เอะอะๆ ยังไม่ทันจะพูดอะไร ก็ร้องว้าย ร้องยี้กันก่อนแล้ว เวลาเราบอกว่าจะมาเที่ยวเมืองจีน บอกเลยนะว่าจีนรอบนี้จะต้องเปลี่ยนทุกคนที่ร้องยี้กลายเป็นร้องว้าว เปลี่ยนคนที่จะเบะปากและส่ายหน้าบอกไม่อยากไป กลายเป็นมาถามมาอ้อนว่าจองตั๋วทางไหนถูกสุดวะมึง?  เราขอเมาท์จีนรอบนี้โดยเริ่มที่เมืองเบียร์อย่างชิงเต่า การไปเมืองแปลกๆ ในจีนที่เราไม่คุ้ยเคยก็เหมือนตอนอนุบาลที่แม่เริ่มบังคับให้กินผักที่กินเท่าไหร่ก็ไม่ชอบ(แหงหละ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เคี้ยวซักคำ) แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่ไปชิงเต่ามาแล้วอย่างพวกเรา เพราะมันละมุนและเลิศมากกกกก!

เพราะชิงเต่าที่เรารู้จักเป็นเมืองจีนที่ทันสมัยและดูมีระเบียบ เหมือนสาวจีนที่เปลี่ยนจากกินชาอู่หลงมาถามหาชาเขียวเฟรปเป้สลัดความเป็นจีนจ๋าๆ ให้ดูเป็นเมืองที่ชิวมากขึ้น และสะอาดจนตกใจสะกิดถามเพื่อน “มึงงงงง มันไม่เหมือนจีนเลยอะ!.”

 

จากกรุงเทพมีแค่สายการบินเดียวเท่านั้นที่มีบินตามตารางเวลานั่นคือ NokScoot  โดยบินทุกวัน อังคาร พุธ ศุกร์และอาทิตย์ ออกจากดอนเมือง เพราะฉะนั้นถ้าแพลนจะมาเที่ยวชิงเต่าต้องเลือกว่าจะชิวมาก 3 คืน 4วัน(แนะนำ) หรือ 2คืน 3 วัน ทริปสั้นๆ มาสูดอากาศให้สดชื่นเฉยๆ ก็ไม่เลว และ NokScoot ก็บินตรงด้วยเครื่องใหญ่อย่าง 777-200 เครื่องลำตัวกว้าง 2 ทางเดิน ทำให้จะลุกจะนั่งเดินไปเดินมาได้สะดวก แค่ 4 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงชิงเต่าแล้ว แถมสเปซระหว่างเบาะโดยเฉพาะนั่งในโซน Silence ก็กว้างขวาง เอาเป็นว่านั่งติดหน้าต่างถ้าปวดฉี่เดินทำตัวเล็กๆ ก็ไม่ต้องให้คนที่นั่ริมทางเดินลุกเลยก็ได้ เอ้า!

Good to know

แท๊กซี่ประเทศไหนก็หัวหมอเหมือนกันทั่วโลก เอะอะจะเหมา เอะอะอ้างไกล เพราะฉะนั้นจะไปไหนก่อนขึ้นแท๊กซี่เอานิ้วชี้ๆ บอกนางด้วยว่า มิเตอร์นะคะอาแปะ!  จากสนามบินสามารถลงมาเรียกแท็กซี่ได้ที่ชั้น B1  ย้ำอีกทีว่า กดมิเตอร์!”

คืนแรกที่ชิงเต่าเราก็อยากพักสวยๆ ตื่นเช้ามาเหมือนเป็นองค์หญิงกำมะลอ 2017 มีความสุขกับโรงแรมริมทะเลที่วิวสวยมากและสุดลูกหูลูกตาอย่าง Grand Mercure Qingdao Nanshan Resort ที่นี่อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองพอสมควร และมีบ่อน้ำร้อนใกล้ๆ ถ้ามาหน้าหนาวแบบหนาวจัดนี่เป็นอีกโรงแรมเลยที่ควรมาพัก เดินนัวเนียกับแฟน โอบกันไปกันมาไปบ่อน้ำร้อนก็เก๋อยู่ แต่เรามาในธีมเพื่อนสาว และบรรยากาศกำลังสบาย จะออกไปแช่น้ำร้อนจากสบายก็จะกลายเป็นร้อนแทน
เลยเลือกเก็บบรรยากาศกับวิวสวยๆ รอบๆ ก่อนเข้าไปทำให้ชิงเต่าแตกแตนและมีสีสันแน่นอนค่า

