Now Reading:

China Like Never Before, KUNMING-LIJIANG-SHANGRI LA

เราเองเป็นคนที่ชอบเดินทางไปในที่แปลกใหม่ หรือที่ๆ ใครบอกกันว่าน่ากลัวและไม่น่าไป เพราะเรารู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเกินกว่าที่คนๆ นึงจะก้าวข้ามจุดนั้นและออกเดินทางไปเจออะไรดีๆ ได้ บางทีความน่ากลัวและไม่น่าไปมันเป็นสิ่งที่คิดไปเอง จนบางครั้งก็อาจทำให้เราพลาดโอกาสให้การเห็นอะไรดีๆ ก็ได้

เหมือนเมืองจีนที่ใครก็ต่อใครก็กลัว บางคนกลัวทั้งๆ ที่ยังไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำ อยากบอกเลยค่ะว่า ที่นี่น่าทึ่งและมีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่คิด เหมือนเจอเพื่อนเก่าที่สวยขึ้นทุกวันๆ ทำให้เราหลงรักและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ ทริปนี้อยากให้นั่งสบายๆ ดื่มน้ำเย็นๆ ซักแก้วแล้วค่อยๆ เลื่อนนิ้วอ่านรีวิวนี้ เพราะเมืองที่เราจะเล่าคือเมืองในตำนาน สวยและสะอาดจนอยากจะแปลงร่างเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์และนั่งฮัมเพลงกับนกไนติงเกลคิดดูละกัน! เมืองที่เราจะเล่าต่อไปนี้คือ ลี่เจียง เมืองโบราณที่มีชีวิต และ แชงกรีล่า นั่นเอง  

Fly with World’s Best!

‘คุนหมิง’ เป็นเมืองที่ใกล้ที่สุดที่เราสามารถเดินทางด้วยการบินตรงจากกรุงเทพไปลงได้ด้วยเวลาบินเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ แค่งีบเดียวก็ถึงแล้ว แอร์เอเชียเลยเป็นสายการบินราคาประหยัดที่คุ้มค่ามากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ แถมมีมากถึง 2 เที่ยวบินต่อวันทั้งตอนเช้าตรู่ ถึงปุ๊ปพร้อมเที่ยวทันที หรือไฟลท์กลางคืนที่เลิกงานปุ๊ปก็สามารถเดินทางได้เลยแล้วค่อยไปพักผ่อนเอาแรงที่คุนหมิงก่อนเดินทางต่อ แอร์เอเชียมีเที่ยวบินตรงสู่จีนมากที่สุด บินตรง บินง่าย บินได้ทุกวัน สำหรับคุนหมิงนั้นมีมากถึง 2 เที่ยวบินต่อวัน สามารถจองได้ทาง airasia.com

และสำหรับใครที่ชอบกินข้าวบนเครื่องแบบเรา เพราะมันให้ความรู้สึกที่ฟินกว่า 555 เวลาแอร์เดินมาเสิร์ฟอาหารแล้วรู้สึกดีทุกครั้งที่สั่งไว้ก่อนล่วงหน้าเพราะเหมือนช่วยตัวเองประหยัดเงินไปได้ในตัว เราแนะนำให้เพื่อนๆ เลือกซื้อ Value Pack เพราะจ่ายครั้งเดียวลดการจุกจิกทุกอย่างลงไป เพราะ Value Pack ได้รวมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้วทั้งน้ำหนักกระเป๋า เลือกที่นั่งล่วงหน้า อาหารร้อน และประกันการเดินทางที่ทุกคนควรมีติดตัวทุกครั้งเวลาเดินทาง จ่ายครั้งเดียว คุ้มแน่นอน!

คุนหมิงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนานที่มีความเจริญมากๆ แถมยังมีรถไฟความเร็วสูงแล้วซะด้วย จริงๆ ควรแพลนมาเที่ยวตัวเมืองคุนหมิงซัก 2 วันให้เห็นวิถีชีวิตของชาวยูนนานที่ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับคนในภาคเหนือของบ้านเราแต่ทริปนี้เราขอข้ามตัวเมืองคุนหมิงไปก่อนแล้วพาเที่ยวแต่ไฮไลท์อย่างลี่เจียง และแชงกรีล่าละกันเนอะ

จากคุนหมิงเราเดินทางต่อไปลี่เจียงทันที เพื่อนๆ สามารถเลือกเดินทางได้ทั้งหมด 3 ทางคือ.. .
1. บัส : ใช้เวลาประมาณ 7-9 ชั่วโมงเราแนะนำให้เลือกเดินทางในช่วงกลางคืน นอนหลับไปถึงเลย
2. รถไฟ : รถไฟจากคุนหมิงไปลี่เจียงมีหลายขบวนใช้เวลาประมาณ 7-11 ชม. แล้วแต่ขบวน เราคิดว่าวิธีนี้น่าจะดีที่สุดและไม่แพง ค่าโดยสารตู้นอนแบบ Soft Sleeper ราคาคนละประมาณ 270 หยวนแถมประหยัดค่าที่พักไปเลย 1 คืน สบายเลยจ้า
3. เครื่องบิน : วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ราคาค่อนข้างสูงแต่คุ้มค่าเพราะสามารถประหยัดเวลาไปได้เยอะในเรื่องของการเดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ตลอดทั้งวันเพราะมีมากกว่าวันละ 20 ไฟลท์ และใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ 50 นาทีเท่านั้น เหมาะสำหรับที่ต้องการประหยัดเวลา และต้องการความรวดเร็ว ทั้งนี้ขอแนะนำว่าควรเผื่อเวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงในการต่อเครื่องในประเทศเพราะคนเดินทางกันเยอะมากๆ

 

Enjoy Yunnan Foods.

จากคุนหมิงเราเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินเพราะทริปนี้มีเวลาค่อนข้างน้อยเลยมาถึงลี่เจียงช่วงเย็นๆ สิ่งแรกที่ตามหาคืออาหารจีน ยูนนาน ตั้งแต่เดินทางเที่ยวในจีนมาเนี่ย บอกเลยว่าอาหารยูนนานกินง่ายที่สุด บางเมนูมีความคล้ายอาหารเหนือมากๆ และไม่มัน ไม่เลี่ยนจนเกินไปทำให้รู้สึกเอ็นจอยกับอาหารทุกอย่างและทุกมื้อจริงๆ

อะส่วนใครกินยากหน่อยเมนูสิ้นคิดเหมือนผัดกระเพราบ้านเราที่มีแทบทุกร้านคือหมูสามชั้นทอดโรยผงหม่าล่า โอ้โห! คำแรกที่ตักเข้าปากฟีลลิ่งปลื้มปีติเหมือนซื้อตั๋ว 0 บาทได้ครั้งแรกตอนเรียนจบใหม่ๆ เลยเธ๊อ 555 มันอร่อยมากจริงๆ จ้า

เราเลือกพักในโซนเมืองเก่าลี่เจียง เป็นย่านที่ครึกครื้นมากที่สุดและควรจะพักในนี้ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยบัส เครื่องบิน หรือรถไฟ ถึงลี่เจียงปุ๊ปหาแท๊กซี่แล้วบอกเค้าได้เลยว่า “ไป ลี่เจียงกู่เฉิง ค่ะ!” นั่นแหละเค้าจะพาเรามาส่งย่านเมืองเก่าเอง ที่พักในเมืองจีนไม่เคยทำให้เราผิดหวังเพราะใหญ่ สวย และมีสไตล์ในราคาที่ไม่แพง เพื่อนๆ สามารถเดินทางได้เลยในเมืองเก่าเพราะมีเยอะมากๆ หรือจะจองมาก่อนก็ได้

กินอิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซะหน่อย! ในเมืองเก่าเดินเล่นได้ไม่มีเบื่อเพราะครึกครื้นมากๆ แต่เราแนะนำให้เดินซอยใดซอยหนึ่งก็พอแล้วเพราะมีของที่ขายซ้ำกันค่อนข้างเยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นซอยเดียวเอาอยู่ 555 เดินกินบรรยากาศสนุกๆ ดูแสงสีและความครื้นเครง พร้อมแวะกินขออร่อยๆ ตามข้างทางดีกว่า

 

Heaven on Earth! , Jade Dragon Snow Mountain

Jade Dragon Snow Mountain คือแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ซึ่งหมายถึงดีที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวในจีน เราขอแนะนำให้เตรียมเงินอย่างน้อยประมาณ 5,000 บาทไทยสำหรับเที่ยวที่นี่แบบครบวงจรภายในวันเดียว บอกเลยว่าไม่ว่าฤดูไหนๆ ก็คุ้มค่าแก่การมาเยือนที่นี่ทั้งนั้น!

