cover-nanning

สมมติว่าเมืองจีนเป็นคนน่าจะเป็นคนหล่อแต่ปากเหม็นหรือสาวหน้าสวยแต่รังแคเต็มบ่า เพราะว่ามันดีเป็นอย่างๆ ไม่ได้ดีทั้งหมด 5555 นักท่องเที่ยวไทยจ๋าแบบพวกเราชอบเมาท์กันปากต่อปากในเรื่องของส้วม ความสกปรกและความรุงรังของคนจีน แต่น้อยมากที่จะหยิบความดีงามของจีนออกมาเล่า เอามานี่..เดี๋ยวเล่าให้ฟังเอง เราชอบจีนไม่แพ้อินเดีย เพราะยังมีอีกหลายเมืองสวยไม่แพ้กัน จากซัมบาลาในยูนนาน วกกลับลงมาทางใต้กันบ้าง รอบนี้เราจะพาไปหนานหนิง-กุ้ยหลิน แหนะ! ไม่คุ้นหูหละสิ

ก่อนเดินทางหาข้อมูลในกูเกิ้ล พิมพ์คำว่า “กุ้ยหลิน” ก็เจอแต่กุ้ยหลินเมืองไทย เขาสกเอย เชี่ยวหลานเอย จนงงไปหมด ตกลงว่ากุ้ยหลินนี่มันของไทยหรือของจีนกันแน่ หนานหนิงนี่ก็หยาบคายไม่แพ้กัน มีรีวิวตั้งแต่สมัยเรายังไม่ได้ทำบัตรประชาชนนู่น  มาๆ เดี๋ยวพาไปดู  กุ้ยหลินของจริง หมอกต้องหนา เมฆต้องต่ำ และลมต้องแรง ส่วนหนานหนิงไปดูเขาสะท้อนน้ำกัน หยิบเสื้อกันหนาวตัวเก่งเอาให้ชิคและฮิปที่สุดแล้วไปเที่ยวกัน!

 

IMG_5221

IMG_5233

รอบนี้บอกเลยว่าเบ้ปากใส่ดอนเมือง เชิด!! บางทีก็เบื่อกับคนเยอะๆ ตอนยังไม่ย้ายไป Terminal2 นี่นึกว่าคิวรถตู้ คนแน่นไปหมด แต่ครั้งนี้เปลี่ยน ลองเปลี่ยนมาไปเมืองนอกจากต่างจังหวัดดูบ้าง เรานั่งรถไปสนามบินอู่ตะเภา ก่อนจะขึ้นเครื่องไปหนานหนิง ถามว่าทำไมต้องถ่อไปถึงอู่ตะเภา? ก็เพราะที่กรุงเทพมันไม่มีไงหละ จากดอนเมืองยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปหนานหนิงหรือกุ้ยหลินเลย

วิธีง่ายๆ คือ นั่งรถตู้ไปลงพัทยาก่อนแล้วค่อยต่อรถตู้อีกทีไปอู่ตะเภา ขากลับก็เหมือนกัน จากสนามบินกลับมาลงพัทยาก่อน จะนอนเล่นกินปูดูทะเลซักคืนแล้วค่อยกลับกรุงเทพก็ชิวๆ ไม่รีบ ถ้าเวลาว่างเหลือ เราว่าแบบนี้โอเคเลยแหละ ได้แวะเที่ยวพัทยาด้วย แต่ถึงยังไงถ้าเวลาจำกัดและตั๋วถูกก็ยอมแหละแก 5555555 มันไม่ได้ไกลเหมือนนั่งไปเชียงใหม่ มันไกลเหมือนนั่งรถติดเที่ยวในกรุงเทพนี่แหละไม่นานขนาดนั้น ค่ารถไปกลับตกอยู่ที่ประมาณคนละ 700บาท และนี่เป็นครั้งแรกที่มาอู่ตะเภา ทำให้รู้ว่าเครื่อง Takeoff ออกทะเลตรงนี้ก็สวยจังเลย :) 

 

