Now Reading:

72 hrs. in Valencia, Spain.

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้ร่วมเดินทางกับผู้โชคดีในทริป Singha World of Speed ซึ่งเป็นทริปที่ทางสิงห์จัดขึ้นเพื่อนำผู้โชคดีไปร่วมงานแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง  MotoGP™ ที่เมืองวาเลนเซียประเทศสเปน และเป็นสนามสุดท้ายของปี 2018 พอดี J เลยอยากจะนำประสบการณ์การเดินทางในวาเลนเซียแบบที่ฝนพรำตลอด 72 ชั่วโมงมาเม้าท์มอยให้ฟังซะหน่อย ทริปนี้อาจจะไม่ใช่ทริปที่นำเที่ยวจ๋า แต่อยากมาเล่าให้เพื่อนฟังถึงประสบการณ์การเดินทางไปดู  MotoGP™  ที่สุด Exclusive ถึงเมืองวาเลนเซียกัน

บาเลนเซีย หรือวาเลนเซีย (Valencia) นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องส้มอร่อยแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรปรวมถึงมีมิวเซียมต่างๆ และสโมสรฟุตบอลประจำเมืองที่โด่งดังอีกด้วย วาเลนเซีย เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองอีกเขตนึงของประเทศสเปน แถมยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศอย่างที่บอกว่าทริปนี้มาเดินเล่นในวาเลนเซียเฉยๆ เพื่อรอเวลาไป  MotoGP™ ทริปนี้เลยขอเม้าท์แบบเบาๆ

Plaza de Toros de Valencia

ย่านการค้าของเมืองวาเลนเซียที่มีร้านช๊อปปิ้งเยอะมากกก! แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าที่นี่ร้านปิดกันเร็วเหลือเกิน เธอไม่สามารถช๊อปได้ถึงสามสี่ทุ่มแน่ๆ เพราะหัวค่ำก็ทยอยปิดกันหมดแล้ว บริเวณนั้นยังมีสนามสู้วัวกระทิงหรือมาทาดอร์ ที่ออกแบบคล้ายกับ Colosseum ของอิตาลี ใกล้ๆ กันยังมีสถานีรถไฟที่คลาสสิคมาก เก่าแต่ถ่ายรูปสวย เธอสามารถเดินเข้าไปสแนปภาพเล่นๆ ได้เลย แถวนั้นยังเดินไปย่าน Poeta Querol Street ได้ด้วยเพราะมีคาเฟ่น่ารักๆ เอาไว้นั่งทานกาแฟจิบชายามบ่าย หรือร้านแบรนด์เนมก็อยู่ละแวกๆ เดียวกันที่สามารถเดินเล่นได้ไม่มีเบื่อ ถ้าอากาศดีๆ

ช่วงที่เราไปฝนตกกันทั้งวันทั้งคืนจริงๆ  เราแวะไปนั่งร้านกาแฟน่ารักๆ ชื่อ Federal ที่มาของร้านนี้คือชื่อเมืองๆ นึงในออสเตรเลีย เค้าเล่าว่าเมืองนี้ไม่มีอะไรเลย เป็นเมืองที่เหมาะกับการนั่งดูฝนตกไหลลงมาริมหน้าต่างและดูตู้โทรศัพท์เก่าๆ ที่อยู่ไกลออกไปแล้วฝันถึงมันก็แค่นั้น .. เหมือนเมืองวาเลนเซียตอนที่เรามานี่แหละ 555 เงียบเหงาเพราะฝนเหมือนกัน ร้าน Federal เลยนำเสนอคอนเซ็ปต์ว่า เห็นมะ! เธอสามารถอยู่ในเมืองเล็กๆ สองเมืองจากสองฝั่งทวีปได้ในครั้งเดียว

ที่นี่ยังมีสนามฟุตบอลที่ดังที่สุดในวาเลนเซีย และเป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ Mestalla Stadium เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลวาเลนเซีย เพื่อนผู้ชายที่ไปด้วยกันดูตื่นตาตื่นใจกันเป็นพิเศษ ส่วนเราก็เดินก้มๆ เงยๆ ไปเรื่อยๆ 555 รู้สึกประทับใจอย่างนึงคือหญ้าในสนามเขียวน่านอนมาก

