Now Reading:

Summer in Barcelona!

เมื่อตอนต้นปีเราพึ่งมาเที่ยวบาร์เซโลนา เพราะเลือกจากประเทศที่อากาศหนาวน้อยที่สุดของยุโรปในช่วงนั้น 555 ความดีงามของแสงแดด ผู้ชาย บรรยากาศและบ้านเมืองช่วงต้นปีที่อากาศหนาวแต่แดดออกและฟ้าสวย ทำให้เราหลงรักบาร์เซโลนาจับใจ เทียบชั้นอันดับหนึ่งเมืองในดวงใจของเราฝั่งยุโรปแบบตามกันมาติดๆ ยังแอบคิดในใจว่า.. ที่เราชอบอาจจะชอบเพราะอากาศมันเย็นรึเปล่าวะ! จนกระทั่งได้กลับมาเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่อากาศร้อนไม่แตกต่างจากบ้านเราก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่า ชอบบาร์เซโลนามากขึ้นกว่าเดิมอีก 😊

รอบนี้เลยพากันมาเที่ยวบาร์เซโลนาแบบหน้าร้อน เดินเล่นบีช กินข้าวผัดสเปน นอนอาบแดดและเดินช๊อปปิ้ง พร้อมดูงานศิลป์ของ Gaudi ที่สวยจนน้ำตาไหลเหมือนเดิม แถมทริปนี้เราเดินทางกับ Galaxy Note10 ที่มาพร้อมลูกเล่นมากมาย รอทำให้การเที่ยวของเธอมีกิมมิคมากขึ้น พร้อมกับกล้องหลายระยะที่ถ่ายสวยกว่าเดิมขึ้นอีกเป็นกอง!

* วีดิโอและรีวิวนี้นำเสนอ Feature ต่างๆ ของ Samsung Galaxy Note10
และภายในเครื่องเท่านั้น ภาพนิ่งที่ไม่ได้ขึ้น Credit ใต้ภาพว่า ‘Capture by Galaxy Note10’
และภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ภายในวีดิโอ ถ่ายทำโดยใช้กล้องอื่น*

จริงๆ ทริปนี้เราบินเข้าบาร์เซโลนาจากทางปารีสเพราะแวะเที่ยวฝรั่งเศสกันก่อน ปัจจุบันไม่มีสายการบินไหนบินตรงจากไทยมายังสเปน แต่เธอสามารถต่อเครื่องของสายการบินไทยที่มีจุดบินหลากหลายทั่วยุโรปมาลงแล้วนั่งเครื่องต่อแค่ประมาณ 1-3 ชั่วโมงมาถึงบาร์เซโลนาหรือมาดริดได้ง่ายๆ เลยหล่ะ

แนะนำว่าขามาให้นั่งเครื่องทางด้านขวามือจะเห็นวิวบาร์เซโลนาและบีชยาวๆ ที่นี่วางผังเมืองกันดีมาก ยามเย็นยิ่งสวย! ที่สำคัญสำหรับการมาเที่ยวหน้าร้อนไม่ว่าจะเมืองไหนก็ตามในยุโรปค่าที่พักและค่าตั๋วเครื่องบินแพงมาก ควรซื้อล่วงหน้านะรวมไปถึงพวกสถานที่ชื่อดังต่างๆ ที่เธอไม่ควรพลาดอย่าง Sagrada Familia ก็ควรซื้อล่วงหน้าก่อนมาเที่ยว ไม่งั้นอดดูแน่ๆ

เรามาเริ่มเที่ยว บาร์เซโลนา ช่วงหน้าร้อนกันแบบสนุกๆ และมีสีสันกันซัก 3 วันกับ Galaxy Note10 กัน!

 

Beach Shopping and Market!