IMG_5313

ไม่เกิน 2.30 ชม.ก็ถึงหนานหนิง เราชอบสนามบินที่นี่อย่างนึงคือแต่ละเมืองสร้างได้อลังการมาก แม้ว่าจะมีเที่ยวบินลงไม่เยอะแต่ก็ขอเวอร์วังไว้ก่อน พอออกมาข้างนอกจะมี TAXI มาคอยเรียกเราเต็มไปหมด อยากไปไหนก็บอก จองโรงแรมไหนไว้ก็บอกเค้าไป ราคาที่เค้าเรียกมาลองต่อไปเลยครึ่งนึง ถ้ามันโวยวายแสดงว่าเรากดขี่เกินไป 555 ค่อยอัพเพิ่มขึ้นมาทีละนิด จนราคาที่ทั้งเราและเค้าพอใจ ทริปของเรารอบนี้คือ หนานหนิง-น้ำตกเต๋อเทียน-หมิงซือ-กุ้ยหลิน แล้วก็กลับบ้าน

GOOD TO KNOW…  หนานหนิงTAXI เยอะมาก จากสนามบินไปกลางเมืองไม่ควรเกิน 100หยวน 2กิโลแรก 9หยวน ต่อไปกิโลละ 2หยวน หรือจะนั่งรถไฟเข้าเมืองแบบสวยๆ เห็นว่าแค่ 10หยวน แต่เราไม่ได้นั่งเลยไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรถไฟเหมือน Airport link หรือรถไฟวิ่งธนบุรี-หัวหิน

 

Tongling Grand Canyon มันคือถ้ำเหมือนถ้ำเชียงดาวบ้านเรานี่แหละ เดินลึกลงไปเรื่อยๆ ด้วยอากาศแบบชื้นๆ และหนาวเย็น  ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในจูราสิคปาร์ค(พูดเหมือนเคยไป) มาก ไม่รู้ว่าตัวอะไรจะโผล่มาตอนไหน เปลี่ยนจากไดโนเสาร์เป็นบุ้ง ตะขาบ หนอนนี่ก็สยองละ มีกรงมีลวดตาข่ายเต็มหัวเราไปหมด ที่นี่เป็นที่เที่ยวระดับ AAAA คือดีงามสามแผ่นดินของคนจีนแผ่นดินใหญ่ที่ Recommendว่า  “ลื้อต้องมาดูให้ได้นะ” เป็นไงหละ เอากูมาทรมานแบบนี้แหละ เดินไปเดินกลับก็ขาลากอะ

IMG_5578

IMG_5582

เราไปมาช่วงเดือนธันวาอากาศมันเย็นแต่ก็เดินเยอะจนเหงื่อออกอยู่นะ ถ้าคนรักธรรมชาติเราว่าไม่ควรพลาดเลย เพราะว่ามันเขียวไปหมดเลย เห็นแล้วอยากเป็นหนอนเด็ดผักเด็ดหญ้าแถวนั้นกิน ใครมาช่วงนี้อย่าคิดว่ามันไม่หนาวนะ ติดเสื้อกันหนาวมาไว้เลย เหลือดีกว่าขาดแน่นอน
IMG_5604
ความพีคของถงหลิงคือด้านในสุดจะมีน้ำตก ใช่…ที่เดินฝ่าฟันกันมาขนาดนี้คือเพื่อจะมาดูน้ำตก แต่มันเป็นน้ำตกเส้นเดียวที่สูงที่สุดในเอเชีย คือมันตกแบบหล่นผัวะลงมาข้างล่างทีเดียวเลย 188 ม. คนจีนก็ภูมิใจ๊ภูมิใจ มาดูสิๆ 55555

IMG_5615

HOW TO GET THERE…บอกTAXI ว่าไป Nanning Langdong Long-distance Bus Station หรือเซฟภาษาจีนไปแล้วยื่นให้เค้าดู 琅东汽车站 พอถึงแล้วก็หารถไปเมือง Jingxi จาก Jingxi ก็หารถต่อไป Tongling Grand Canyon อีกไม่นานก็ถึงแล้ว ไปแบบนี้ดูลำบากตอนอ่านแต่ไปจริงๆโคตรสนุก 5555 เพราะว่ามันจะหลง แต่ไม่ต้องกลัว คนจีนไม่ค่อยตุกติก  อากาศเย็นทำให้เราไม่หงุดหงิดค่อยๆไป

 

ความดีงามของเมืองจีนอีกหลายๆ เมืองที่นักท่องเที่ยวอย่างเรายังเข้าไม่ค่อยถึงคือธรรมชาติสองข้างทางที่เหมือนหลุดไปอยู่ในหนังจีนโบราณที่มีแม่นางต่างๆ เดินเอาดอกเหมยทัดหูรอจอมยุทธผ่านมาแอ๊ว
IMG_5647

และบางทีนั่งๆ ไปชาวบ้านก็ชอบทำกิจกรรมกันกลางถนนแบบสามัคคีรวมใจ นั่นก็คือการตัดต้นไม้ รุมกันเป็น 50 คนช่วยกันฟัน เสร็จปุ๊ปแยก รถไปต่อได้ ..