 

ขอบอกว่าที่นี่บริการดีมากกกก ดีแบบคาดหวังอะไรก็ได้ตามที่หวัง เหมือนขอพรเลยอะแก๊ 55555 ถ้ามีเวลาก็อยากอยู่ต่อแต่เสียใจว่าแพลนมาแค่นี้จริงๆ เราย้ายมาพักในตัวเมืองชิงเต่าที่ Qingdao Jinshan We+ Holiday Apartment เป็นอพาร์ทเมนต์มาเปิดให้เช่าแบบรายวัน รายเดือน ทำให้ค่อนข้างสะดวก มีคงมีครัวให้เรียบร้อยเผื่ออยากต้มมาม่าหรือคิดถึงรสชาติบ้านเกิดจะเอาหมูหยอง น้ำพริกมาจ้วงกันก็เต็มที่ แถมวิวก็ดี ราคาไม่แรงด้วยนะ นอนกัน 3 คนได้คนละเตียงเลย อยู่ใกล้ๆ กับ Qingdao Olympic Sailing Center เลยด้วย

พอเก็บของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็โบกแท๊กซี่ไป Qingdao German Zongdulou Former Site ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ทำการเยอรมันสมัยที่เข้ามาปกครองชิงเต่า ค่าเข้า 20 หยวนและมาพร้อมกับกฏที่คนอย่างเราต้องร้องไห้เพราะข้างในห้ามถ่ายรูป

ที่นี่ก็จะเล่าเรื่องประวัติต่างๆ ตั้งแต่สมัยที่เยอรมันมาปกครองชิงเต่า แต่… ทุกอย่างภาษาจีนหมดค่ะ! แน่นอนว่าไม่เข้าใจแต่ก็พยายามเดินวมๆ ชมความงามของโต๊ะ เตียง ตะเกียง ไห โคมไฟกันไปเรื่อยๆ เพราะมันสร้างโดยสถาปนิกชาวเยอรมันตั้งแต่ 100 กว่าปีที่แล้ว  เป็นศิลปะวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง Eastern และ Western ดีงามอยู่ ควรมาดู๊

Good to know

อ้ออออ! ทริปนี้ใช้เงินแก้ปัญหาด้วยการนั่งแท๊กซี่ เพราะค่ารถเริ่มต้นที่ 9 หยวนหรือประมาณ 45 บาท ค่ารถรับได้ เพราะรถไฟฟ้าที่นี่ไม่สะดวกเท่าไหร่ และนั่งบัสก็มั่นใจว่าหลงแน่ๆ เลยจบที่แท๊กซี่นี่แหละ google translate กันยาวไปคำต่อคำ มาเที่ยวจีนอย่าขี้เหนียวอะไรจ่ายได้เพื่อความสบาย หารเป็นเงินไทยต่อคนก็ถูกจะตาย และที่สำคัญบอกนางกดมิเตอร์ด้วย

พอเริ่มคล้อยบ่ายหน้าตาก็เริ่มเหมือนนางเอกในตำนานรักดอกเหมย ปากเริ่มซีด แก้มเริ่มอมชมพู อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ ขาดก็แต่แขนของชายหนุ่มที่เดินย่องมาข้างหลังแล้วอ้อมมาโอบพร้อมกับเอาผ้าผืนใหญ่ๆ เหมือนกระสอบมาห่มให้ เรานั่งรถมาเดินเล่นกันต่อที่ถนนสาย 8 ยอดฮิตอย่าง Badaguan (ปาต้ากวน) ย่านที่เงียบสงบ เรียบแต่โก้ บ้านเรือน ต้นไม้ ถนน หรือแม้แต่เศษหินก็ยังดูเป็นยุโรป เพราะมันคือย่านที่พักของชุมชนยุโรปสมัยก่อนนั่นเอง

