Now Reading:

Steps in Melbourne

Steps in Melbourne

นี่เป็นอีกทริปนี้ของการ จองตั๋วราคาโปรไปอย่างขาดสติ ตอนจองก็จองไว้งั้นกว่าจะได้เดินทาง ก็อีกตั้งปีนู้นนนนนน!!
ตื่นเต้นจนเหนื่อยและลืมไปแล้วจะได้ไปเที่ยวมารู้ตัวอีกที ก็ไฟล้นก้นแค่หนึ่งเดือนก่อนไป 555

7 วัน ในMelbourne ครั้งนี้ เลยเป็นการเดินทางที่เรียกว่า ‘ไม่คาดหวัง’ เพราะแพลนหลวมมาก เตรียมไว้ว่าไปพักผ่อนหลังจากเดินทางเหนื่อยๆ มาเยอะ รู้แค่จะอยู่ในตัวเมือง 5 วัน ในเมืองที่ ใครๆก็บอกว่าไม่เห็นมีไรเลยนี่แหละ 555 และแบ่งเวลาอีก 2 วัน ขับรถออกไปนอกเมือง เพราะอยากมีโมเม้นชิคๆ ได้ลงรูปแล้วแฮชแท็ก #roadtriptothegreatoceanroad บ้าง อะไรบ้าง โฮะๆๆ

Part แรกนี้จะขอเล่าเรื่องในเมือง MELBOURNE ก่อนดีกว่าว่าเด็ดแค่ไหน เพราะเมืองที่บอกว่าไม่ค่อยจะมีอะไรกันนี่แหละ จริงๆแล้วมันมีเต็มไปหมด และที่เด็ดกว่านั้นทั้งทริปนี้เราใช้ไปแค่ประมาณ 25,000 ว้าววว ยังไงหละ งบญีปุ่นไปออสได้แล้วนะเว้ย


CITY FACT

สมัยเป็นเด็กเกรียนๆ ชื่อ Melbourne นี่เราจะได้ยินกันบ่อยมากว่าอยู่ในออสเตรเลีย แต่ก็แค่นั้น จบ.. ไม่ได้มีสถาปัตยกรรมอะไรโดดเด่นให้น่าจดจำ เหมือนโอเปร่าเฮาส์ที่ซิดนีย์

จริงๆแล้ว ที่นี่เป็นเมืองหลวงของแคว้น Victoria ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษา ศิลปะ และผู้ชาย (อันนี้เติมให้เองจากประสบการณ์ส่วนตัว) ในเขตเมืองที่นี่ เรียดได้อีกชื่อว่า CBD  (Central Business District) จะมีร้านค้า คาเฟ่ สลับกับมหาวิทยาลัย หอพัก และพิพิทธภัณฑ์ ซึ่งทุกอย่างตกแต่งอย่างดี ราวกับเป็น Pinterest แบบ Pop-Up

01

02

031

แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็น Education hub city ทั้งที จึงไม่แปลกใจ ถ้าะสามารถพบฝรั่ง(บ้าง) และเอเชีย(เยอะ) ที่ทั้งหน้าแซ่บ + หุ่นซี้ด ทุกตรอกซอกซอย 5555

4

(แบบตี๋ๆก็มา)

5

(แบบดั้งโด่งๆก็มี)

ซึ่งหลังจากที่เดินสำรวจกันอยู่หลายวัน เรากับเพื่อนขอโหวตอาชีพทู้ชายน่าฟัดที่สุดในเมลเบิร์นคือ ‘บาริสต้า’ หรือ ภาษาบ้านๆหน่อย คือ คนชงกาแฟเนี่ย เป็นอาชีพที่ครองอัตราผู้หน้าดีที่สุดไป ราวกับคัดเบ้าหน้าก่อนรับเข้าทำงาน ไม่รู้ว่า Resume ของแต่ละคนต้อเขียนไว้มั้ยว่า เล่นเวทกี่ชม.ต่อวัน หรือมีซิคแพครึป่าว อยากจะวิ่งเข้าไปกระแทกจากด้านหลังแล้วถกเสื้อดู 5555555555  จิบกาแฟไป มือสั่น ปากสั่นกันไป ความขมของกาแฟได้น้ำตาลจากหน้าหวานๆขอบาริสต้า อิอิ


CBD : เราจะรู้ได้ไง ว่าตรงไหน คือ CBD?