อ้ออ! ไปถึงสเปนอย่าลืมลองสั่งข้าวผัดสเปนกินด้วยนะ และถ้ามาวาเลนเซียยิ่งต้องกินเลยเพราะที่นี่คือเมืองต้นกำเนิดของข้าวผัดสเปนหรือที่คนสเปนเรียกว่า ปาเอลยา (Paella) ความพิเศษของข้าวผัดสเปนคือไม่ได้นำข้าวหุงมาผัดใหม่แต่นำข้าวดิบๆ นี่แหละมาทำและใส่เสื้อสัตว์ลงไปในกระทะใหญ่ๆ เลือกได้ตามใจชอบทั้งหมู ไก่ ทะเล หรือถ้าอยากลองอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิตได้ขนลุกก็แนะนำให้สั่ง Paella valenciana แล้วบอกให้เค้าใส่เนื้อกระต่ายและหอยทากไปด้วย เราลองมาแล้ว 5555 บอกตรงๆ ว่าเราเป็นคนกินเค็มมากๆ แต่ข้าวผัดสเปนแบบต้นตำรับก็ยังเค็มไปสำหรับเราอยู่ดี แต่ไหนๆ ไปถึงที่แล้วอย่าลืมสั่งมาลองกันด้วยหละ

อีกจุดนึงที่น่าสนใจมากๆ ของเมืองวาเลนเซีย ที่ตั้งใจไว้ว่าถ้ามีเวลาเมื่อไหร่จะกลับมาอีกแน่ๆ คือ City of Arts and Sciences ที่นี่เป็นเหมือนเมืองในอนาคตที่แยกออกมาเลยหละ เพราะความโดดเด่นของอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ทันสมัยมากที่สุดในวาเลนเซีย เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในหนัง Startrek มีความสวยงาม ซับซ้อนและทันสมัย เป็นอีกจุดนึงที่เรามั่นใจว่าถ้าฟ้าใสๆ อากาศดีๆ จะเดินถ่ายรูปกันได้ทั้งวันจริงๆ

เมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของเมืองบาเลนเซีย เป็นอาคารที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ซับซ้อน ได้รับการออกแบบโดย Santiago Calatrava และ Felix Candela เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญและทันสมัยที่สุดที่ในเมืองวาเลนเซีย

ใกล้ๆ กันยังมี Oceanogràfic อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป เราแนะนำว่าให้มาที่นี่ซักวันนึงเต็มๆ เธอจะเอ็นจอยกับกิจกรรมด้านในไม่มีเบื่อเลย เพราะแบ่งเป็นโซนมากมาย มีสัตว์น้ำหลายประเภทให้ดู จัดโซนค่อนข้างเข้าใจง่ายและมีรายละเอียดอธิบายชัดเจนที่สุด อยากให้ลองมาดูแล้วจะหลงรักเจ้าปลาทั้งหลายที่ชอบว่ายมาใกล้ๆ กระจกแล้วยิ้ม

มาถึงพาร์ทสำคัญของทริปนี้กันบ้าง! อย่างที่บอกว่าทริปนี้เราร่วมเดินทางกับผู้โชคดีจากทางบ้านที่ชนะและเป็นผู้โชคดีได้มาทริปสุดพิเศษครั้งนี้  MotoGP™ ครั้งนี้เป็นสนามสุดท้ายของปี  2018 จัดที่ สนาม Circuit Ricardo Tormo Spain ซึ่งสิงห์ ได้เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 ทำให้ได้สิทธิ์ในการโปรโมทตามสื่อต่างๆ ทั่วโลกที่  MotoGP™ เดินทางไปรวมถึงสิทธิ์ในการใช้ VIP Village ที่ทำให้ทริปนี้พิเศษและน่าจดจำมากไปอีก