IMG_5433

ถ้าเรามองว่ามันน่าหงุดหงิดเราก็จะอารมณ์เสีย คนรีบๆ จะมาปิดอะไรตอนนี้ แต่ถ้าเรามองว่า เอ้อ..แปปเดียวเอง แล้วมองดูรอบๆตัวว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างลงจากรถไปเดินเล่น สูดดินดมทรายและท่อไอเสียของคันหลังกับวิวดีๆ ก็โอเคน้า

IMG_5430

 

อีกที่ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาถึงหนานหนิงแล้ว อดทนอีกประมาณ 170 กม.นั่งรถต่อไปเลย ไปดูน้ำตกชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สูงกว่า 70เมตรเลยนะ จะเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ ว่าน้ำตกนี้มันอยู่ที่ชายแดนเวียดนาม มันมีสองน้ำตก เป็นน้องเล็กกับพี่ใหญ่ ถ้าฝั่งเวียดนามจะเล็กกว่าชื่อว่าน้ำตกตาปาเกรียน ส่วนฝั่งจีนจะเป็นพี่ใหญ่เรียกว่า น้ำตกเต๋อเทียน ชื่อโคตรเท่นึกหน้าถ้าเป็นคนชื่อเต๋อเทียนนี่สงสัยจะหล่อมาก ที่นี่มีเรือแพไม้ไผ่ให้เรานั่งไปดูน้ำตกใกล้ๆได้ แต่ข้ามไปขึ้นฝั่งตรงเวียดนามไม่ได้ อยู่ได้แต่ในน้ำ ค่าแพล่องไปใกล้ๆ ก็ประมาณ 100-200 บาทแค่นั้นเอง

IMG_5689 (1)-4

เวลามันเข้าไปใกล้ๆ น้ำตกนี่เสียวมาก เพราะละอองน้ำมันจะสาดเข้ามาใกล้  กลัวมันล่มที่สุด เพราะคนพายก็มีแค่ไม้พายเดียว นึกสภาพดูไม่จืดเลยแม่งถ้าตกลงไป

IMG_5677

IMG_5679

และนี่คือน้ำตกตาปาเกรียนฝั่งเวียดนาม จะจิ๋วมากถ้าเทียบกับฝั่งจีน

IMG_5669

 

IMG_5660

HOW TO GET THERE… วิธีง่ายๆ และถูกที่จะมาให้ถึงที่นี่คือรถบัสอีกแล้ว จาก Nanning Langdong Bus Station มันจะมีรถแค่วันละเที่ยวเท่านั้นย้ำว่าแค่วันละเที่ยวไปถึงเต๋อเทียนเลย รถจะออกทุกวันเวลา 08.30 ราคา 94หยวน ถ้าคืนก่อนนั้นเมาและตื่นไม่ไหว จะต้องนั่งรถไปลงที่เมืองDaxin ก่อน แล้วถึงจะต่อรถอีกต่อมาถึงเต๋อเทียน แบบหลังจะถูกกว่าแต่ก็ใช้เวลานานกว่า อย่างที่บอกว่าอากาศมันเย็นนั่งได้เรื่อยๆชิวๆ ที่นี่กินเบียร์หรือเหล้าขาวบนรถได้นะ ชิวดีออก

 

วันที่ไปน้ำตกเต๋อเทียนเราไม่ได้กลับไปนอนที่หนานหนิง เพราะเบื่อแล้วเมืองมันทันสมัยเกินไปสำหรับเรา เราเลยไปนอนกันที่ Mingshi Resort การเดินทางนี่ไปยากชิบหาย แต่ถ้าเทียบกับวิวที่ได้มานี่นะ..โคตรคุ้ม

