Now Reading:

More than you think about ‘SAGA’

More than you think about ‘SAGA’

ถ้าพูดถึงเขตแดนใต้ของญี่ปุ่น เมืองแรกๆที่นึกออกกันคงไม่พ้น “ฟุกุโอกะ” แต่สำหรับเรา ฐานะคนที่เคยมาทัวร์รอบๆเขตคิวชูแล้ว มีเมืองนึง ที่แอบปักหมุดไว้ในใจ ว่าอยากจะกลับมาเยือนให้ได้อีกซักครั้ง นั่นคือ “ซากะ”

เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยิ่งรู้จัก ยิ่งพบว่าเสน่ห์นางเหลือล้น ทั้งกิจกรรมงานคราฟต์น่ารักๆที่ชวนร้อง ‘คาวาอี้เดส’ ทั้งวิวระดับล้านที่อยากตะโดนว่า สุโก้ย! และอาหารหลากหลายที่ต้องอุทาน พร้อมทำหน้าฟินแบบเขินๆ ว่าโออิชิ!

received_1432923746723511

การเดินทางในซากะ ให้สะดวกที่สุดคงไม่พ้น การเช่ารถขับ ซึ่งไม่ได้ยากลำบากอะไร เพราะขับทางเดียวกับบ้านเรา และมี GPS ครอบคลุมทุกที อยากไปจุดไหน ก็ถามพี่กู(เกิ้ล)ได้เลย หรือใครอยากเท่ห์ๆ แบบว่า Solo Traveller เน้นคนเดียว แต่จริงๆคือหลอกเพื่อนมาไม่สำเร็จ รถไฟ (JR) และรถบัส ก็ครอบคลุมทุกสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน

DSCF3347

ความดีงามของญี่ปุ่นอีกอย่าง คือ คนเขาก็ภูมิใจในการนำเสนอของดี ของเมืองตัวเองมากๆ บางที่มันก็เรียบๆ ออกจะเฉยๆด้วยซ้ำ แต่ถ้าลองได้คุยกับไกด์อาสา เจ้าอาวาส คนขายของแถวนั้น หรือแค่อ่านแผ่นพับก็ได้ จะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ และพบว่าเป็นสถานที่ ที่มีเสน่ห์ ประทับตรึงตราจิตใจอย่างยิ่ง

DSCF2278

เริ่มจากเขต “Karatsu” ที่นี่เป็นเมืองท่า อยู่ทางตอนเหนือของซากะ อยู่ห่างจากสนามบินฟุกุโอกะ เพียงแค่ 2 ชั่วโมง แน่นอนว่าคนจริงอย่างเรา ต้องเปิดทริปด้วย “ของกิน” และจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากของเด็ดประจำจังหวัด อย่าง “ปลาหมึกโยกุโบะ”

20160822_110738

หรือเราเรียกเอง ว่า ปลาหมึกดึ้บ เพราะเนื้อมันเด้งดึ้บๆ ทั้งหวาน กรอบ อร่อย ไม่คาวเลย จุดเด่นอยู่ตรงวิธีทำ คือเค้าก็จะเอาปลาหมึกที่จับได้สดๆ ไปแล่กันแบบงานละเอียดถึง 40 แฉกต่อตัว ใครอยากจิ้มโซยุก็จิ้ม หรือไม่จิ้มก็ยัด ส่วนคนไม่นิยมของดิบ ทางร้านเค้าใจดี เอาไปทำเป็นเทมปุระ หรือย่างเกลือให้ได้นะ อร่อยเริ่ดไม่แพ้กัน นี่ก็ลองมาหมดทุกอย่าง อร่อยเริ่ดคุณหรีดคอนเฟิร์มค่ะ

DSCF2327

นอกจากอาหาร วิวที่คารัตซึ ถือว่าเด็ดไม่แพ้กัน “Suginohara Farm” เป็นฟาร์มปศุสัตว์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา มองลงมาเห็นวิวทะเลสีฟ้าสดตัดกับทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่ม มีลมพัดโชยๆ แถมวัวที่เดินๆไปมาเนี่ย ก็ไม่ใช่วัวธรรมดานะจ้าา แต่เป็น work in process ของ “Saga Beef” มูลค่าหลายบาท ของดีขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่