เดินเล่นไปเรื่อยๆ ริมชายหาด ลมเย็นๆ จะตีหน้าเป็นพักๆ ถ้ามากับแฟนก็ซุกมือกันได้ แต่ถ้าไม่ก็เดินไปเรื่อยๆ จนถึง หาดหมายเลข 2 หรือ Number Two Bathing Beach จะสงบกว่าจุดแรก  แวะซื้อโอเด้งร้อนๆ กับขนมท้องถิ่นที่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรรองท้อง แต่อร่อยมากเลยนะ เป็นเหมือนแป้งเครปใส่ไข่ใส่ไส้ราดน้ำจิ้ม เลิศ!

 

ชิงเต่าเป็นเมืองขึ้นชื่อริมทะเล จะมาจบมื้อเย็นที่ร้านข้าวต้มกุ๊ยกับผักบุ้งไฟแดง หรือติ่มซำบ้านๆ ทุกมื้อก็ไม่ได้หรอก เพราะที่ Beer Street หรือ Pijiu Street เป็นย่านอาหารซีฟู๊ดสดๆ เดินจิ้มปลาหมึกข้างนึง ปากก็ดูดหอยแครง นิ้วก็ชี้สั่งหอยนางรมที่กำลังย่างสดๆ หวาน หอม พร้อมกับตะโกนฝากเพื่อนซื้อชานมไข่มุกแบบร้อนๆ 555555 ถ้าท้องไส้แข็งแรงคืนนั้นก็จะหลับสบายแบบพวกเรานั่นเอง

วันนี้เราตื่นเช้าหน่อย เพราะจะออกนอกเมืองไปขึ้นเขากันที่ Laoshan Mountain การเดินทางก็นั่ง Taxi  ไปจากที่พัก ประมาณ 74 หยวน พอไปถึงมันจะมีซื้อรถบัสทัวร์แบบขึ้น-ลงรถเป็นจุดๆ กับมีคนแต่งตัวดูดีวอแว ให้เหมารถส่วนตัวไปกับมัน อย่าไปหลงกล เพราะพวกนางพูดโน้มน้าวเก่งมาก นี่ลองบวกเลขแล้วคิดแล้วคิดอีก นี่มีแต่เสียกับเสีย รีบเดินหนีทันทีเพราะไปบัสเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว!


ส่วนบัสทัวร์ก็จะมี 2 เส้นทางให้เลือก เส้นแรกสำหรับคนที่เตรียมพร้อมจะไปเทรคกิ้ง กับอีกเส้นเป็นเส้นสวยๆ นั่งเลาะริมทะเล ชมวิวเมือง เข้าวัด ไหว้พระ คนสวยอย่างพวกเราก็ขอเลือกนั่งชมเมืองก่อนแล้วกันเนาะ เรียกว่าสาย  Ocean Coast เสียไปคนละ 130 หยวน ตั๋วต้องเก็บติดตัวไว้ตลอดเวลานะ เพราะเราจะต้องใช้สำหรับขึ้น-ลงบัสตลอดเส้นทาง ถ้าใครจะนั่งเคเบิลคาร์ก็เพิ่มอีกคนละ 80 หยวน แต่เราว่านั่งบัสก็ดีกว่า เพราะเราจะได้เดินแวะถ่ายรูปได้เรื่อยๆ ตามชอบใจ อยากกลับตอนไหนก็ค่อยไปยืนรอที่จุดขึ้นรถบัส ง่ายจะตาย

 

เราเริ่มแวะจุดที่เป็นเส้นทางเดินลัดเลาะริมน้ำทะเลสีฟ้าๆไปเรื่อยๆ จนสุดทางเราจะได้เจอตำหนักไท่ชิงกง (Laoshan Taiqing Palace) เสียค่าเข้า 27 หยวน เป็นตำหนักของลัทธิเต๋า บอกเลยว่าสวยงามและขลังมากทีเดียว เพราะเป็นสถานที่เก่าแก่โบราณมากกว่าพันปี อะ มาต่างบ้านต่างเมืองก็เคารพสักการะให้เป็นสิริมงคลกันซะหน่อย