IMG_5916

เขาเป็นเขา น้ำเป็นน้ำ สะท้อนกันสุดฤทธิ์ ตอนกลางวันที่นี่สวยมากถึงมากที่สุดขนาดเราไปในวันที่ฟ้าไม่เปิดยังดีงามขนาดนี้ ถ้าเจอฟ้าเปิดนี่คงหาสามีแถวนั้นไปแล้ว อยากตื่นขึ้นมาแล้วเจอแบบนี้ทุกวัน ชีวิตและสุขภาพจิตคงจะดีมาก เล่าให้ฟังนิดนึงว่าที่นี่เป็นที่อยู่ของชนเผ่าจ้วง หน้าตาเหมือนคนบ้านเราไม่พอ ภาษายังคล้ายๆอีก เช่นนับเลข หรือคำว่ากินข้าว คนจ้วงก็พูดว่ากิ๋นเข่า 555 อีกอย่างคือนางอบถั่วลิงสงกันอร่อยมาก และเหล้าที่พวกนางหมักกันเองก็แซ่บลืม คือเป็นกับแกล้มกับเหล้าชั้นเลิศที่คู่กันที่สุด กินง่ายแต่เมาโง่เลยนะ อย่าลืมไปลองชิม เราซื้อเอาไปกินที่กุ้ยหลินต่อด้วยตั้งสองขวดแหนะ

IMG_5918

IMG_5906

IMG_5772

HOW TO GET THERE…บอกตามตรงว่าMingshi นี่มายากนิดนึงคือไม่มีรถประจำทางผ่านเลย นักท่องเที่ยวแบบเราๆ ต้องเหมารถจากเต๋อเทียนมาที่นี่ Mingshi Resort ส่วนขากลับก็ให้ที่โรงแรมเรียกรถให้กลับไปที่ Daxin bus station หรือถ้ารวยๆและสะดวกหน่อยก็รวดยาวไปถึงหนานหนิงเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

 

จาก Mingshi ประมาณ 3ชั่วโมง เราไปที่สถานีรถไฟขึ้นรถไฟความเร็วปานกลางหรือสูงนี่ก็ไม่แน่ใจไปที่กุ้ยหลินกันต่อ ตอนจองตั๋วดูให้ดีๆ นะว่ารถไฟมันขึ้น-ลงที่ไหน ถ้าไม่รู้ให้ถามคนจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะที่หนานหนิงมันมี2สถานีรถไฟ อันใหม่กับอันเก่า ขึ้นผิดขึ้นถูกต้องระวังด้วยเดี๋ยวหลงแล้วจะไม่ทันเอา

IMG_5984

สถานีรถไฟที่นี่เหมือนสนามบินเลยเถอะ ต้องมีตั๋วถึงจะเข้าไปได้ ไม่ใช่เดินได้สุ่มสี่สุ่มห้าแบบบ้านเรานะ ทันสมัยและสวยเหมือนสนามบิน อีกอย่างที่น่าสนใจคือพวกเค้าดูเป็นคนจีนชั้นดีที่มีคุณภาพอะ เราเห็นแต่คนต่อแถว ยืนรอ ไม่วุ่นวายเหมือนที่เจอที่บ้านเราเลย ขนาดรถไฟบ้านเค้ายังต่อแถวเป็นระเบียบมาก //ตัดภาพมาที่ BTS.

IMG_6002

IMG_6014

หนานหนิงไปกุ้ยหลินไม่นานมาก ประมาณ2ชม.นั่งเมาท์มอยกันไปแปปเดียวก็ถึง เก้าอี้บนรถไฟนี่หลับสบายมาก อุ่นและนุ่มนิม และห้ามสูบบุหรี่ ส่วนอาหารที่เค้าเดินขายๆ กันนี่ ถ้าไม่หิวมากก็อดทนรอไปกินที่อื่น ถ้าหิวมากๆก็ท่องไว้ว่ากินกันตายละกัน เพราะรสชาติแบบไม่อร่อยเลย ค่ารถไฟไปหนานหนิงก็ประมาณเที่ยวละ 100-120 หยวนหรือ 500กว่าบาท
IMG_6027

 

เราไปถึงหนานหนิงตอนกลางคืน นี่ลองไปชิมอาหารท้องถิ่นมาเป็นไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่เส้นเหมือนสปาเก็ตตี้มีสามซอสอันแรกเป็นน้ำ อีกอันเหมือนมะเขือเทศ อีกอันเป็นพริกไทยดำ ต้องกินก่อนกินหลังเป็นเซตๆ ส่วนเราก็ไม่รู้หรอกอะไรกินยังไงหิวๆ ก็ยัดเอาๆ สั่งมาให้เลือกมาแล้วก็กินอะ แต่ปลาที่เมืองจีนนี่บอกไว้เลยว่าต้องระวังมากก เพราะก้างเยอะที่สุด!