DSCF2314

มาเดินถ่ายรูป ก็เพลินดี ไม่มีคนแย่ง หรือโฟโต้บอมบ์แน่ๆ สรุปว่า ใครสายเนื้อแนะนำให้ไปร้านอาหาร แต่ถ้าสายธรรมชาติ อย่าลืมมาถ่ายรูปน้องวัวที่นี่

DSCF2411

ยังคงมาในธีมธรรมชาติกันต่อที่ Hado Cape หรือแหลมฮะโดะมิซะกิ ที่นี่ถ้าใครเคยดูซีรี่ย์เรื่อง Stay Saga อาจจะจำได้ เพราะเป็นหนึ่งในโลเคชั่นถ่ายทำ ที่ๆ พี่ซันนี่ น้องสไปรท์มาเดทกันหวานกุ๊งกิ๊ง มีรูปปั้นรูปหัวใจสีขาวเป็นสัญลักษณ์

DSCF2371

แต่ฮาโดะนี้มีอะไรมากกว่านั้น ขอให้เดินเลยไปอีกหน่อย จะเจอ observatory เป็นหอสังเกตการณ์ที่ยื่นออกไปในทะเล เราสามารถซื้อบัตรเข้าไปให้อาหารปลา และเดินลงบันไดวนไปชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องติดกระจกให้ดูปลาว่ายน้ำกันแบบแนบชิดติดขอบจอ เกร๋มาก

DSCF2408

เพ้อว่าตัวเองเป็น แอเรียลอยู่ใต้น้ำเสร็จแล้ว ลองเดินกลับมาตรงชายหาด มานั่งรับลมเย็นๆ หรือคลายร้อนด้วยน้ำแข็งใส Kakigori หรือถ้ายังหิวอยู่อีก ก็มีร้านขายหอยตั้งอยู่เรียงราย อันนี้ชอบเป็นพิเศษ หอยเป๋าฮื้อ 3 ตัว 500 เยน สดๆเด้งๆ หาที่ไหนได้อีกกกก

ถัดมาอีกฝั่งหนึ่งของเมือง ก็จะเจอปราสาทคาระซึโจ สัญลักษณ์ของเมืองตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างแม่น้ำ ขับไปเรื่อยๆจะเข้าโซน “ป่าสนจิโนะมาซึบาระ” ที่มีระยะทางยาวกว่า 4.5 กิโลเมตร และใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

DSCF2479

มีร้านรถเข็นอันนึง เด้งสะดุดตาออกมา ว่ามาจอดอะไรอยู่ในนี้ ซึ่งก็คือ “คาระซึเบอร์เกอร์” ที่ขายเบอร์เกอร์แสนอร่อยมากว่า 50 ปี อันนี้ชอบมากเป็นการส่วนตัว ฮี่ๆ

DSCF2500

สุดท้ายไฮไลท์ของคารัทซึ คงไม่พ้นจุดชมวิวบนยอดเขาคะงะมิยะมะ (Kagamiyama Mt.) ที่ซึ่งสามารถมองเห็นทั้งเมืองได้แบบรอบทิศ สวยมากกกก เป็นภูเขา บ้านเรือน ฟาร์ม ทุ่งหญ้า และทะเลสีสวย สลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา

DSCF2517

และคืนนี้ก็ขอพักกาย พักใจกันที่ “Imari Forest Inn” โรงแรมเรียวกังสุดสงบ ดีต่อจิตใจ ที่มีพี่พนักงานคนไทย ใจดีคอยต้อนรับด้วย ไอ่ห้องพักว่าสบายแล้ว เจอบ่อออนเซ็น กับอาหารเย็นที่เป็น “ซากะกิว” เข้าไป อือฮืออ ฟิน นอนหลับสบาย ชาร์ตแบตเต็มก้อนพร้อมออกไปลุยเมืองถัดไป!