 

 

เราแพลนให้เสร็จจากการเดินเขาแบบสวยๆ ประมาณสามโมง แล้วออกไปกินเบียร์กันต่อที่ Beer Museum เบียร์ชิงเต่าที่คุ้นหูกันทุกคน นี่แหละต้นกำเนิดโรงเบียร์ชิงเต่า! ไปถึงต้องเลือกแพคเก็จว่าเข้าไปแล้วจะชิมกี่แก้ว จะเอาอาหารด้วยมั้ย ส่วนเราเลือก Ticket E คนละ 80 หยวน จะได้ชิมเบียร์ทั้ง 3 ชนิดของนางเลย

 

ส่วนตัวคิดว่า เบียร์ชิงเต่านี่อร่อยสมคำร่ำลือหรือไม่ก็แล้วแต่คนจะชอบ เราเดินอยู่ในนั้นร่วมสองชั่วโมง  เจ้าหน้าที่แนะนำเราว่าให้ข้าวเย็นฝั่งตรงข้ามเลยแม่หนู  มีร้านอาหารซีฟู้ดพร้อมเบียร์ชิงเต่าสดๆ ให้เลือกเพียบ ส่วนเรากินร้าน Xin Hua Rund Ing ก็จิ้มสัตว์น้ำทั้งหลายจากตู้ “เอาตัวนี้ค่ะ เอาตัวนี้ด้วยค่ะ เอาตัวนู้นค่ะ” แล้วนางจะถามต่อว่าจะเอาไปทำอะไรกินดี นี่ก็คุยไม่รู้เรื่องหรอก บอกเค้าทำๆ มาเลย ใช้วิธีชี้ๆ รูปเอา แต่เท่าที่ลองก็อร่อยทุกอย่าง เค้าแนะนำว่ากินร้านไหนก็ได้หมดเลยซีฟู๊ดสดหมดทุกร้าน อร่อยทุกเจ้าเลยจ้า

 

วันสุดท้ายเราเริ่มกันที่ Yinhai (Silver Sea) International Yacht Club เสียค่าเข้าไปคนละ 60 หยวน ไฮโซโนมันนี่แบบเราบอกเลยว่าแพงมาก 55555  แต่ถ้าเดินเล่นเพลินๆ ก็ดีอยู่ เพราะที่นี่เคยเป็นที่ ที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมื่อตอนกีฬาโอลิมปิค 2008 ทำให้เค้ารักษาสภาพไว้ค่อนข้างดี ตอนนี้เลยกลายเป็นท่าเรือยอร์ชสวยๆไฮไลท์ของที่นี่คือมีจุดที่เป็นตำแหน่งใช้เป็นมาตรวัดระดับน้ำทะเลที่มีค่าเท่ากับศูนย์ เออแปลก แค่นี้ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยหวะ 5555 แต่วิวมุมสูงสวยดีนะ เดินบนสะพานสูงจะเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมให้เราสักการะ

และนี่คือที่ๆ อยากนำเสนอมาก เพราะรีวิวชิงเต่าที่มีน้อยมากอยู่แล้ว หรือถ้ามีก็จะเที่ยวแบบพาอาม่าเที่ยว เราขอตั้งชื่อ Location นี้ว่านิมมานฯ แห่งชิงเต่า ไม่เคยมีใครบอกเลยจนกระทั่งเราเดินมั่วมาเจอแถวถนน Daxue แถวมหาลัย Ocean University มีคาเฟ่ชิคๆ เยอะมาก เรียกได้ว่าทั้งเส้น ชอบร้านไหนก็เดินเข้าไปได้เลย

เราเลือกเข้าร้าน Coffee space เพราะว่ามองเข้าไปแล้วเจ๋งมาก เจ้าของร้านพูดภาษาอังกฤษเก่งด้วย จิบกาแฟทานขนมเสร็จ นางเลยบอกให้เดินเล่นไปตามเส้นจะเจอโบสถ์ที่โด่งดังของชิงเต่า เราก็เลยเดิน ระหว่างทางนั่งยองกินซาลาเปาเพิ่มพลังก่อน แม้ว่าจะเหมือนยุโรปแค่ไหนก็ไม่ลืมวิถีชีวิตดั้งเดิม 5555

พอเดินมาเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาทีก็ถึงโบสถ์ St. Michael’s Cathedral (Zhejiang Road Catholic Church) อยู่ในย่านเมืองเก่าของ Shinan เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิค สวยมาก มีแต่คนมาถ่าย Prewedding นับจริงๆ มีเกิน 30 คู่ เราเลยตั้งชื่อให้มันว่า Wedding Street เพราะมีคู่รักมาถ่ายรูปกันตลอดเส้นทาง ช่างภาพ รีเฟล็กซ์ มากันยกทีม เดินออกมาตามถนนก็จะมีร้านค้า ขายของมากมาย พอเดินไปเรื่อยๆ จะมีซอกเล็กๆ ดูโบราณๆ ซ่อนอยู่ Jiangnign Road ทางเข้าจะเขียนว่า 1902 ข้างในจะมีของกิน Street Food มากมาย

 

บาปเราก็ทำ บุญเราก็มี เรามาไหว้พระอำลาชิงเต่าที่ Zhanshan Temple บริเวณนั้นจะมี Park ที่ใหญ่มากของที่นี่ชื่อ Zhongshan Park ให้เดินทั้งวันก็ไม่รอบ เราเข้าประตู West จะได้เจอสระน้ำใหญ่กับต้นไม้ร่มรื่นนานาชนิด ดอกไม้ก็สวย

และจบทริปที่ May Fourth Square หรือจตุรัส54 สัญลักษณ์แดงๆ ที่เห็นมีเพื่อแสดงถึงการประกาศอิสระภาพจากเยอรมัน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ May Fourth นั่นเอง มันเหมือนเป็นสวนสาธารณะริมน้ำยอดฮิตที่นึงเลยแหละ มีทั้งคนมาเล่นว่าว มาวิ่ง ปั่นจักรยาน เก็บอากาศดีๆ ท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดิน

ชิงเต่าเป็นเมืองที่ชิวมากกกกกก ปกติมาเมืองจีนถ้าไม่ลุยๆ ก็เน้นวัฒนธรรม และธรรมชาติ แต่ที่นี่แปลก คือมาแบบชิวๆ สวยๆ ได้ด้วยทั้งอากาศ ผู้คนและบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้านจนอยากลงไปนอนกลิ้ง ทำให้เรารู้สึกดีกับเมืองจีนขึ้นเยอะมากๆ ถ้ากำลังหาที่ไป ไม่อยากไปยุโรป เบื่อญี่ปุ่น จะเที่ยวเมืองจีนแต่ก็กลัว เราอยากให้เริ่มที่ชิงเต่านี่แหละ เพราะสำหรับเราชิงเต่าคือจีนที่ไม่ใช่จีน และเป็นจีนที่ใครมาก็ต้องหลงรัก

เมืองชิวๆ แบบนี้ พลาดแล้วจะโคตรเสียใจเลยแหละ เพราะฉะนั้นไปตอนที่ยังไม่ฮิตมาก ไปเป็นคนแรกๆ ที่เที่ยวชิงเต่า เดินทางกับ NokScoot จองตั๋วล่วงหน้าจากดอนเมืองไปชิงเต่าตอนนี้ ลดทันที 2,000 บาทจากราคาปกติ นี่เป็นดีลที่สายการบินบอกว่าลดเยอะที่สุดแล้วให้แฟนเพจไปไง มาไง แค่กรอกรหัส WDWGCN ในเว็บไซต์ https://goo.gl/K6N2Yg  ก็เซฟเงินตรงนี้ไปได้เยอะ เอาไปกินกาแฟดริป กินเค้ก ซื้อน้ำหนักกระเป๋า จองที่นั่งเพิ่ม ทำให้ชิงเต่าชิวและเพอร์เฟคกว่าเดิม จองซะ แล้วจะไม่ผิดหวัง :)

TELL YOUR FRIENDS!

Comments

comments