ถ้าพักในลี่เจียงเมืองเก่าตอนเช้าๆ สามารถหารถรับจ้างได้บริเวณริมถนนด้านหน้าโซนเมืองเก่า เหมือนคนขับรถที่นั่นจะรู้อยู่แล้วว่าต้องไปส่งเราที่ไหน ดีลมันจะเป็นแบบนี้ค่ะเพื่อนๆ คือ ให้ไปส่งตอนเช้า และรอรับกลับตอนเย็น อาจมีแวะระหว่างทางเล็กน้อยเพื่อวิ่งไปแอคติ้งถ่ายรูปสวยๆ ราคาต่อคันจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาทแล้วแต่ความสามารถและขนาดของรถจริงๆ ราคานี้เราถือว่ารับได้หารกันแล้วไม่แพงเลย บอกก่อนว่าเราเป็นคนพูดจีนไม่ได้ แต่มาเที่ยวที่นี่มันเหมือนมีเซนส์กันอะเธอ เหมือนเราจะเข้าใจกันและกันตลอดเวลากับคนจีน ชั้นรู้พวกเธอก็เป็น 5555555

ที่อุทยานอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 นาทีเท่านั้น สะดวก ใกล้เมืองและเดินทางไม่ลำบาก เราจะเสียค่าเข้าคนละ 130 หยวนที่ประตูทางเข้าด้านหน้า และบอกคนขับว่าให้ไปส่งที่ YULONG SNOW MOUNTAIN ROPEWAY ได้เลย ที่นี่จะเป็นจุดขึ้นเคเบิลคาร์ที่ใหญ่และสวยที่สุดในอุทยาน ราคาคนละ 180 หยวนไปกลับ! และต้องเก็บตั๋วใบนี้ไว้สำหรับนั่ง Shuttle Bus ไป Blue Moon Valley อีกรอบ ไม่อย่างนั้นต้องซื้อใหม่นะคะ ส่วนกระเช้านั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 จุด จุดนี้คือจุดที่ใหญ่และสวยที่สุด อย่าเผลอไปขึ้นผิดนะ

ระหว่างทางนั่งกระเช้าเราก็จะใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่มังกรนะคะ แต่เป็นยอดเขา 555555 มองลงไปนี่ปวดฉี่กันบ้างแหละ เพราะมันใกล้มากกกกกกก เป็นกระเช้าที่ไม่ได้สูงจนเวอร์แต่ทำให้เสียวได้ตลอดเวลา ด้วยสภาพอากาศข้างนอก ลมจะพัดรัวๆ ทำให้มีโครงเครงกันบ้างแต่รู้เลยว่าเค้าบำรุงรักษากันมาอย่างดีและค่อนข้างปลอดภัยก็อุ่นใจได้ไปเปราะใหญ่

ที่นี่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกือบ 5,000 เมตรทำให้บางคนที่ขึ้นมาอาจเป็นโรคแพ้ความสูงได้เพราะฉะนั้นอย่าวิ่ง! หรือทำอะไรเร็วจนเกินไป ทางที่ดีควรซื้ออ็อกซิเจนกระป๋องขึ้นมาสำรองไว้เป็นตัวช่วยในการหายใจได้ดีเลยหละ!