DSCF2701

“Okawachiyama” เป็นหมู่บ้านบนเขา ที่เคลมตัวเองว่าเป็นหมู่บ้านที่เริ่มต้นทำเซรามิก แห่งแรกของญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อสามร้อยกว่าปีมาแล้ว ซึ่งสามารถสัมผัสความขลังได้ตั้งแต่ทางเข้า ที่เสา สะพาน ที่ปูพื้น ทุกอย่างทำจากเซรามิกทั้งหมด ไอ่เราแอบอ่านเพิ่มมาว่า สมัยที่งานปั้นเซรามิกบูมมากๆ ช่างทุกคนไม่ได้รับอนุญาติให้ออกจากหมู่บ้าน เพราะเดี๋ยวความลับทางเทคนิคจะรั่วไหล หรือใครอยากออก ก็เหมือนโดนตัดออกจากกองมรดกไปเลย อูวหูวววว ยิ่งใหญ่จังวะ

DSCF2767

แต่พอได้เดินเล่นรอบๆก็ไม่แปลกใจเลย เป็นเราคงไม่อยากออกไปไหนเหมือนกัน เพราะหมู่บ้านนี้อุดมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น มีลำธารไหลผ่าน ยิ่งถ้ามาฤดูใบไม้ร่วง คงสามารถถ่ายเอ็มวีได้เลย สวยมาก

DSCF2676

เราได้มีโอกาสไปชมตัวโรงงานด้วย แอบไปตั้งแต่ขึ้นรูปภาชนะต่างๆ ที่เสร็จแล้วก็ส่งไปในห้องลงสี ซึ่งเป็นห้องที่เปิดเข้าไป แล้วมีเพลงคลอเบาๆ เปิดให้พี่ช่างฟังไป เพ้นท์ไป ดูชิลไปอีก แต่ที่จริงแล้ว การลงสีเป็นงานละเอียดอ่อนมากๆ ต้องใช้สมาธิสูง ลายเส้นนี้เนี้ยบสุดไรสุด

DSCF2893

อย่างที่รู้ๆกันว่า ซากะเค้าขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์ เพราะฉะนั้น แค่หมู่บ้านเซรามิกมันยังไม่สุด ขอไปต่อกันที่ “Gallery Arita” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นแกลเลอรี่ แต่ความเกร๋มันอยู่ตรงที่ ไม่ใช่แค่เปิดให้ชม หรือขายสินค้า แต่ที่ร้านเค้ายังให้คุณลูกค้า เดินเลือกแก้วที่วางโชว์อยู่ แล้วเอาไปสั่งเครื่องดื่มที่คาเฟ่ได้เลยจ้า

โอ้ย ควักเงินยื่นให้แทบไม่ทัน เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เอาใจเราไปเต็มๆ จิบชาไป มือสั่นไป เมื่อได้รู้ว่า แก้วบางชุด ราคาทะลุหลายหมื่นเยน!


กินข้าวเสร็จ ก็มาเดินเล่นกันต่อที่ถนน “Uchiyama” แวะถนนอนุรักษ์ที่คงบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ เดินเพลินๆ ก็จะผ่านศาลเจ้า “Touzan Shrine” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาว Arita เพราะเชื่อว่าจะส่งเสริมการค้า การประกอบอาชีพนั่นเอง

DSCF2848

ความสนุกของทุกศาลเจ้าในญี่ปุ่นที่เราชอบ คือ การได้โยนเหรียญเสี่ยงเซีมซี แล้วเป็นไงหละ….ลำบาก อ่านไม่ออกอีก เพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น แบบตัวคันจิล้วน 555 แต่มีหน้าตาเป็นอาวุธแบบเรา หน้าด้านไปเคาะกระจกให้เจ้าอาวาสแปลให้ซิคะ โดยใบเซียมซีที่นี่ เขาจะเรียงลำดับ จากดีมาก ไปหาแย่สุด ซึ่งถ้ากลางๆ ค่อนไปทางไม่ดีปุ้ปเนี่ย เขาก็จะไม่เอากลับบ้าน ให้ผูกโชคร้ายทิ้งเอาไว้ที่ศาลเจ้าเลย และใบเซียมซีของญี่ปุ่นนี่ไม่ได้ทายให้เรากังวลใจมากกว่าเดิม ถ้ามันไม่ดีก็จะออกแนวแนะนำมากกว่า ไม่มีแบบทำนายว่าผัวจะทิ้ง เมียจะหย่า อะไรรุนแรงแบบบ้านเรา 