วันแรกเรามาถึงช่วงบ่าย ตอนแรกก็กลัวจะเหลือเวลาเที่ยวน้อยแต่อย่าลืมว่ายุโรปหน้าร้อนพระอาทิตย์ตกตอน 3 ทุ่ม! เพราะฉะนั้นออกบ่ายก็เหมือนออกเช้าอยู่ดีนั่นแหละ เราตั้งต้นด้วยการไปเดินเล่นที่ La Rambla ย่านช๊อปปิ้งและซื้อของฝากชื่อดังของบาร์เซโลนา แต่ภายในย่านนี้มีตลาดเหมือน Flea Market ขายขนม อาหาร และผลไม้ถูกๆ ซ่อนอยู่เรียกว่า La Boqueria เราแนะนำว่าถ้ามากับเพื่อนหลายๆ คนแบบเราควรมาฝากท้องกันที่นี่เพราะจะได้ไม่ต้องเถียงกันว่าเธออยากกินอะไร / ชั้นกินอะไรก็ได้ / ชั้นก็กินอะไรก็ได้ 5555 ซึ่งอะไรก็ได้ไม่มีจริง แต่ที่นี่อาหารหลากหลายให้เธอเลือก มีทั้งแบบซื้อแล้วเดินกินเอา หรือจะนั่งร้านก็ได้ อาหารสด อาหารทะเล ผลไม้และอาหารท้องถิ่นเพียบ! ลองเลือกเดินดูได้หลายๆ ร้าน เอาร้านที่ถูกใจและราคาไม่แพงมีอยู่เยอะเลย เอ้อออ! อย่าลืมลองกินข้าวผัดสเปนหรือ ปาเอลย่า (Paella) Signature Menu ของสเปนเค้าเลยหล่ะ

กินอิ่มแล้วเธอสามารถเดินช๊อปปิ้งไปเรื่อยๆ บนถนน La Rambla เพื่อทะลุไปแถวๆ บริเวณชายหาดริมทะเลก็ได้ แต่ถ้ากลัวเหนื่อย แนะนำให้นั่งบัสไปได้เลย หาจาก Google Map ว่า Barceloneta Beach มีรถบัสหลายสายผ่านและนั่งประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วไม่ต้องเดินให้เมื่อยเลย

เราเริ่มต้นเดินเล่นริมชายหาดกันตรง La Estrella Herida ซึ่งเป็น Street Art Installation ตั้งอยู่บนหาดเลย รูปทรงแปลกประหลาดที่เหมือนตึกแต่ละชั้นไม่เท่ากันเป็นเส้นตรง สร้างขึ้นโดยศิลปินชาวเยอรมัน ซึ่งเราไม่รู้ความหมายเหมือนกันว่าคืออะไร แต่รูปทรงที่แปลกประหลาดนี้ทำให้ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องถ่ายไว้ซักหน่อย

Barcelona Beach คือสิ่งดีงามและควรค่าแก่การมาเยือนที่นึงของโลก เพราะทำให้ใจเต้นแรง อ่อนระทวยและตาร้อนผ่าวๆ ความแซ่บของกล้ามหนุ่มสเปน ทูพีชตัวจิ๋วของสาวคาตาลัน ทำให้เอเชียนลุคอย่างพวกเราดูเหงาไปเลย 555555555 ที่เราบอกว่าชอบ บาร์เซโลนาเพราะบรรยากาศ พอมาเห็นบีชรอบนี้ยิ่งตอกย้ำเข้าไปใหญ่ว่าเราชอบที่นี่จริงๆ ไม่ได้ชอบเพราะอากาศหนาว แต่หน้าร้อนที่นี่ก็แซ่บไม่เบาเล๊ยยย

Galaxy Note10 สี Aura Glow ก็เหมาะมากกับประเทศร้อนๆ และแดดจัดแบบนี้เพราะด้านหลังเปลี่ยนได้หลายสี สวยจริงนอกจากเซลฟี่ด้านหน้าสวยและคมชัดแล้ว กางแขนให้สูงและสุดมือ มีคนรอดูมือถือสวยๆ ของเราอยู่ 😉 เราใช้เวลาเดินเล่นนั่งคุยกันเพลินๆ พร้อมเครื่องดื่มเย็นที่ถือติดมือไว้ด้วย เป็นโมเม้นท์และบรรยากาศที่หาได้ยากมาก เพราะเวลานั้นคือเกือบจะ 3 ทุ่มแล้วแต่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เราทิ้งแพลนที่จะไปที่อื่นแล้วต่อทันทีแล้วเปลี่ยนมาเป็นขอแค่นั่งมองพระอาทิตย์ดวงตาลับสายตาไปพร้อมกับ Barcelona Beach ก็แฮปปี้แล้ววันนี้

 

All Day Sunny Day!