MotoGP™ คือการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่มีมาต่อเนื่อง โดยปี 2019 นี้จะเป็นปีที่ 70 แล้วของการแข่งขันที่เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่จัดต่อเนื่องมายาวนานที่สุดในโลก รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะเพราะแต่ละคันต้องใช้วัสดุพิเศษ ทำให้ราคาต่อคันนั้นค่อนข้างสูงทีเดียว และยังมีรายการ Moto2 และ Moto3 ด้วย ความแตกต่างของมันคือเครื่องยนต์ที่ใช้และอายุของนักแข่งนั่นเอง ทริปนี้เราได้เข้าไปหานักแข่งใกล้ๆ ด้วยนะ โอ้โห.. หล่อลื๊มมมม หล่อจนแบบกลัวตายกับมอเตอร์ไซค์แค่ไหนก็ขอซ้อนท้ายแล้วจับเอวพี่ได้มั้ยจ้ะ

ความพิเศษครั้งนี้คือเราได้ไปอยู่ในโซน VIP ได้มีโอกาสเข้าไปในโซน VIP Experience ได้เห็นบรรยากาศการเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน การซักซ้อมและการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ในสนาม บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากๆ และหาไม่ได้จากที่ไหนแน่นอน ลำพังแค่ค่าเข้างานแบบ VIP ก็ประมาณ 50,000 บาทแล้ว สำหรับงานที่จัดเพียง2วัน ได้นั่งรถ Safety ที่จะคอยขับตามหลังรถแข่งทุกคันเพื่อคอยรักษาความปลอดภัยด้วยนะ แถมใน VIP Village ยังมีอาหาร เบียร์สิงห์ให้ดื่มไม่จำกัดตลอด 2 วันเต็มๆ

เราใช้เวลาถึง 2 วันเต็มๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ซักครั้งนึงในชีวิตกับการแข่งขัน  MotoGP™ ที่ไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ บอกกันตามตรงว่าคนอย่างเราก็ไม่ได้ชอบหรืออินกับเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่พอได้มาอยู่ในบรรยากาศที่คนเยอะๆ ทุกคนดูอินเรื่องเดียวกันทั้งหมด บอกเลยว่ามันฮึกเหิมมากค่ะ! อยากจะควบรถแล้วขับออกไปเดี๋ยวนั้น 555 มันเป็นโมเม้นท์ที่พิเศษมากๆ นะ อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสซักครั้งจริงๆ

วันสุดท้ายในวาเลนเซียเราแวะไปเดินเล่นย่านเมืองเก่าของเมือง แวะดูป้อมปราการ Torres de Serranos หอคอยแบบโกธิค ที่คนวาเลนเซียบอกว่าถ้าวันไหนอากาศดีๆ วิวด้านบนนั้นเป็นอีกมุมนึงที่ไม่ควรพลาดในวาเลนเซียเลยหละ ใกล้ๆ กันนั้นเราจะเดินผ่านตลาดช๊อปปิ้งเข้าไปในย่านเมืองเก่าเพื่อไปดู Valencia Cathedral โบสถ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแค่เทพีไดอาน่า สร้างแบบโกธิคกว่าแปดร้อยปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันได้ปรับปรุงใหม่และตกแต่งภายในแบบศิลปะนีโอ-คลาสสิค ที่นี่ยังใช้เป็นที่เก็บจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูด้วย

สำหรับเราวาเลนเซียรอบนี้มันพิเศษมากที่ได้มาเปิดประสบการณ์การเดินทางกับ Singha World of Speedและได้มาเที่ยวเมืองใหม่ๆ ที่น่ารัก แม้ว่ารอบนี้จะดูเหงาไปหน่อยเพราะฝนตกทุกวัน แต่มั่นใจว่าจะกลับมาอีกครั้งแน่ๆ และ วาเลนเซียของเราจะต้องสวยกว่าทุกครั้งแน่นอน สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบ Exclusive สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ ตลอดทั้งปี 2019 ได้ทางเฟซบุ๊คของ Singha Motor Sport หรือ www.singhaworldofspeed.com ได้เลย

Input your search keywords and press Enter.