ความใฝ่ฝันอย่างนึงของเราในการทำเพจคือการเดินทางไปรับเครื่องบินลำใหม่ซักลำจากโรงงานที่ผลิตแล้วนั่งเครื่องลำนั้นแบบสวยๆ กลับมายังบ้านเกิด แค่หลับตาคิดก็ฟินแล้ว
เพราะชีวิตนี้คงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องซื้อเครื่องบินเก็บไว้ที่บ้าน พูดง่ายๆ คือไม่มีปัญญานั่นแหละ 5555 เพราะฉะนั้นเราบอกกับตัวเองตลอดว่า.. ถ้ามีโอกาสและมีคนชวนไปจะไม่ปฏิเสธทริปในฝันครั้งนี้เลย และมันก็เป็นจริงนะจ้ะว่าไม่ได้ เพราะเราพึ่งได้รับเกียรติจากการบินไทย เชิญไปรับเครื่องบินใหม่ลำล่าสุดอย่าง 787-9 ถึงโรงงานโบอิ้ง
ที่เมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา รอบนี้เลยขอแยกรีวิวเมืองซีแอตเทิลไว้อีกพาร์ท แต่พาร์ทนี้ขอเป็น Airplane Nerd เล่าแต่เรื่องเครื่องบินล้วนๆ ก่อนละกันนะ :)

เรามีโอกาสไปส่วนหลักๆ ในโรงงานโบอิ้งถึง 2 ส่วนคือที่ Boeing Customer Experience Center ที่นี่เป็นศูนย์สำหรับรับรองลูกค้าของโบอิ้งที่ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาชม ความเจ๋งของที่นี่คือมีห้อง Mock Up เครื่องบินพาณิชย์ทุกรุ่นของโบอิ้งขนาดเท่าของจริงที่เราสามารถเดินเข้าไปดู ไปนั่ง ไปปรับเบาะเอนนอนได้จริงๆ


ห้อง Mock Up เหล่านี้ยังเป็นเหมือนการขายของกลายๆ คือเป็นตัวอย่างให้ลูกค้า ซึ่งก็คือสายการบินทั้งหลายนี่แหละมาเลือกดูว่าอยากได้ที่นั่งแบบไหนให้เหมาะกับเครื่องบินโดยสารในฝูงบินของตัวเอง มีทั้ง Economy, Business และ First Class ส่วนตัวเราชอบ First Class บนเครื่องบิน 747 มากที่สุด เพราะนี่คือเครื่องบินที่สวยที่สุดในสายตาเรา เป็น Queen of the skies ที่แท้จริง ดูที่นั่งในห้อง Mock Up ของ 747 ซะก่อน เก๋ซะไม่มี จะนั่งดูทีวีก็สะดวก หรืออยากเหยียดหลังก็ทำได้ โอ้ยยย ขอให้ได้นั่งของจริงซักครั้งในชีวิต


แถมยังมี Flight Simulator ให้ลองขับด้วยนะ จำลองสถานการณ์เป็นนักบินด้วยตัวเอง เราก็ไปลองเล่นมาเหมือนกัน เครื่องโหม่งพื้นทั้ง 2 รอบเลยจ้า 555555

 


และส่วนที่เราตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุดสำหรับทริปนี้คือ Boeing Everett Factory โรงงานหลักที่ใช้ผลิตเครื่องบินโบอิ้งที่บินอยู่ทั่วโลกตอนนี้ แถมยังเป็นโรงงานที่ได้บันทึก
จากกินเนสบุ๊คว่าเป็นโรงงานและอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก กะด้วยสายตาคร่าวๆ มันก็ใหญ่จริงๆ เพราะด้านในใช้ผลิตเครื่องบินมากถึง 4 รุ่นด้วยกันคือ 777 , 747 , 767 และ 787

ขับผ่านด้านหน้าโรงงานก็ต้องตะลึงกับความใหญ่โตของที่นี่ แถมยังเพ้นท์ภาพเครื่องบินรุ่นต่างๆ ชวนฝันไปอี้กกกก


ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วคนทั่วไปสามารถเข้ามาทัวร์ชมโรงงานได้ และห้ามถ่ายภาพโดยใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง แต่รอบนี้เรามากับการบินไทย ทำให้มีโอกาสหลายๆ อย่างมากขึ้น เช่นการถ่ายรูปนี่แหละ