ง่ายมากๆ เพราะเขาใช้ Free Tram หรือ รถรางที่ให้บริการฟรี !!! เป็นตัวแบ่ง(ถ้าเป็นกรุงเทพก็เหมือนสยามบ้านเราที่ BTS ไม่ฟรีและโคตรจะแพง เป็นจุดรวมของสองสายกลางเมือง) ตราบใดที่ยังเดินทางได้แบบไม่เสียเงิน แปลว่าก็ยังอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมทองคำนี้ ซึ่งเอาจริงๆ ร้านอาหาร คาเฟ่ ตลาด และพิพิทธภัณฑ์ทั้งหลายทั้งแหล่  ก็กระจุกตัวอยู่ในเนี้ยแหละ


Flinder station

06

ไม่มีอะไรมาก คือ ถ้าหลง จงมองหาอาคารสีเหลืองขมิ้นดีไซน์ Vintage ใหญ่สะดุดตานี้เอาไว้ แล้วตั้งต้นไปจากที่นี่ซะ เพราะTram เกือบทุกสาย และรถไฟเกือบทุกขบวน ต้องผ่านสถานีแห่งแรกของออสเตรเลียแห่งนี้

แล้วถ้าไทยแลนด์มี บัตรแรบบิท ฮ่องกงมีบัตรปลาหมึก ไต้หวันมี Easycard การใช้รถสาธารณะทุกอย่างในเมลเบิร์นก็ต้องมี Myki card (ไมกิ การ์ด) บัตรสารพัดนึก ที่ระบบกวนคำนวณเงินของมันโคตรงง จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเก็บแต่ละเที่ยวเท่าไหร่กันแน่วะ แต่หลักๆคือ มีแบบเติมเงิน กับรายวัน เราอยู่แค่ 5 วัน เลยเลือกใช้แบบเติมเงิน (Myki Money) อยู่ที่ 10 AUD หักค่าบัตรนู่นนี่ เหลือเงินให้ใช้ 4 AUD ซึ่งถ้านั่งแค่ในเมือง (Zone 1 to Zone 2) จะเสียมากสุดเที่ยวละ 3.76 AUD ซึ่งถ้านั่งเกิน 3 เที่ยวปุ้ป บัตรจะตัดเป็นราคาต่อวัน ที่ 7.52 AUD เออฉลาดแฮะ…

GOOD TO KNOW

Myki card ทั้งรายวัน และรายเดือนสามารถเติมเงินที่ 7-11 โดยไม่มีขั้นต่ำ เราขอเขาเติมบัตรละ 1 ดอลยังได้เลย แต่โดนพนักงานมองแรงนิดนึง “อีนี่จนนี่นา 55555”


Bourke Street

07

“จะร้องเพลงตรงนี้ได้ ต้องมีใบอนุญาติด้วยนะพี่” น้องที่ไปด้วยกัน พูดขึ้นมา ระหว่างที่พวกเรานั่งหย่อนก้น กระดิกนิ้วเท้าตามจังหวะ บีทบ้อกไปเบาๆ

เบิร์ค เป็นถนนสายสำคัญ ที่ถ้าใครมาเมลเบิร์น แล้วไม่ได้ย่ำเท้าลงบนถนนเส้นนี้ ก็เหมือนมาไม่ถึง (อันนี้คิดเอง ไม่มีใครกล่าวไว้หรอก 555) ซึ่งความสนุกของถนนเส้นนี้ ไม่ใช่แค่มีห้างยักษ์อย่าง David Jones และ Myer โอบล้อม แต่เสียงเพลงจากนักดนตรี ที่ขนลำโพง คอม เครื่องดนตรีอีกเกือบ 10 อย่างมาเปิดหมวกกันตามข้างทางก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