ข้อดีของการเที่ยวหน้าร้อนคือฟ้าสวยทุกวันเลยจ้า เราเริ่มวันที่ 2 ในบาร์เซโลนากันที่ Catedral de Barcelona วิหารบาร์เซโลนาที่คนนิยมมาทำพิธีมิสซากันที่นี่ เราแนะนำว่าควรไปช่วงตั้งแต่บ่าย 2 เป็นต้นไปเพราะโบสถ์กิจกรรมค่อนข้างเยอะและช่วงเช้ามักปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม เราไปถามมาเค้าบอกว่าช่วงบ่ายส่วนใหญ่จะเปิดตลอด รอบนี้เราไม่ได้เข้าไปชมด้านในเพราะปิดทำพิธีฯ เลยเดินอ้อมไปเที่ยวด้านหลังของโบสถ์แทนซึ่งเปิดให้เข้าได้ตลอดทั้งวันแถมตรงกลางเป็นสวนสวยมีเจ้าเป็ดหรือห่านที่แหละเดินเล่นรอบๆ ถ้ามีขนมติดไม้ติดมือสามารถให้มันกินได้นะ

รอบๆ Catedral de Barcelona ก็มีสถาปัตยกรรมสวยๆ เยอะมากให้เดินถ่ายรูปได้แบบอลังๆ ยิ่งถ้าใช้ฟีเจอร์ Ultrawide ของ Galaxy Note10 ก็ยิ่งสวยเหมือนภาพด้านล่างนี้ที่เราถ่ายมา

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

อย่าลืมเดินไปถ่ายรูปกับ El Pont del Bisbe (Bishop’s Bridge) ด้วยนะ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่เลย!

la Pedrera (Casa Milla) 

พูดถึงบาร์เซโลนาจะไม่รู้จักชื่อนี้ไม่ได้เลยคือ Antoni Gaudi พ่อมดแห่งวงการสถาปัตย์ ที่เค้าเชื่อว่าเส้นตรงนั้นสำหรับมนุษย์ ส่วนความโค้งเว้าต่างๆ นั้นสำหรับพระเจ้า ผลงานของเค้าเลยเป็นสถาปัตยกรรมแบบไม่มีเส้นตรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยในยุค 20’s หลายๆ คนเคยมองว่า Gaudi มันบ้า! มันสร้างอะไรของมันวะ! แต่ปัจจุบันผลงานของเค้าได้ถูกยกย่องว่านี่คือศิลปินเอกของโลก ที่ผู้คนต่างหลั่งไหลมาบาร์เซโลนาเพื่อมาดูผลงานของพ่อมดแห่งวงการสถาปัตย์คนนี้! (อ้างอิงจากรีวิวเดิมที่เราพึ่งมาเที่ยวที่นี่เมื่อตอนต้นปี 2019)