หลายๆ คนอาจจะคิดว่าเครื่องบิน 1 ลำมีส่วนประกอบเป็นล้านๆ ชิ้น มันสามารถประกอบเสร็จที่เดียวได้เลยรึป่าว? บอกเลยว่าไม่ใช่ ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องบินถูกผลิตขึ้นในหลายๆ ที่ทั่วโลกทั้งจากโรงงานโบอิ้งเองในรัฐหรือเมืองต่างๆ หรือจาก Supplier ทั่วโลก เท่าที่เราได้ยินในเอเชียก็จะมีที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน


เมื่อส่วนประกอบต่างๆ ถูกขนมาที่ Everett บางชิ้นก็ใหญ่มากๆ เช่นลำตัวของเครื่องบินหรือเครื่องยนต์ บริษัทรวยๆ แบบโบอิ้งเค้าก็จะใช้เครื่องบินขนกัน แต่ไม่ใช่เครื่องบินธรรมดาเพราะต้องใช้เครื่องบิน สำหรับขนเครื่องอีกที ถ้าฝั่ง Airbus มีเจ้า Beluga ฝั่ง Boeing ก็ไม่น้อยหน้าเพราะมีเจ้า Dreamlifter ลำใหญ่ที่คอยบินขนส่งส่วนประกอบเครื่องบินนี่แหละ
โชคดีตอนที่เราไปเจอลำนึงกำลังแลนด์ดิ้งลงมาพอดี

เครื่องบินทุกลำที่มาอยู่ในโรงงานนี้คือ Final Assembly Line คือขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะนำเครื่องไปบินทดสอบจริงๆ เค้ก็จะเริ่มจากด้านในสุดค่อยๆ ประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วก็เขยิบเดินหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ มาประกอบต่อในส่วนต่อไป จนขั้นตอนเกือบสุดท้ายก็ประกอบเครื่องยนต์และติดที่นั่งด้านในห้องโดยสาร ก่อนที่จะออกประตูใหญ่ๆ ที่เราเห็นก่อนจะเข้ามา นั่นคือประตูทางออกของเครื่องบินที่ประกอบเสร็จแล้ว ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกภาพเด็กน้อยในโรงอาหารถือถาดหลุมแล้วเดินตักข้าว ตักแกง ตักของหวาน นั่นแหละขั้นตอนของเครื่องบินมันก็แบบนั้นจนเป็นอะไรที่สมบูรณ์ที่สุด น่าทึ่งมากจริงๆ


ช่วงที่เราไปไลน์การผลิตของ 787 เรียงตามลำดับคือ Qantas, Etihad, Korean Air และ Hongkong Airlines อยู่ลิบๆ แสดงว่า 4 ลำนี้ลำที่จะเสร็จอันดับแรกคือ Qantas เป็นต้น

THAI’s Boeing 787-9 Dreamliner

 

มาถึงพระเอกของทริปนี้กันบ้าง ได้มีโอกาสมาไกลถึงซีแอตเทิลก็เพราะเจ้าลำนี้นี่แหละ นี่คือ Boeing 787-9 Dreamliner ลำที่ 2 ของการบินไทย นามพระราชทาน “พรหมบุรี”
ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินแบบ 787-8 Dreamliner ทั้งหมด 6 ลำ และ 787-9 อีก 2 ลำ เป็นเครื่องบินพิสัยไกลที่สุดในฝูงบินของการบินไทยด้วยนะ


บางคนอาจจะงงๆ ว่าเครื่องบินนั่งลำไหนก็เหมือนกัน จริงๆ แล้วแต่ละลำ แต่ละรุ่นมีเสน่ห์และความพิเศษแตกต่างกันออกไป เราขอยกตัวอย่างง่ายๆ ซัก

 

5 ข้อที่ทำให้เพื่อนๆ หลงรักและอยากลองนั่ง 787-9 Dreamliner ของการบินไทยซักครั้ง!