081

โดยคนที่มาร้อง จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่ซ้ำหน้า ถ้าใครช้อปปิ้งจนเท้าแตก กระเป๋าแหก ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งฟังเพลงเล่นๆแบบเราก็ได้ คือจะติดลมมากๆ จนไม่อยากลุกไปไหน เพราะอากาศดี เย็นสบายจะซื้อเบียร์หรือกาแฟมานั่งชิบก็เก๋ไม่เบา

ให้อารมณ์สาวเอเชียพลัดถิ่นมาแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่ “ตอนทำนาข้าชื่อดาวเรือง พอเข้าในเมืองชื่อช่างเฟื่องเลื่องลือ เป็นดาราหน้าปกหนังสือ เออเอ้อเอิงเอ่ย ข้าเปลี่ยนชื่อเป็นแววดาว” อยู่ดีๆ พี่พุ่มพวงก็มา 555555


State Library of Victoria

อืมมมมมม เผลออีกที ก็มาทำตัวเป็นสาวสำนักพิมพ์ดอกหญ้าเฉย มาเป็นเจ้าหนูแว่นแก้ว พาไปเที่ยวห้องสมุด 555 คือตอนแรก เราก็คิดเหมือนหลายๆคนแหละ ว่าเมืองนี้มันไม่มีไรให้ดู จนต้องไปเที่ยวห้องสมุดหรอวะ!!!

untitled (46 of 62)

เหย….แต่เดี๋ยวก่อนแก ไปถึงข้างในเท่านั้นแหละ…อยากจะเข้าไปถามพี่บรรณารักษ์ “พี่คะ koo srang koo som มีมั้ยคะ อยากดูดวงค่ะ”  โอ้ย ไม่ใช่ละๆ คือบรรยากาศมันดีมากเว้ย แบบเก๊กหน้าสวยแทบไม่ทันเลยอะ 555

10

เราแบ่งที่นี่ตามใจตัวเอง เป็น 2 โซน คือด้านนอก ที่เป็นมุมนั่งทำงาน พวกหนังสือ คอมพิวเตอร์ สำหรับยืมจะอยู่ตรงนี้ แต่ถ้ามาเที่ยว ก็ดินตรงผ่านเข้าไปข้างใน กดลิฟท์ชั้น 3แล้วเตรียมตัวยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์ได้เลยค่ะ  เพราะโซนด้านใน คือโดมสูงประมาณ 3 ชั้น คงการตกแต่งแบบดั้งเดิมเอาไว้ ใครอยากลองเสกคาถาแบบเฮอร์ไมโอนี่ แล้วเหาะลงมาก็ได้นะ ไม่ว่ากัน

12

(ถึงจะดูเก่าๆขลังๆ แต่ทุกที่นั่ง มีปลั๊ก และฟรี wifi พร้อมนะจ้ะ)


Vic’s market

174

เหมือนมากรุงเทพก็ต้องไปเจเจ อยากซื้อดอกต้องไปปากคลอง อยากกินปูต้องไปบางขุนเทียน ดังนั้นมา Melbourne ก็ต้องไป Vic’s market ติดโผทุกไกด์บุ๊คแนะนำ เราไปถึงตลาดกันตอนสายๆ ช่วงที่ท้องกำลังร้องโครกครากพอดี เลยเดินเมินโซนขายสินค้าไปอย่างรวดเร็ว 555

14

เมื่อเดินทะลุมาเกือบสุด จะพบกับโซนอาหาร มีตั้งแต่ร้านขายอาหารทะเลแบบสดๆ แกะหอยนางรมตัวละ 25 บาท ย้ำ!! 25บาทเว่ย กินให้สะใจไปเลย จนไปถึงร้านขายเนื้อตากแห้ง ขายเครื่องแกง ที่จะตกแต่งสวยไปไหน คือทุกร้านในตลาดนี้กราฟฟิคดีเป็นบ้า ช่างต่างกับตลาดสดแถวบ้าน ที่คุ้นเคยเหลือเกิน ให้อารมณ์ไปเดิน ArtboxBKK แต่ไปถามแม่ค้า. “มีผักชีหอมป้อมขายมั้ยคะ” คือร้านสวยจริงๆ

untitled (50 of 62)