DSCF2925

อ่ะ ดื่มด่ำประวัติศาสตร์กันมาเต็มที่แล้ว แหวกแนวแวะชมปราสาทที่โคตรจะฝรั๊งฝรั่งหน่อย ที่ “Arita Porcelain Park” เขาว่าได้อิทธิพลจากเยอรมัน สวยงามไปตามท้องเรื่อง แต่ที่น่าสนใจมากกว่าสถาปัตยกรรมคงจะเป็นโรงเรียนสอนปั้น และเพ้นท์เครื่องเซรามิคที่อยู่ด้านหลัง เขาเปิดให้ลองลงมือทำกันได้ ไม่คิดค่าสอน คิดแต่ค่าอุปกรณ์ รวมเผาแล้วส่งถึงบ้านภายใน 2-4สัปดาห์ คาวาอี้เด้สเน้ๆๆๆๆๆ

DSCF2946

เราขับรถว้าบหนึ่งชั่วโมง เพื่อมาโผล่ที่ “Takeo Shrine” เป็นศาลเจ้าที่โด่งดังเรื่อง “ความรัก” คนที่นกตลอดแบบเรา ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว แวะไปไหว้พระขอ “ผู้” กันหน่อยละกัน ประทับใจที่มีป้ายบอกวิธีอย่างละเอียด เอาใจคนโสดมือใหม่ หัดไหว้พระขอพรมากค่ะ

วิธีก็คือ เดินไปหลังซื้อกระดิ่ง จากบนศาลเจ้าแล้วขั้นแรกก็ให้ มโนที่ถึงผู้ที่หมายปอง ทีนี้ก็คำนับ แล้วเอากระดิ่งไปผูกซะ ผูกเสร็จก็เขย่าๆ แล้วก็คำนับหนึ่งที ตบมือ คำนับอีกที เป็นอันเสร็จ ทีนี้ก็ท่องในใจไป “ขอให้ได้ ขอให้โดน”

DSCF2963

นอกจากนี้ศาลเจ้า Takeo ยังขึ้นชื่อเรื่อง ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นการบูรอายุสามพันปี อันนี้ไม่ต้องไหว้ละนะ ให้ไปถ่ายรูปพอ 555 เขาบอกว่า เป็นต้นไม้ที่มาของแรงบันดาลใจ ให้ Studio Ghibli เอาไปสร้างเป็นบ้านเจ้าโตโตโร่ ตัวการ์ตูนสุดน่าร้ากกกก ขนปุย ตัวอ้วน แฟนๆโตโตโร่ทั้งหลาย ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

DSCF2999

แล้วก็ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นสถานโปรดที่สุดในทริป “Takeo City Library” ใช่จ้าา มันคือ ห้องสมุดประจำเมืองนั่นเอง ความพิเศษที่นอกจากความสวยงาม เพราะใช้ทีมงานสร้าง และออกแบบเดียวกับ T-Site Daikanyama

DSCF3050

ที่นี่ยังเป็นห้องสมุดแห่งแรกของคิวชู ที่ริเริ่มให้มีการเปิดคาเฟ่ เอาน้ำ เอาอาหารมากิน พร้อมกับหยิบหนังสือทั้งโซนเช่า โซนขายมาอ่านไปด้วยได้ ซึ่งเป็นไอเดียที่เวิร์คมากๆๆๆ ขนาดเราไปวันธรรมดา ช่วงกลางวัน คนยังมานั่งเต็มทุกที่เท่าที่สังเกต คนที่นี่ไม่ได้แค่ออกมามานั่งอ่านหนังสือ แต่ใช้เป็นแหล่งแฮงเอาท์กับเพื่อน จะแฟมมิลี่เอ้าท์ติ้ง เอาเด็กมาด้วยก็มีลานของเล่นพร้อม

DSCF3074

ปล.จริงๆแล้ว ที่นี่ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป เราได้รับความอนุเคราะห์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ช่วยประสานงานให้ เพื่อนำมาโปรโมทให้ทุกคนรู้จักกัน : )