Jade Dragon Snow Mountain เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปีเลย แต่ถ้าอยากเห็นหิมะแบบขาวโพลนแนะนำให้มาช่วงปลายปีจนถึงประมาณเดือนมีนาคม แต่ถ้าชอบแบบหินๆ และมีหิมะแซมบ้างบนยอดก็มาช่วงประมาณมิถุนายนจนถึงตุลาคมได้เลย ที่นี่สวยกันคนละแบบ ให้กันคนละอารมณ์ ไม่เสียใจเลยที่ได้ขึ้นมาเที่ยวด้านบนนี้

ช่วงเที่ยงๆ ของวันเราแนะนำให้มาดูโชว์ที่ดีที่สุดในเมืองจีนเท่าที่เราเคยดูมา ดีงามจนน้ำตาไหลคือโชว์ Impression of Lijiang ที่กำกับการแสดงโดย จางอี้โหมว ผู้กำกับคนดังจากเรื่องฮิตๆ อย่างจอมใจใบมีดบินนั่นเอง โชว์นี้เป็นโชว์กลางแจ้งมีท้องฟ้าและภูเขาหิมะเป็นฉากหลังที่อลังการและสวยงาม เป็นโชว์ที่ใช้นักแสดงหลายร้อยคนมากทำให้มี Impact ถึงผู้ชมได้ดีเลย

Impression of Lijiang เป็นการผสมผสานระหว่างการเต้นและเล่าเรื่อง เนื้อเรื่องสำหรับเราอาจจะดูน่าเบื่อไปซักนิดสำหรับคนที่ไม่ใช่คนจีน แต่ยอมรับเลยว่าฉากสวยและอลังการมาก ทุกคนดูตัวเล็กลงเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และนักแสดงทุกคนก็ดูรู้เลยว่าทุ่มเทมากๆ เพราะพร้อมเพรียงกันจริงๆ ราคาสำหรับโชว์ประมาณอยู่ที่คนละ 280 หยวน

เสร็จากโชว์สุดยอดอลังการนี้เรายังอยู่ในเขตอุทยาน เราไปต่อที่ Blue Moon Valley ทะเลสาบสีฟ้าเป็นประกายระยิบที่เห็นปุ๊ปก็ต้องร้องว้าวให้กับความอลังการของที่นี่อีกรอบ บอกเลยว่าใกล้บ้านเราแบบนี้ วิวสวยเหมือนไปนิวซีแลนด์หรือแคนาดาเลยแหละ ที่นี่มีชื่อเรียกอีกอย่างนึงว่า White Water River เป็นชื่อที่ชาวนาซีท้องถิ่นเรียกกัน น้ำสีฟ้าที่เห็นๆ กันนี้คือน้ำแข็งจากหิมะที่ละลายมาจากยอดเขานั่นเอง

ที่นี่นางมีตำนานด้วยนะจ้ะ เค้าเล่าต่อกันมาว่าในสมัยก่อนวัยรุ่นท้องถิ่นชาวNaxi ที่ตกหลุมรักกันได้พากันมาที่นี่และฝ่ายชายก็ได้แสดงความรักที่มั่นคงไม่มีวันหมดด้วยการยืนในน้ำที่หนาวเย็นช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ ที่นี่เลยกลายเป็นสถานที่แห่งความรักอีกแห่งหนึ่งด้วยนะฮ้าสำหรับคนท้องถิ่น

เราใช้เวลาอยู่ใน Jade Dragon Snow Mountain จริงๆ บอกเลยว่าที่นี่คุ้มค่ามากเทียบกับวิวอลังการที่ไม่มีหมดของที่นี่กี่พันก็ยอมจริงจ่ายๆ!

เรากลับมาเดินเล่นในเมืองเก่าลี่เจียงช่วงเย็นอีกครั้งซึ่งกำลังครึกครื้นเลยทีเดียว ตัวเมืองเก่าลี่เจียงเนี่ยได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยนะ เป็นอีกหนึ่งมรดกโลกที่มีชีวิตและมีสีสันและร่มรื่นด้วยลำธารมากๆ เลย

นอกจากตั๋ว 0 บาทที่ขยันออกโปรมาเรื่อยๆ แล้ว ถ้าเที่ยวเมืองจีนกับแอร์เอเชียยิ่งพิเศษขึ้นไปใหญ่เพราะสามารถดาวน์โหลด China Easy Guide ไว้ใช้ฟรีๆ ได้ด้วยนะ แถมยังบอกทุกร้านเด็ดและทุกที่ที่ควรไปไว้อย่างละเอียดอีกด้วย โหลดไว้ใช้เดินทางตามรอยได้ฟรีง่ายๆ ที่ https://bit.ly/2uf4wxR หรือเสิร์จ China Easy Guide ก็เจอ