เดินกันเพลินๆ ก็มาสะดุดกับร้านนึง ‘ทำไมคนเยอะจังวะ ไหนๆ ขอดูหน่อยดิ๊ ขายไรอะ’ แทรกตัวแบบพริ้วๆ เข้าไปตามประสาไทยมุง เพื่อพบกับ… แอร๊ยยย……เนื้อคู่ 5555555

16

“พี่ขอโอเลี้ยงเข้มๆ น้ำตาลไม่ต้องดึงหนวดกับขนตาหนูมาใส่แทน แก้วละพันก็ซื้อ!!”

untitled (48 of 62)

ปล.ด้านนอกตลาด จะมีเก้าอี้ไว้ให้นั่งทาน แต่ถ้าเก้าอี้เต็ม ก็นั่งพื้นแบบเราก็ได้นะ (ทำหน้าอ้อร้อๆไว้ เผื่อบาริสต้าจะออกมานั่งเป็นเพื่อน)


Fitzroy

184

‘ฟิตซ์-รอย’ ย่านเด็กแนวอันเลื่องชื่อ อยู่นอกเขตฟรีแทรมออกมา ถ้าใครขี้งกแบบเรา เดินเอาก็ได้ 55555 ถ้าหลงก็ถามเอา ถึงสำเนียงจะฟังยากมาก พูดอยู่แต่ในคอ เหมือนกลัวปากเหม็นไม่กล้าอ้าเยอะ แต่ส่วนมากก็ใจดี ไม่หยิ่ง แต่ฟังไม่รู้เรื่อง

194

untitled (44 of 62)

(ร้านขายอาหารแม็กซิกันสีพาสเทลนี้ชื่อ Sonido อร่อยมากกกก ไม่แน่ใจว่าสั่งอะไรมากินบ้าง แต่ปลื้มปริ่มน้ำตารินตอนกัด)

ถ้าให้เปรียบ Fritzroy เป็นซักย่านในกรุงเทพ ก็คงไม่พ้นอารีย์ เป็นย่านที่ไม่ได้ธุรกิจจ๋า คนไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่เคยเงียบเหงา ร้านอาหารส่วนมาก ก็เป็นแบบ Home cook กินที่บ้านก็ได้ แต่ทำไมหละ รวยอะ อยากเสียงตังค์ 55555 พวกเราใช้เวลาอยู่ย่านนี้ทั้งบ่าย เข้าซอยนู้น ออกซอยนี้ ผ่านร้านขายของเล่นย้อนยุค แล้วก็แวะร้านขายเครื่องเขียน หยุดชิมกาแฟบ้าง พอรู้ตัวอีกทีก็ฟ้ามืดซะละ และร้านที่นี่ปิดเร็วซะด้วย อย่างพวกร้านอาหาร Brunch และ Cafe ซัก 3-4 โมงก็เลิกขายละ ส่วนร้านขายของ ก็สายหน่อย ซัก 6โมงงี้


Yarra river

21

‘ยารา’ ไม่ได้ไหลมาจากเจ้าพระยา แล้วเกิดการเพี้ยนเสียงแต่อย่างใด แต่ยาราคือชื่อของแม่น้ำใหญ่ ที่ตัดผ่ากลางเมลเบิร์น

ก็ถ้าถามว่า มืดแล้วคนที่นี่ไปไหนกัน? ก็หาคำตอบได้ตามสองข้างทางเลียบริมน้ำนี้แหละ เพราะพวกร้านอาหาร บาร์ ที่เปิดช่วงค่ำ จะตั้งเรียงรายเป็นตับอยู่ตลอดเส้น ใครอยากหาร้านนั่งชิวๆตอนกลางคืน มาจิ้มเอาแถวๆนี้ รับรองไม่ผิดหวัง น่าเสียดายที่บ้านเราไม่ค่อยมีแบบนี้ จะมีก็เป็นร้านใหญ่ๆไปเลย นึกแล้วก็อยากให้มีแบบนี้บ้าง