ที่แรกที่เรามาคือ la Pedrera (Casa Milla) ถ้ามาหน้าร้อนควรมาช่วงเย็นๆ เป็นต้นไปเพราะที่นี่ปิดให้เข้ารอบสุดท้ายประมาณ 1 ทุ่ม ช่วงเช้าทัวร์จะลงเยอะมาก แต่ช่วงเย็นนั้นโล่งพอสมควรทำให้ถ่ายรูปกันได้ง่าย และยันยืนยันคำเดิมว่าค่าเข้าสถานที่พวกนี้แพงมาก ควรเตรียมเงินมาอย่างน้อยๆ 5,000 บาทสำหรับการเข้าชมหลายๆ ที่ของ Gaudi ประวัติคร่าวๆของที่นี่คือ Mr. Pere Milà อยากจะสร้างบ้าน เลยให้ Gaudi มาออกแบบให้พ่อมด Gaudi นี้นางเป็นคน หลงไหล และอินกับธรรมชาติทั้งหมด ความโค้งเว้าจากใบไม้บ้าง ผนังจากเปลือกต้นไม้บ้าง หรือแรงบันดาลใจจากแมลงต่างๆ ถูกสร้างออกมาเป็นบ้านหลังนี้ ปัจจุบันที่นี่ก็ยังเป็นอพาร์ทเมนต์ที่มีคนอาศัยอยู่จริงๆ แต่ไฮไลท์ของมันคือดาดฟ้าที่ๆ Gaudi สามารถปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้เต็มที่ เป็นศูนย์รวมปล่องแบบน่ารักเต็มไปหมด แนะนำเลยว่าควรขึ้นมาดู มันน่ารักมาก

อีกที่นึงคือ Casa Batllo คอนเซปต์ของที่นี่คือความสนุกสนานที่เราเห็นด้วยจากการมองภายนอก มีสีสันมากกว่าที่แรก ความเก๋ของที่นี่คือการเดินไปในที่ต่างๆ ของบ้านพร้อมเจ้า Audio Guide ที่มี Visual 3D บอกเราคอนเซปต์ต่างๆ ภายในบ้านเช่น โถงด้านล่างออกแบบให้เหมือนใต้ท้องทะเล ราวจับบันไดเป็นเหมือนคลื่น หรือทำหน้าต่างและบานเกร็ดให้เป็นเกล็ดปลา ซึ่งยังคงเส้นคงวาความมีเส้นโค้งไม่มีเส้นตรงของ Gaudi ได้เป็นอย่างดี

เราชอบมากที่สุดของที่นี่คือโถงตรงกลางที่ให้ไฟสามารถส่องลงมาได้ เข้าใจว่าสมัยก่อนน่าจะยังไม่มีไฟฟ้าใช้การทำให้บ้านสว่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น แต่ความประณีตด้วยการตกแต่งด้วยเซรามิคสีฟ้าหลายๆ ชั้นมันสวยมากจริงๆ เวลามองจากด้านบนลงมาหรือมองจากด้านล่างขึ้นไป เป็นมุมที่คนถ่ายรูปเยอะไม่แพ้กันเลย รวมไปถึงดาดฟ้าของที่นี่มีสีสัน น่ารักมาก

ด้วยความที่ทริปนี้เราตั้งใจมาไกลเพื่อทดสอบความดีงามของ Galaxy Note10 จากที่ลองใช้มาหลายวันแล้วเราชอบตัวเครื่องมากของสี Aura Glow ที่เหมือนถือแม่งปริซึมแล้วมีสีรุ้งสะท้อนออกมาเวลาโดนแดด ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องภายนอกที่สวย แต่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่พัฒนามาเพิ่มขึ้นก็ดีไม่แพ้กัน ถ้าดูในวีดิโอของเราด้านบนจะเห็นว่า Live Focus มี Effect มากขึ้น ทำพื้นหลังละลายได้ทั้งภาพนิ่งและวีดิโอ หรือเจ้า Super Steady ที่เราสามารถวิ่งไปถ่ายไปได้แต่ภาพที่ออกมาก็ยังคมชัดนี่คือข้อดีของ Galaxy Note10 เพียงส่วนหนึ่งที่เธอควรมีไว้ซักเครื่องแล้วชีวิตการเดินทางจะสนุกขึ้นกว่าเดิม ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูวีดิโออีกรอบสิ!

Before you say Goodbye!