20160823_201951

สำหรับกิจกรรมตอนกลางคืนเก๋ๆ นอกจากจิบเบียร์แล้ว ก็มีสวน “Mifunerama Rakuen” ซึ่งปกติเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงกลางวัน แต่เป็นความพิเศษของช่วงหน้าร้อน ที่จะมีการประดับไฟ แล้วเปิดให้เข้าชมสวนกันหลังสองทุ่ม ซึ่งปีนี้พิเศษสุดๆ เพราะมีการแสดงโปรเจคชั่นบนผืนน้ำจาก Teamlab อันเดียวกับที่เคยมาจัดแสดงงานดิจิตอลอาร์ตที่เซ็นทรัลเวิล์ดและงานที่โตเกียวที่เราพึ่งไปมามาเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว (ที่เป็นดอกๆ อะแกรร) ดีงัมมมมม

DSCF3282

อ้อ! อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ “Takeo Onsen” เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะ มีจุดสังเกตุง่ายๆเลยคือซุ้มประตูขนาดใหญ่ด้านหน้า ที่ด้านบนเป็นห้องจัดแสดงรูปภาพ โดยมีคุณลุงชาวญี่ปุ่นคอยทำหน้าที่อธิบายความเป็นมาอันยาวนานของโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างขยันขันแข็ง

DSCF3269

วิธีใช้บริการก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่กดเลือกห้องออนเซนที่ต้องการกับตู้อัตโนมัติด้านหน้า ที่บอกอุณหภูมิน้ำของแต่ละห้องไว้เสร็จสรรพ จากนั้นหยอดเหรียญแล้วรับบัตร เพียงเท่านี้ก็ก็สามารถเอนจอยออนเซ็นร้อนๆได้ตามสบายเล้ยย

DSCF3367

ไหนๆก็มาทั้งทีขอเล่นใหญ่ แปลงร่างเป็นชมพู่อารยา(อย่างงี้ก็ได้หรอ?) ใส่ยูคาตะ เดินตามหาพี่เบิร์ดกันที่ศาลเจ้า Yutoku Inari หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องกลกิโมโน (ซึ่งก็พึ่งรู้จักตอนเจ้าอาวาสบอกนี่แหละ 555) ตัวศาลเจ้าตั้งเด่นอยู่บนภูเขา ยื่นออกมาจากหน้าผาสูง 70 เมตร โดยนักท่องเที่ยวนั้น สามารถเดินขึ้นบันไดแดง รับลมชมวิวกันจนหน้าเงือก แต่วันนี้คอสตูมแน่นไปนิด เลยขอแอบมาขึ้นลิฟต์ ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับคนที่ไม่สะดวกเดินขึ้น

DSCF3379

DSCF3463

สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับเรา คือการที่เจ้าอาวาสเป็นคนลงมาพาเที่ยวเองเลย แถมบัตรเบ่งความเป็นคนไทย ทำให้ท่านใจดี เล่าประวัติว่าที่นี่บูชาเทพเจ้าสามองค์ มีสุนัขจิ้งจอกเป็นองครักษ์ แม้จะเป็นวัดประจำตระกูลอันสุงศักดิ์ของญี่ปุ่น แต่ก็คงความเรียบง่าย ใช้สัญลักษณ์สำคัญของเมืองมาตกแต่ง และมีเซียมซีเป็นภาษาไทยด้วย

DSCF3519

ไหว้พระเสร็จ อย่าลืมแวะเดินเล่นต่อที่ร้านค้ารอบๆ สามารถซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนทางบ้านกันได้ พ่อค้าแม่ค้าที่นี่นั่ลล้าคคคค ใจดี ยิ้มเก่งกันทุกคน ของฝากขึ้นชื่อทีนี่ ก็จะมี ขนมพลุ ที่เราตั้งชื่อให้เอง เป็นถั่วแดงกวนอร่อยมากหวานๆ  และข้าวเกรียบขิงเคลือบนำ้ตาล นั่นเอง

DSCF3594

ใกล้ๆกันจะมีถนน “Hizen-Hama Shuku” เป็นย่านเล็กๆที่ขึ้นชื่อเรื่องการบ่มทำเหล้า แอบไปชิมเหล้ามาแล้ว รับรองว่าหวาน หอม อร่อยจนกลัวว่าอยู่นานกว่านี้ จะกินของเขาหมดเอา นอกจากนี้ที่โรงงานเค้ายังมีไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟรสสาเกด้วย แต่กินละไม่เมา เพราะมีแต่กลิ่น 555