22

และนอกจากเมลเบิร์นจะมีชื่อเรื่องกาแฟแล้ว อีกอย่างที่เป็นของดีประจำเมือง เหมือนโอท้อปของที่นี่ ก็คือ ‘Craft Beer‘ หรือ เบียร์สดหมักเองเนี่ยแหละ ทุกๆร้านจะมีลิสต์ให้เลือกเยอะมาก ไม่ต่ำกว่าสิบ พร้อมคำบรรยายเสร็จสรรพว่าหมักที่ไหน รสชาติเป็นยังไง บลาๆ แต่อย่าอ่านนาน! เพราะจะโดนกดดันโดยฝรั่งด้านหลัง ที่อยากเมาเต็มที 555 ใช้จิ้มมั่วๆมาเลย ก็เหมือนยาดอง หมักนู่นหมักนี่จากอะไรบ้างก็ไม่รู้ รู้แต่เมาเหมือนกัน 555

23

ถ้าใครไม่นิยมแอลกอฮอล์ อยากแนะนำ ‘Ginger beer’ รสชาติเหมือนน้ำขิงอ่อนๆ หอมมาก อยากไปซื้อเต้าหู้เอามากินเป็นเต้าฮวยให้รู้แล้วรู้รอด อย่าลืมบีบมะนาวนิดๆก่อนดื่ม รับรองแซ่บบ !


Federation bells

24

สำหรับคนรักสันโดษ ไม่นิยมแสงสี แต่ยังไม่อยากกลับโรงแรมนอนแต่หัวค่ำ จงเดินเลียบ Yarra river มาเรื่อยๆ จะเจอกับสวนขนาดยักษ์ ชื่อ Birrarung Marr แล้วถ้ามาถูกเวลา จะได้ฟังเสียงระฆังบรรเลงเป็นเพลง อย่าถามว่าเพราะไหม? ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไปไม่ทัน 5555 ก็มัวแต่มารีวิวเบียร์ขิงด้านบนนั่นไงหละ ยังไงก่อนไปเช็คเวลาในเว็บเขาด้วยนะ เดี๋ยวไปรอเก้อแบบเรา


DFO Outlet

000017

Outlet ที่พร้อมสูบเงินออกจากกระเป๋าคุณ ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองติด Yarra river ไปมาสะดวกมาก และมีร้านเยอะมาก ตั้งแต่แบรนด์สปอร์ต อย่างNike, Adidas ไปถึงแบรนด์สตรีท อย่าง Converse, Van และแบรนด์ทั่วไปอีกเยอะ แล้วคำว่า Sale ของที่นี่ เชื่อถือได้ เพราะของรุ่นเดียวกัน ขายในนี้ถูกกว่าข้างนอกเกือบครึ่งแหนะ ขนาดเราๆ ที่ไม่ใช่ขาช้อป ก็ยังแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ลากกันออกมาแทบไม่ทัน 555


Camberwell Sunday market

263

จริงๆเมลเบิร์นมีงานพวก flea market, craft market พวกนี้ถี่มาก เน้นขายของทำมือ ของวินเทจซะเป็นส่วนมาก แต่ตารางงานจะไม่แน่นอนแบบ Camberwell market ที่มีทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เช้าๆ ถึงเที่ยง