Park Güell คือสวนที่เราชอบมากที่สุดตั้งแต่เดินทางเพราะมันน่ารักและสวยมาก แถมค่าเข้าชมก็ถูกกว่ามากที่อื่นๆ เป็นเท่าตัว เราขอแนะนำให้มาที่นี่ตั้งแต่เปิดคือตอนประมาณ 08.00 น. เพราะคนจะยังไม่เยอะมาก แต่ถ้าเธอตื่นไหวและเช้ากว่านั้นได้ เธอสามารถเข้าชมได้ฟรีก่อน 8 โมงเช้าด้วยนะ Park Güell สร้างโดย Gaudi เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เน้นงานกระเบื้องโมเสคเอามาประติดประต่ออย่างสวยงามทั่วทั้งสวน ที่นี่เป็นมรดกโลกด้วย ไฮไลท์ของมันไม่ใช่อะไรใหญ่โตแต่เป็นเจ้าน้ำพุมังกรน้อยหรือ Dragon Mosaic หรือที่ทุกคนเรียกกันว่าเจ้า El Drac แล้วมายลโฉมความน่ารักของมัน ที่นี่เราจะเห็นวิวเมืองบาร์เซโลนาทั้งเมืองอีกด้วย คนไทยชอบเรียกที่นี่ว่าบ้านขนมปังขิง เพราะมีอาคารหลังนึงรูปทรงเหมือน

ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ Alfons X ที่เธอต้องไปขึ้นรถบัสฟรีตอนขาไปหรือขากลับจาก Park Güell มีร้านอาหารอร่อยร้านนึงที่ไม่ไกลมากอยู่ในระยะเดินถึงชื่อ SOCO Gracia เป็นทั้งคาเฟ่และขายอาหารเช้า กลางวัน และเย็น แต่ทุกอย่างจะเริ่มขายตามเวลาเท่านั้น เช่นอาหารกลางวันจะเริ่มให้สั่งได้ตอนประมาณบ่ายโมง เพราะคนบาร์เซโลนากินข้าวแต่ละมื้อช้ามากกก อาหารที่นี่ไม่แพงเลย ร้านไม่พลุกพล่าน แนะนำมานั่งทานกันซักวันนะ

ใกล้ๆ กันในระยะเดินถึงจากร้าน SOCO Gracia คืออีกที่เที่ยวนึงที่พีคมากชื่อ Recinte Modernista de Sant Pau ที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลเก่ามาก่อนแล้วนำมาบูรณะใหม่ให้กลายเป็นมิวเซียมสวยๆ ตกแต่งแบบศิลปะอาร์ตนูโว เราชอบนะเพราะถ้าเทียบกับที่เที่ยวอื่นๆ แล้วที่นี่คนน้อยมาก แต่สวยและอลังไม่แพ้กันเลย ทั้งสตาปัตยกรรม งานกระจก กระเบื้องโมเสค สีสวยๆ ทั้งนั้นจนทำให้มันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย แนะนำว่าให้เผื่อเวลาซัก 1 ชั่วโมงเดินชมที่นี่ คุ้มค่ามาก

อาหารที่เรา A Must มากๆ สำหรับการมาสเปนนอกจาก ข้าวผัดสเปนแล้วคือ Tapas ของว่างชิ้นเล็กๆ พอดีคำที่หยิบมาทานกันให้อยู่ท้องได้ทั้งวัน มีหน้าต่างๆ มากมาย เช่นหน้าปูอัด หน้าตับห่าน กินคู่กับขนมปังและมะกอกดอง เป็นเหมือนอาหารประจำชาติของสเปนอีกอย่างนึง เหมือนคนญี่ปุ่นชอบกินซูชิ คนจีนชอบกินติ่มซำ สเปนก็มี Tapas นี่แหละค่ะ อร่อย และด้วยความที่บาร์เซโลนาติดทะเล อย่าลืมสั่งหอยนางรมหรือหอยแมลงภู่สดๆ ทานกันด้วยนะ หวาน เนื้อแน่น แซ่บมาก