แล้วมาถึงเมืองจีนทั้งที อย่าพลาดเลยเด็ดขาดคือ ชาบูหม่าล่า ถ้ามาแล้วไม่ได้กินก็เหมือนมาเที่ยวไทยแต่ไม่เคยกินผัดไทนั่นแหละ รสชาติชาลิ้นจากพริกหม่าล่า และน้ำซุปเข้มข้นที่กลิ่นหอมมากๆ ให้รางวัลตัวเองเป็นมื้อใหญ่ซักมื้อ ชื่นใจจริงๆ!

 

Lijiang Old Town and Heading to Shambala.

เช้าวันที่ 3 ในเมืองจีนเรายังอยู่กันที่ลี่เจียง ครึ่งวันเช้าเราเลือกที่จะตื่นขึ้นมาเดินเล่นในเมืองเก่าและรอบๆ ไฮไลท์สำหรับการเที่ยวในเมืองเก่าคือขึ้นไปดูวิวมุมสูงของเมืองให้เห็นตัวเมืองเก่าลี่เจียงที่หลังคาเป็นไม้เก่าๆ เรียงกันอย่างหนาแน่นแต่สวยงามและมีรูปร่างคล้ายเก๋งจีนโบราณ เราขอแนะนำว่าให้เดินตามทางไปจุดชมวิวนั่นแหละแต่ไม่ต้องขึ้นจุดชมวิวให้หาร้านกาแฟมุมสูงนั่งจิบชาเพลินๆ แล้วดูวิวมุมสูงก็ได้เหมือนกันโดยไม่ต้องเดินขึ้นจุดชมวิวให้เหนื่อยเลย แถมราคาก็พอๆ กันอีกต่างหาก สบายกว่าตั้งเยอะแหนะ

ถ้ามีเวลาเหลือซักชั่วโมงก่อนย้ายเมืองไปแชงกรีล่า เราขอแนะนำเลยว่าอย่าพลาดที่จะเดินเล่นในเมืองเก่าลี่เจียงแห่งนี้เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในเลย เราเองก็เดินทางมาหลายเมือง แต่ที่นี่มันดู Happening ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนจริงๆ

อย่างนึงที่ทำให้ทริปเมืองจีนในหลายๆ ทริปของเรามีเสน่ห์มากๆ คือคนท้องถิ่นที่ชอบเข้ามาทักทาย เข้ามาถ่ายรูปด้วย หรือพยายามคุยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเวลาบอกว่ามาจากเมืองไทย ทุกคนดูจะรักเรามากเป็นพิเศษ นี่คือมิตรภาพจากเมืองจีนที่หลายๆ คนกลัวจริงๆ หรอ? บ้าหน่า! เราคิดว่าถึงเวลาที่ทุกคนต้องเปิดใจให้กับเมืองจีนในความรู้สึกใหม่ๆได้แล้วนะ

จากตัวเมืองเล่าลี่เจียงมีอีกที่นึงที่เป็น Must See ก่อนจะจากเมืองนี้ไปคือ สระมังกรดำ หรือ เฮยหลงถัน อยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าลี่เจียงประมาณ 1 กิโลเมตรระยะทางก็เดินพอเหนื่อย แต่อย่าลืมว่าอากาศที่นี่เย็นตลอดทั้งปีเลยไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดิน ที่สระมังกรดำค่าเข้าอยู่ที่คนละ 80 หยวน ด้านในนั้นมีแต่มังกรที่เล่ากันมาเป็นตำนานว่ามันชอบแหวกว่ายอยู่ในน้ำที่ใสราวกับมรกต พร้อมมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

สำหรับเรา เราคิดว่าค่าเข้าที่นี่แพงเกินไป ถ้ามาหน้าหนาวอาจจะคุ้มค่าที่จะเข้าไปมากกว่ามาหน้าร้อนเพราะไม่มีภูเขาหิมะเป็นฉากหลังแบบสวยงาม แนะนำกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้ามาหน้าร้อนควรข้ามไปเลยไม่ต้องมาก็ได้จ้า! แต่ถ้าชอบอะไรแบบกรีนซีซั่นก็แวะมาเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