273

ที่นี่จะอารมณ์เหมือนตลาดนัดรถไฟสมัยแรกๆ ที่เน้นเอาเสื้อผ้า หนังสือ แผ่นเสียง ของเล่น ของใช้มือสองมาเปิดท้ายขายกัน คนที่ชอบของเก่าน่าจะรื้อกันสนุก แต่ถ้าใครไม่อิน มาเดินเก็บบรรยากาศก็ไม่เสียหาย แค่นั่งรถไฟมาแค่ 15 นาทีจาก Flinder station ปลายทาง Alamein, Belgrave, Lilydale อันไหนก็ได้ แล้วลงสถานีเดียวกับชื่อตลาด จากนั้นก็เล็งคนหน้าตา ท่าทางเอเชียๆหน่อย แล้วเดินตาม ไม่มีหลงแน่นอน

283

เห็นดูวางมั่วๆซั่วๆอย่างนี้ ปะปนไปด้วยหนังสือพิมพ์สมัยสงครามโลก และของจุกจิกราคาเป็นมิตรเพียบ!


Brighton beach

29

หนึ่งในหาดชื่อดังของเมลเบริ์น ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่ 30 นาที จะมาด้วยรถไฟ หรือ Tram ก็ได้ ที่พิเศษกว่าหาดอื่นๆ ก็คือ Bathing Box สีสด ที่ตั้งเรียงรายกันตลอดช่วงหาดยาว 6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนมากมาที่นี่ ก็เพื่อถ่ายรูปกับมันเนี่ยแหละ ฟังดูดีใช่ไหม แต่! แต่! ติดอยู่ว่า ช่วงที่ไปดันอุณหภูมิแค่ 15 องศา อากาศช่างไม่เป็นใจให้กับชะนีเมืองร้อนชื้นอย่างเราเลย จะโพสท่าก็หนาวจนมือแข็ง ลมก็พัดแรงจนหัวฟู เสียทรง รีบกดถ่ายรูปแล้วเผ่นกัน หนาวโว้ย!!!

30


NOT TO MISS! พลาดแล้วจะน่าอายนะแก!

สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านไรยาวๆ แล้วกำลังตัดสินใจว่าเมลเบิร์นน่าไปจริงไหม หรือใครกำลังจะไปเร็วๆนี้ หยุดอ่านตรงนี้ก่อนเลย เกร็ดเล็กๆ 4 ข้อ ที่ต้องรู้ ต้องลอง ต้องโดน ไม่งั้นอายเขานะแก!!!

1. กาแฟร้อนๆซักแก้ว

31

สำหรับเมืองที่มีร้านกาแฟซุกซ่อนอยู่เป็นร้อยๆร้าน แถมแต่ละร้านคั่วกาแฟขายกัน ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโล ถ้าใครมาเหยียบแล้ว อดใจไม่เดินเข้า Coffee shop น่ารักๆได้ซักร้าน ถือว่าแข็งแกร่งมาก คนเมลเบิร์นเนี่ย เขาจริงจังกับการดื่มกาแฟมาก ไม่แปลกใจ ถ้าจะเห็นคนยืนต่อคิวยาวเหยียดล้นออกมาที่ถนน เพื่อกาแฟร้อนแก้วเดียว และถ้าอ่านเมนู ทางร้านจะบรรยายอย่างละเอียด ว่ามีเมล็ดพันธุ์ไหนบ้าง แต่ละอันรสชาติยังไง วันนี้ที่ร้านใช้ตัวไหนผสมตัวไหน หรือถ้าไม่มี ลองถามดูนะ นางจะบรรยายมารัวๆแบบฟังไม่ทันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นทริปที่เปิดโลกกาแฟของเราเลยก็ว่าได้ จากปกติกินแต่กาแฟรถเข็น 25 บาทหน้าออฟฟิศ 555

32

ถ้าใครเป็นสาวกคาเฟอีน ตกหลุมรักที่นี่ชัวร์ๆ แต่ถ้าใครไม่ใช่ มาตกหลุมรักบาริสต้าก็ไม่เสียหายนะ แอร๊ยยยย!