Sagrada familia คือไฮไลท์ของเมืองบาร์เซโลนาที่ทั้งโลกใจจดใจจ่อเฝ้ารอมันสร้าเสร็จเพราะนี่คือผลงานการก่อสร้างที่ยาวนานมากว่า 130 ปีและยังคงสร้างอย่างต่อเนื่อง! นี่เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ  Gaudi เพราะตั้งแต่ที่เค้าเริ่มคิดที่จะก่อสร้างก็มุ่งมั่นให้กับผลงานชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวจนเสียชีวิต ข้อควรแนะนำสำหรับคนที่จะมาที่นี่คือ .. จองล่วงหน้าเท่านั้นโดยเฉพาะหน้าร้อนที่ใครๆ ก็มาเที่ยวเธออาจจะพลาดเข้าชมด้านในได้ง่ายๆ เพราะเค้าจำกัดจำนวนคนเข้าชมต่อวันด้วย

ความอลังการของที่นี่อยู่ที่ผนังและเพดานทั้งหมด ทุกๆ อย่างที่เขาสร้างขึ้นมานั้นมีความหมายอย่างลึกซึ้งนั่นคือการใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โอ้ยยย พูดแล้วขนลุกนะคะคุณ!  แถมยังไม่มีเส้นตรงเลยซักนิดเพราะอย่างที่เราบอกไว้แต่แรกว่าเส้นตรงนั้นสำหรับมนุษย์ ที่นี่คือโบสถ์เพราะฉะนั้นส่วนโค้งเว้าต่างๆ นั้นเพื่อพระเจ้า!  แนะนำให้มาที่นี่ช่วงบ่ายแก่ๆ ใกล้พระอาทิตย์ตกดินเพราะมันเปี่ยมไปด้วยพลัง แสงแดดที่สาดกระจกสีเข้ามาทำให้ข้างในโบสถ์นั้นระยิบระยับเป็นประกายน่าค้นหา และเธอจะต้องขอบคุณตัวเองที่ได้มาดูอะไรแบบนี้

ภายนอกของ Sagrada Familia พอมาดูใกล้ๆ ก็พบรายละเอียดที่น่าทึ่งมาซ้ำรอบที่ 2 -3 ก็อาจจะเก็บไม่หมด เพราะรายละเอียดเยอะแบบเยอะมากๆ จนตกใจในความพิถีพิถัน เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันไม่เสร็จซักที เพราะอาจจะต้องซ่อมแซมไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ส่วนด้านล่างของมหาวิหารแห่งนี้คือพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวของการก่อสร้าง

เพราะบาร์เซโลนาคือเมืองที่มีชีวิตสำหรับเราจริงๆ เราเลยไม่เบื่อและไม่เคยรู้สึกเสียดายที่ต้องมาเที่ยวที่ซ้ำๆ ในที่ไกลบ้านขนาดนี้ มันเป็นเมืองที่มีความเป็นเมืองที่กลมกล่อม ทั้งงานอาร์ต ย่านช๊อปปิ้ง และทะเลสวยๆ ในหน้าร้อน มันคือเมืองที่เธอสามารถหากิจกรรมดีๆ ที่จะเติมเต็มทริปของเธอให้ดีขึ้นได้ทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อันตรายเลย ตามสไตล์ของเมืองใหญ่พวกเธอต้องรู้จักระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ ไม่ประมาทและมีสติในการเดินทางกันด้วยนะคะ

และสำหรับทริปนี้ที่เราเดินทางพร้อมๆ กับ Galaxy Note10 มันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางนั้นสามารถเติมเต็มให้มันสนุกมากขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Note10 แบบไม่หยุดยั้ง เมื่อมันสามารถสามารถไปกับพวกเราได้ทุกที่จริงๆ ทั้งตัวเครื่องที่ดีไซน์ทันสมัย และสวยงาม และฟีเจอร์ด้านในที่ทำให้เราสนุกกับการบันทึกเรื่องราวใหม่ๆ Note10 ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนนึงในการเดินทางของเราเหมือนเดิม และภาพด้านล่างเหล่านี้เราถ่ายด้วย Galaxy Note10 😊

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Captured by Galaxy Note10

Input your search keywords and press Enter.