DSCF3701

เอาใจสายแอลกันไปแล้ว ขอเอาใจสายหวานกันบ้าง พวกเรานั่งรถไปต่อกันที่ “Hizen Tsusen Center” แวะมาชิมเซ็ตชา Sencha ซึ่งเป็นใบชาจากเมือง Ureshino ที่นี่เค้าจะคอยสอนให้เราชงชากันแบบออริจินัลเลย มีความจริงจัง จับเวลาเทน้ำกันทุกแก้ว ส่วนเรื่องรสชาติก็จะแตกต่างกันไปตามความเข้มข้นของแต่ละน้ำ ตอนจบแอบหักมุมเล็กๆ ด้วยการให้เราชิมใบชาที่ชงกันไปเมื่อกี๊ แบบกินใบชาสดๆ กับซอสโชยุ ตึงงงงง! อร่อยหวะ ไม่ขมซะงั้น  เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่แปลกดี สนุกด้วย สงนราคา 500 เยน หรือถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ จะลองชงชาแบบ Matcha ที่เป็นชาเขียวที่เราคุ้นเคยก็ได้ จะได้ลองทำตั้งแต่บดใบชา ตีให้เป็นฟอง แลดูโปรเฟชชั่นแนล

DSCF3670

ชีวิตต้องไปต่อกันที่ “Yoshinogari Historical Park” หรืออุทธยานประวัติศาสตร์ เป็นสวนจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในยุคโยะชิโนะงะริ เมื่อสองพันปีก่อน ก็แบ่งเป็นหลายโซน ใหญ่มวาก แบ่งเป็นโซนมนุษย์(เราไปดูอันนี้) โซนพระเจ้า และโซนพิพิทธภัณฑ์ ก็จะจำลองความเป็นอยู่

DSCF3664

ทั้งบ้านที่ทำจากฟาง ขุดหลุมลงไปใต้ดินเพื่อเป็นที่อยู่กันความหนาว มีป้อมสังเกตการณ์ มีกับดักรอบๆเขตบ้าน และถ้าอยากรู้ลึก รู้จริงเรื่องประวัติศาสตร์ สามารถถามไกด์อาสารอบๆได้ หรือใช้ Audio Guide ก็มีบริการเพื่อเพิ่มความอินในการเที่ยวชม

DSCF3751

กลับมาในเมืองซากะกัน เพื่อชมการแสดงแสงสีเสียง ชื่อว่า “Saga Prefectural Light Projection Show” จัดขึ้นบนชั้นดาดฟ้าของตึก City Hall ลักษณะมันก็จะคล้ายๆงาน Projection Art ของ Teamlab แต่เก๋ล้ำไปอีกขั้น ก็ตรงที่เค้าใช้วิวเมืองซากะตอนกลางคืนเป็นฉากหลังแหละ

 

เหยยย…เมก้าเคลฟเว่อ ฉลาดสุดๆ ไอ่เรื่องความสวยไม่ต้องพูดถึง ดูกันเพลิน ดูแล้วดูอีก อัดคลิปกันจนแบตหมดมาแล้วจ้า ที่สำคัญ ฟรีด้วย!!! มันดีมากจริง แต่มีเฉพาะช่วงหน้าร้อน กับอีกทีสิ้นปีเลยนะ

DSCF2504

แล้วทั้งหมดทั้งมวล ก็คือ “Saga” เมืองเล็กๆ ที่สงบมาก ถึงมากที่สุด แต่ก็น่ารักไม่หยอก มีกิจกรรม มีจุดเด่น ที่ทำให้หัวใจพองโตในทุกที่ๆได้สัมผัส แตกต่างจากการไปเที่ยวญี่ปุ่นเขตอื่นๆแน่นอน ใครชอบงานคราฟ ใครมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ สงบ และไม่แพง ห้ามมองข้ามที่นี่ด้วยประการทั้งปวง <3


แอบฝาก Facebook ของการท่องเที่ยวซากะ ที่เป็นภาษาไทย ไว้ด้วยละกัน เข้าไปส่องกันได้เลย ช่วงนี้เขามีเล่นเกมส์ ชิงตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พักในซากะ แบบ 3 วัน 2 คืนด้วยนะ เริ่ดมาก ไปเล่นกันนนนน > http://www.asobo-saga.jp/th/campaign/index.html

Input your search keywords and press Enter.