2. Brunch cafe อร่อยๆซักร้าน

แม้ Melbourne จะไม่ได้มีเมนูชูโรง แบบต้มยำกุ้งของไทย แต่ถ้าใครได้ลองชิมอาหารหน้าตาเรียบๆ ที่มีกี่อย่างให้เลือก จะไส้กรอกปิ้ง มันบด ผักย่าง porch egg หรือขนมปังก็ว่าไป วิธีจัดจานก็โยนดอกไม้ ใบไม้ไรไม่รู้ลงมา 555 แต่รสชาตินิ รับรองว่าติดใจ

33

“TOP PADDOCK” เป็นร้านที่ทำลายทฤษฎี อาหารสวย ถ่ายรูปได้ แ_กไม่ได้ของเราซะป่นปี้ ผักบ้าอะไร หวานเป็นบ้า ซอสรสชาติแปลกแต่เข้ากับไส้หรอกดีชะมัด พูดเยอะจะหาว่ากระแดะ แต่อยากให้ลองจริงๆ อร่อย!! เซฟเอียน คุณหรีด หรือพี่หมึกแดงมาเห็นรีวิวร้านนี้ของหนูต้องมาลองนะฮ้า


 

3. นั่งดูคนเพลินๆในสวน

342

อีกอย่างที่เราประทับใจเกี่ยวกับเมืองนี้ คือ Public Space ของเขา ทุกๆย่านในเมืองจะมีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และลาดจัดกิจกรรมอยู่อย่างน้อยหนึ่งเสมอ ทุกช่วงเย็น หรือวันหยุด ก็จะเห็นคนออกมาใช้พื้นที่ตรงเนี้ย ทำกิจกรรมกันให้พรึ่บ บ้างมาซ้อมสเก็ตบอร์ด บ้างมานั่งสเก็ตรูป บ้างมานั่งเม้ามอยเฉยๆ หลังจากตะลุยเที่ยวมาทั้งวัน ได้นั่งพักขา ดูคน ก็เพลินไม่เบานะ พยายามมโนว่าจะมีคนมาขอ whatsapp แต่ก็ไร้ประโยชน์ เฮ้อ55


4. ซื้ออะไรเป็นของฝากดี?

352

ตอนเด็กๆ ของฝากจากออสเตรเลียที่เกลียดมากๆ คือ “ตุ๊กตาหมีโคอาล่า” ที่สามารถหนีบได้ทุกอย่างบนโลกนี้ นึกออกมั้ย ที่มันจะใส่เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน สีแดง แล้วเขียนหลังว่า Australia เห็นแล้วขยาดเลย 55

และเชื่อว่าปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งเวลาไปเที่ยว คือ ไม่รู้จะซื้ออะไรไปฝากคนที่บ้านดี! เงินก็แทบไม่เหลือ น้ำหนักกระเป๋าก็จะเกิน มาๆ มาลองวิธีเราดู คือ ตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ร้านขายของในเมลเบิร์นเนี่ย จะมีโปสการ์ดหน้าตาดี กราฟฟิคสวย วางเรียงราย เสนอหน้าให้หยิบได้ฟรีเต็มไปหมด จงเลือกลายที่พอใจ หยิบติดมือมา แล้วพลิกมาเขียนที่อยู่ได้เลย รับรองว่าเป็นของฝากที่ง่าย ประหยัดและประทับใจแน่นอน


สรุป เมลเบิร์น สำหรับเราแล้ว เป็นเมืองที่เดินสนุกมาก และไม่แพงอย่างที่คิด เราใช้เงินไม่ถึง 25,000 รวมทุกอย่างแล้ว สำหรับ 7 วันที่นี่ นอนสบาย ข้าวไม่อด ก็ถ้าใครเบื่อญี่ปุ่น เกลียดเกาหลี ไม่เอาแล้วฮ่องกง เชิญมาเมลเบิร์นเลยจ้ะ ที่นี่จะเป็นเปิดโลกใหม่แห่งแสงสีให้คุณ 55555 เวอร์นิดหน่อย แต่วีซ่าขอไม่ยากนะ ถ้าเอกสารครบและยืนยันตัวตนได้ว่า “ไม่หนี ไม่โรบินฮู้ดแน่นอนคร้าพี่ตม.”

Input your search keywords and press Enter.