IMG_6114

IMG_6126

IMG_6141

 

มาถึงไฮไลท์ของกุ้ยหลินที่โคตรฮิตไปทั่วโลกคือการล่องเรือชมวิวแม่น้ำลี่ที่สวยๆกันนั่นแหละ เราไปช่วงปลายฝนต้นหนาวอากาศหนาวมาก ยิ่งตอนล่องเรือลมแรงหมอกหนา เห็นวิวเขาสูงเป็นร้อยๆ ยอดลางๆ มันสวยแบบพิศวงดีนะ เหมือนกำลังจะไปเมืองต้องห้ามไรงี้เลย เรือนี้จะล่องออกจากกุ้ยหลินไปเมืองหยางซั่วล่องไปเรื่อยๆแบบนี้ประมาณ 3 ชม.ได้ เรือ3ชั้น มีบุฟเฟต์แบบจีนๆให้ตอนเที่ยงค่าเรือรวมไกด์พูดอังกฤษ 420 หยวน เราว่าแพงไปนิด แต่วิวรอบๆก็อิ่มดี มันจะมีวิธีที่ถูกกว่านี้คือนั่งรถบัสจากกุ้ยหลินไปหยางซั่วแล้วค่อยไปหาเรือแพลำเล็กๆ ล่องดูวิวแม่น้ำลี่ใกล้ๆ ไม่กี่ร้อยบาทก็ได้เหมือนกันแต่ใช้เวลาแปปเดียว
IMG_6238

IMG_6256

IMG_6290

IMG_6367

IMG_6291

IMG_6396

IMG_6297

IMG_6379

 

เมืองหยางซั่วนี่ก็เหมือนเมืองเก่าลี่เจียงที่ยูนนานนั่นแหละ ของขายยังคล้ายๆกันเลย มีกลองมีชะนีออกมานั่งตีเหมือนกันเปี๊ยบ อาหารก็คล้ายๆกัน และถ้าใครยังไม่มีที่นอนเราว่ามาหาแถวนี้ก็ได้ Hostel เยอะมาก เหมือนเป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวมาอยู่กัน บางร้านมีจักรยานให้เช่าปั่นด้วยนะ เป็นเมืองกลางหุบเขาที่น่ารักดีเหมือนกัน อ้อ..มีร้านขายพวกน้ำมะม่วง พุดดิ้งมะม่วงร้านนึง อยู่ในซอยที่มีร้านกาแฟ Lavazza อยู่ปากทางเดินเข้าไปอยู่ทางขวามืออร่อยมากและร้านน่ารักด้วย คิ้วๆ เลย

IMG_6492

IMG_6548

IMG_6537

 

และถ้าใครบอกว่าไปถึงกุ้ยหลินแล้วอย่าลืมไปดู Impression Sanjie Liu ของจางอี้โหมว ที่เหมือนกับ Impression of li-jiang บอกเลยว่าตีปากมันแรงๆ 5555 เพราะที่นี่ไม่เวิร์คเท่าที่ลี่เจียงแน่นอน คนจีนจะบอกว่า is highly recommended to enjoy at nightหึ๊! โกหกหลอกลวง มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เราว่าหนักไปทางเสียเวลา อาจจะเป็นเพราะโชว์นี้มีมานานแล้วเลยไม่มีอะไรแปลกใหม่ มันเรื่อยๆ น่าเบื่อ และเสียดายเงินค่าดูเกือบ 2000 บาท เอาเงินไปเดินเล่นเมืองหยางซั่วแล้วซื้อเหล้ากินเถอะ… ผับที่หยางซั่วก็สนุกดี แนะนำให้หาร้านนั่งชิวกินบรรยากาศดีๆไปก่อน เผาหัวตัวเองให้เรียบร้อย แล้วค่อยเข้าผับเพราะไฟและเลเซอร์ทำให้เมาเร็วมาก เบียร์ถูกด้วย กินมันส์เลย
IMG_6672
IMG_6690

 