จากลี่เจียงไปแชงกรีล่าวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือรถโดยสารประจำทางระยะไกลเป็น Long-Distance Bus ที่สภาพดีหน่อย แชงกรีล่าห่างจากลี่เจียงประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ เพื่อนๆ สามารถไปขึ้นรถได้ที่สถานีหลักของเมืองลี่เจียงซึ่งมี 2 สถานีคือ  Lijiang Transport Service Center Bus Station ——丽江客运站 หรือ Lijiang Passenger Station โดยรถจะออกทุกๆ 40 นาทีตั้งแต่ช่วงประมาณ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แต่มีคนเดินทางค่อนข้างเยอะควรไปจองล่วงหน้าหรือไปแต่เช้าเพื่อให้ได้รอบที่ต้องการเดินทางจริงๆ เราขอแนะนำให้ออกแต่เช้าเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วย และสะดวกในการหาโรงแรมเมื่อถึงแชงกรีล่าอีกด้วย

เรามาถึงแชงกรีล่าช่วงบ่ายแก่ๆ รีบเอากระเป๋าเข้าไปเก็บที่โรงแรมและออกมาเดินเล่นในย่านเมืองเก่า เมืองเก่าแชงกรีล่านั้นแตกต่างจากที่เราเคยมาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วมากๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เมืองเก่าโดนไฟไหม้ใหม่ๆ ทำให้เงียบมาก แต่มาวันนี้ที่นี่เหมือนมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ครื้นเครงกว่าเดิม มีคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวออกมาเต้นระบำกันตรงลานกว้างตรงกลาง เป็นเมืองที่มีสีสันมากขึ้นกว่าเก่ามากๆ แถมในย่านเมืองเก่านั้นไม่มีแอลกอฮอล์ขายด้วยนะ เพราะมันคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในครั้งก่อนนั่นเอง

 

Shika Snow Mountain and Napahai Lake

กว่า 4,449 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเมืองที่เป็นตำนานและได้ชื่อว่า สงบและเรียบง่ายมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยังมีภูเขาที่สูงเสียดฟ้าและสวยงามมากๆ อีกที่นึงคือ Shika Snow Mountain นั่นเอง ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA น้อยกว่าที่ Jade Dragon Snow Mountain ไปหนึ่งดาว อาจเป็นเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกและวิวยังไม่พีคเท่าที่นั่น แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะจ้ะ สำหรับเราถ้าหน้าหนาวเราให้ที่ Jade Dragon ชนะ ส่วนหน้าร้อนนั้นเราให้ที่นี่อันดับหนึ่งของใจเลยเพราะความเขียวที่ดูสบายตามากกว่ามันทำให้สดชื่นจริงๆ

ที่นี่ค่าเข้าอยู่ที่คนละ 260 หยวนรวมค่านั่งกระเช้าเรียบร้อยแล้ว กระเช้าที่นี่พูดกันตามสู้ที่ Jade Dragon ไม่ค่อยได้  แต่รวมๆ แล้วค่อนข้างปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างดีทำให้เรามั่นใจว่ามันจะปลอดภัยแน่ๆ ที่นี่นั่งกระเช้านานพอสมควรเพราะข้ามเขาหลายลูกกว่าจะขึ้นไปถึงด้านบน

Shika มีความหมายแปลว่า ภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ของเหล่ากวางทั้งหลาย ในพุทธศาสนานิกายที่ชาวแชงกรีล่านับถือกันนั้นเชื่อว่าเมื่อพระพุทธเจ้า พระศากยมุนีได้ไปเทศนาในเขาที่เหล่ากวางทั้งหลายอาศัยอยู่ มีกวางอยู่สองตัวที่ตั้งใจนั่งฟังเป็นอย่างดีโดยหมอบขาทั้งสองข้างแนบลำตัวและฟังพระพุทธองค์อย่างตั้งใจ ดังนั้นคนที่นี่เลยเชื่อกันว่า กวางนั้นเป็นตัวแทนของคนทั่วไปที่นับถือและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพแข็งแรงอายุยืนและผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ความหมายก็ดี๊ดี แถมวิวก็ส๊วย สวย เห็นมะ! บอกแล้วว่าถ้าหน้าร้อนเราให้ที่นี่อันดับหนึ่งเลยจ้าพี่จ๋า และมีเจ้าจามรีเดินไปเดินมาในเขาด้วยนะ น่ารักเชียว