 


1. ถ้าเป็นสาวกชั้นธุรกิจของการบินไทย 787-9 ลำนี้มาพร้อมด้วยที่นั่งแบบ Full Flat Bed คือปรับเอนราบได้เหมือนเตียงนอน และจัดที่นั่งแบบ 1 -2- 1 ทำให้ทุกๆ ที่นั่งมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก มีทางเดินเข้าออกเป็นของตัวเอง และมีทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง พร้อมปลั๊กไฟและที่เสียบ USB ให้เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง


2. ส่วนชั้นประหยัดก็น้อยหน้าซะที่ไหน จัดเรียงที่นั่งแบบ 3 – 3 -3 ความกว้างและความยาวของเบาะก็ถูกปรับมาในขนาดที่พอเหมาะสำหรับการนั่งสบายๆ ในไฟลท์ยาว จอทีวีส่วนตัวก็ยังมีทุกที่นั่ง แถมใหญ่ด้วยนะ ถ้าเบื่อๆ 787-9 ลำนี้ก็มาพร้อมกับ Wifi Onboard อีกต่างหาก


3. “ทุกที่นั่งคือ Windows Seat” เพราะเครื่องลำนี้มีขนาดหน้าต่างที่ใหญ่กว่าเดิมทำให้คนที่นั่งแถวตรงกลาง ชะโงกหน้าออกไปก็ยังเห็นวิวที่สวยงามของท้องฟ้าด้านนอก และสิ่งที่เราชอบที่สุดในเครื่องบิน Dreamliner คือมันไม่ต้องปิดหน้าต่างขึ้นๆ ลงๆ เคยเป็นมั้ยเวลาเดินทางนานๆ จะชอบมีคนคอยเปิดขึ้นเปิดลงแล้วแสงมันแยงตา แต่ 787-9 ลำนี้ก็เหมือนกับ Dreamliner ทุกๆ ลำคือเป็นม่านหน้าต่างไฟฟ้า ปรับความเข้มได้ถึง 5 ระดับ มองเห็นด้านนอกได้ชัดเจนแถมไม่รบกวนคนอื่นอีกด้วย

 

4. “อากาศบนเครื่องสดชื่นเหมือนยืนบนไหล่เขา”  เพราะเครื่องบินลำนี้มีค่าความกดอากาศภายในและภายนอกลำตัวเครื่องที่ทำได้ดีกว่าเครื่องบินรุ่นอื่นๆ ทำให้มันสามารถรักษาความกดอากาศและความชื้นภายในห้องโดยสารได้มากขึ้นโดยไม่เป็นอันตรายต่อตัวเครื่อง เราจึงรู้สึกไม่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ปากไม่แห้ง ตาไม่แดง ผิวไม่เสีย เพราะอากาศที่อยู่บนเครื่องใกล้เคียงกับอากาศบนพื้นตลอดการเดินทาง ลงเครื่องปุ๊ปเที่ยวต่อได้ทันที


5. รักษ์โลกมากเป็นพิเศษ เพราะควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ลดการสั่นสะเทือนเมื่อต้องบินผ่านสภาพอากาศแปรปรวน แถมด้วยตัวเครื่องยนต์ยังออกแบบฟันปลา
Chevron Nozzle แสดงว่าเสียงเครื่องยนต์ที่ดังทั้งข้างนอกและข้างในจะเบาลง ไม่หนวกหูเท่าเดิมแถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

แต่สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือ Mood LED Lighting ที่ปรับแสดงได้หลายเฉดสี ทำให้ผ่อนคลาย สวยงามและไม่แสบตาอีกด้วย

เราออกเดินทางจาก Boeing Delivery Center สนามบิน Paine Field ที่เป็นสนามบินสำหรับการรับส่งและทดสอบเครื่องบินของโบอิ้งในเมือง Everett พร้อมกับเป็นผู้โดยสารชุดแรกของการบินไทยที่ได้มีโอกาสโดยสารเครื่องบินแบบ 787-9 Dreamliner ลำที่ 2 ของการบินไทย นามพระราชทานพรหมบุรี กลับกรุงเทพ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ บินตรงประมาณ 16 ชั่วโมงถึงไทยอย่างปลอดภัย ไม่ต้องแวะที่ไหนเลย เพราะนี่คือเครื่องบินพิสัยไกลที่สุดในฝูงบิน ไม่แน่นะเราอาจจะเห็นการบินไทยกลับมาบินตรงเข้าอเมริกาอีกครั้งเร็วๆ นี้ก็ได้


การบินไทยยังคงทยอยปรับปรุงห้องโดยสารให้ทันสมัย รวมถึงการบริการต่างๆ ให้ได้ระดับมาตรฐานสากล นี่คือสายการบินแห่งชาติที่มีโอกาสเมื่อไหร่เราไม่พลาดที่จะนั่ง
เพื่อนๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์แบบ Smooth As Silk กับ 787-9 Dreamliner  โดยจองที่นั่งผ่านทาง thaiairways.com เส้นทาง ไทเป และโอ๊กแลนด์