ให้ฟินกว่าเดิมกันเถอะ 😊

Input your search keywords and press Enter.