เราใช้เวลาอยู่บน Shika Snow Mountain ในฤดูที่ไม่มีหิมะแต่หนาวมากๆ อยู่ประมาณครึ่งวันก็ลงมาเที่ยว Napahai Lake กันต่อซึ่งอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 10 นาที ที่นี่ให้ฟีลลิ่งเหมือนสก็อตแลนด์หน้าหนาวมากๆ ค่ะ หมอกจางๆ หญ้าเขียวชื้นๆ และมีม้า วัว และจามรีเดินกันเต็มทุ่งหญ้าที่มีทะเลสาบเป็นเบื้องหน้าและภูเขาสูงเป็นเบื้องหลัง อะ! เอาสิ! ที่ไหนจะให้เราได้ขนาดนี้ ไม่มี๊ถ้าไม่ใช่เมืองจีน

 

Paradise found

วันสุดท้ายในแชงกรีล่า เราตื่นสายๆ ให้ตัวเองได้พักผ่อนหลังจากตื่นเช้ามาหลายวัน วันนี้เราแพลนให้ตัวเองชิวๆ ด้วยการเที่ยววัดที่แชงกรีล่ามีอยู่ 2 วัดดังๆ คือวันซงจ้านหลิน (Shongzanlin Temple) ที่ย่อส่วนขนาดวัดโปตาลาในธิเบตมาอีกทีที่นี่เก่าแก่กว่า 300 ปีและเป็นวัดธิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน

และวัดสุดท้ายที่เราไปกันในทริปนี้คือวัดต้าฝอ วัดนี้อยู่ในกลางเมืองเก่าแชงกรีล่าที่ทุกคนสามารถขึ้นไปได้ฟรีๆ แถมหมุนกงล้อยักษ์เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตตัวเองได้ด้วย ที่นี่ด้านบนจะเห็นวิวมุมสูงของเมืองเก่าแชงกรีล่าทั้งหมดก็สวยไปอีกแบบ

 สำหรับพวกเราที่นี่มีครบมากๆ ทั้งความเป็นเมือง ธรรมชาติและวัฒนธรรม เป็นอีกทริปนึงที่ไม่เหนื่อยมากจนเกินไปแต่ทำให้เรารู้สึกอิ่มกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวทั้งวิวที่อลังการ อาหารที่อร่อยและวัฒนธรรมและมิตรภาพของคนจีนมันทำให้เรารู้สึกดีใจที่วันนี้ได้มองจีนในมุมที่แตกต่างออกให้ทำให้ได้มาเจอกับอะไรดีๆ แบบนี้ เราว่าถึงเวลาแล้วหละที่ต้องปรับมุมมองที่มีต่อจีนให้มันทันสมัยและเซ็กซี่มากยิ่งขึ้น ไม่งั้นเธอคงจะต้องพลาดอะไรดีๆ อีกเยอะแน่นอน!

และสำหรับแฟนเพจไปไง มาไงที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนด้วยกันกับแอร์เอเชีย เพื่อนๆ สามารถทำวีซ่าได้กับทาง Seasons Holiday เพียงแสดงบัตรโดยสารเดินทางไป-กลับโดยสายการบินไทย แอร์เอเชีย (เที่ยวบินที่ขึ้นต้นด้วยรหัส FD) ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค.2561 ฟรีทันทีค่าดำเนินการในการขอวีซ่า สะดวกสบายเพียงแค่เตรียมเอกสารไม่ต้องเดินทางไปยื่นด้วยตัวเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทซีซั่น ฮอลิเดย์ 02-6963333 (ต่อแผนกวีซ่าจีน)

เอาหละ! พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปรับความรู้สึกใหม่ๆ แบบ China Like Never Before กันเถอะ

Input your search keywords and press Enter.