จริงๆ กุ้ยหลินและหนานหนิงมีที่สวยๆ และธรรมชาติให้ไปเที่ยวเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นถ้ำขลุ่ยอ้อ สวนเจ็ดดาว เขางวงช้าง แต่เอาตรงๆ มันอาจจะไม่ถึงวัยเราที่จะไปเที่ยวแบบนั้น เพราะมันไปแบบสบายๆ เดินดูวิว คุยกับนก พูดกับต้นไม้ มองหน้าเต่าพันปีแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามันจะให้โชคกูได้ 5555 ถ้าเวลาเหลือก็ไปเดินเล่นรอบๆ เมืองกุ้ยหลินเก็บบรรยากาศ แวะซื้อปิ้งย่างข้างทางกิน กับชานมไข่มุกร้อนๆซักแก้วและเดินไปเรื่อยๆ ชีวิตก็จะดีเหมือนเติมเต็มทริปนี้ให้ดูไฮโซมากขึ้น เดินดูคนรำไทเก๊ก แจกขนมเด็กจีน เดินเล่นกินไอติมกับอากาศเย็นๆ คือดีมากกก
IMG_6769

IMG_6790

IMG_6819

IMG_6909

 

เราออกจากกุ้ยหลินตอนเย็นของอีกวัน แล้วกลับมานอนที่หนานหนิงอีกคืน ถ้าใครอยากซื้อของฝาก เราแนะนำให้เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตโลด พวกป๊อกกี้และเลย์มีรสแปลกๆเยอะเลย บางอันก็กินได้ บางอันก็ต้องเฟี้ยวทิ้งหลังจากกัดคำนึง แต่ขนมมันเยอะและราคาไม่แพง เป็นของฝากที่ฮือฮาให้เพื่อนๆได้ดี

บอกแล้วว่าที่นี่สนามบินอลังการมาก ดีไซน์ดีเลิศ และไม่ค่อยวุ่นวาย ในสนามบินไม่ค่อยมีอะไรกินเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปหลายวัน รสชาติอาหารที่จืดฝืดคอก็เริ่มทำร้ายเราแล้ว 55555  นี่ก็อดทนรอไปกินบนเครื่องก็ได้

IMG_7256

IMG_7258

ขากลับเราสั่งกระเพราหม่อมน้อยมากินเป็นกระเพรารสชาติที่คิดถึง ส่วนเพื่อนเราก็จ้วงข้าวเหนียวไก่ย่างดาด้าเต็มๆ ใส่ไม่ยั้ง  ถือว่าเป็นออเดิร์ฟก่อนของจริงที่พัทยา ลงเครื่องปุ๊ปนี่รีบหาร้านอาหารซีฟู๊ดแล้วจัดเต็มที่พัทยาก่อนกลับกรุงเทพเลยแหละ!

IMG_7316

IMG_5242

 

เที่ยวจีนเนี่ยประหยัดกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแหละ ปัจจัยหลักที่จะทำให้เที่ยวจีนแบคแพคแบบเราแพงขึ้นมีอยู่ไม่กี่อย่างคือ 1.ค่าวีซ่า 2.ตั๋วเครื่องบิน 3.รถไฟ วีซ่าเดี๋ยวนี้ขึ้นมาเป็น 1500บาทแล้วโหดมาก ส่วนค่าตั๋วไปจีนถ้าหน้าเทศกาลแพงพอๆกับไปยุโรปเลย รอบนี้เราบิน Thai AirAsia ออกจากพัทยา เพราะดอนเมืองยังไม่มีบินไปหนานหนิง ค่ารถไปกลับกรุงเทพอู่ตะเภาอยู่ที่ประมาณ 700บาท +ค่าเครื่องอีกประมาณ 3800 ก็ยังถูกอยู่ดี ค่ากินค่าที่นอนไม่เท่าไหร่อยู่แล้วเมืองจีนหาตั๋วถูกได้ก็ไปโลด อย่าคิดว่ามันไกล ถ้าไปกับเพื่อนนั่งเมาท์กันไปแปปเดียว ขากลับก็แวะแรดพัทยาต่อซักคืน หรือจะนอนกลับเข้ากรุงเทพก็สบายยยยยยย  *ถ้าไปกัน 4-5 คนเหมารถไปอู่ตะเภาเลยน่าจะคุ้มกว่า*
ไปซะ แล้วจะรู้ว่าจีนมันดีงามกว่าที่ได้ยินมาอีกเยอะ!! เดี๋ยวไว้จะทำ Infographic budget สวยๆ มาให้ดูอีกรอบนึงนะ :)

IMG_6920